วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วอนขอเจ้าภาพจัดระเบียบแหล่งดำน้ำเรือช้าง 712 บ้านปลาใต้ทะเลที่เกาะช้าง

(ภาพจาก น.ท.สมบัติ บุญเกิดพานิช)

ที่ปรึกษานายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวตราด วอนขอหน่วยงานรัฐจัดเจ้าภาพดูแลและจัดระเบียบแหล่งดำน้ำเรือช้าง 712 บ้านปลาใต้ทะเลที่เกาะช้าง หลังชาวบ้านเห็นเรืออวนลาก เข้ามาทำประมงใกล้ๆ หวั่นระบบนิเวศโดยรอบเสีย

เมื่อวันที่ 2 ก.ย.59 น.ท.สมบัติ บุญเกิดพานิช ที่ปรึกษานายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ตราด เปิดเผยว่า ใกล้จะครบ 4 ปี ของการจมเรือช้าง 712 เพื่อเป็นบ้านปลาในทะเลหรือปะการังเทียมภายใต้โครงการ เรือหลวงช้างรักษ์ทะเลตราด บริเวณด้านหลังของเกาะคุ้ม หรือที่ชาวเรือเรียกว่า แนวหินราบ-หินลูกบาด ซึ่งอยู่นอกเขตอุทยานฯเกาะช้าง

ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมา ตนเองได้นำคณะนักดำน้ำลงไปสำรวจทั่วบริเวณจุดที่จมเรือพร้อมมีการบันทึกภาพไว้ด้วยรวม 3 ครั้งแล้ว ก็ได้พบว่ามีปลาขนาดเล็กหลายชนิดมาว่ายวนเวียนอยู่เป็นจำนวนมาก และบางช่วงก็เห็นปลาขนาดใหญ่ตามฝูงปลาเล็กมา และการดำลงไปสำรวจแต่ละครั้งจะพบฝูงปลามาอาศัยมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถือได้ว่าเป็นแหล่งดำน้ำที่สำคัญของทะเลตราดและใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้อีกแห่งหนึ่ง แต่ที่หลายฝ่ายยังเป็นห่วงก็คือหลังจากโครงการเสร็จ ถึงปัจจุบันยังหาหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เข้ามาเป็นเจ้าภาพรับผิดชอบ ดูแลบริหารจัดการโดยตรง อย่างชัดเจนไม่ได้

ขณะเดียวกันที่ผ่านมาก็พบว่าทุ่นสัญญาณไฟแจ้งเตือน และแนวทุ่นที่วางโดยรอบ ก็เกิดการชำรุดขาดไปจนเกือบหมด ตนเองในฐานะที่เคยมีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดโครงการนี้ ก็อยากวิงวอนให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งระดับอำเภอและจังหวัด ได้ช่วยหาแนวทางในการออกกฎระเบียบการมีส่วนรับผิดชอบเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน ให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อให้เกิดความยั่งยืน และที่เป็นปัญหาอีกด้านก็คือได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าได้พบเห็นเรืออวนลาก เข้ามาทำการประมงใกล้ๆ จุดจมเรือเป็นประจำเนื่องจากมีฝูงปลาจำนวนมากมาว่ายโดยรอบเรือดังกล่าว ปะการังโดยรอบจะเกิดความเสียหายได้

น.ท.สมบัติ กล่าวว่า ย้อนไปเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 55 ที่ผ่านมา ทางกองทัพเรือ-อพท.จ.ตราด และอีกหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันทำพิธี จมเรือช้าง 712 ที่ปลดระวางแล้ว ลงสู่ใต้ทะเล บริเวณกลางทะเล ด้านหลังของเกาะคุ้มหรือที่ชาวเรือเรียกว่าแนวหินราบ-หินลูกบาด เพื่อเป็นบ้านปลาโดยทางองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ได้สนับสนุนงบประมาณจำนวน 5.5 ล้านบาท ซึ่งเรือช้างดังกล่าวมีความยาว 110 เมตร กว้าง 20 เมตร สูง 26 เมตร โดยในช่วงแรกได้มีการจัดวางแนวทุ่นไว้โดยรอบเรียบร้อยให้เห็นอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันเรือประมงและบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ วิ่งผ่านเข้ามาในระยะใกล้ อาจจะเกิดอันตรายแก่เรือต่างๆเหล่านั้นได้ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาก็พบว่า มีผู้ประกอบการด้านธุรกิจดำน้ำในพื้นที่เกาะช้างและใกล้เคียงนำเรือไปจอดบริเวณที่จมเรือช้าง เพื่อพาลูกค้านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เป็นลูกค้าของตนเองไปดำน้ำกันเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ทางสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ตราด ก็ได้มีการขอความร่วมมือไปยังเจ้าของธุรกิจดำน้ำทุกรายว่าให้จอดเรืออยู่นอกแนวทุ่นเท่านั้น และให้มีการอธิบายทำความเข้าใจการดำน้ำแก่ลูกค้าด้วย นอกจากนี้แล้วในช่วงที่ผ่านมายังพบว่ามีชาวบ้านนำเรือเล็กมาจอดตกปลาจำนวนหลายลำใกล้ๆ กับจุดจมเรือเนื่องจากปลาชุกชุมนั่นเอง ถ้าหากปล่อยไว้เช่นนั้นไม่มีการจัดระเบียบ ในอนาคตเกิดเสียหายแล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

สำหรับช่วงที่มีการจมเรือช้าง มีระดับความลึกของน้ำทะเลอยู่ที่ 33-35 เมตร การเดินทางจากสะพานท่าเทียบเรือบ้านบางเบ้า ต.เกาะช้างใต้ไปยังจุดที่จมเรือก็ใช้เวลาประมาณ 25-30 นาที ปัจจุบันพบว่าจุดที่จมเรือช้างเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ชื่นชอบการดำน้ำชมปะการังและสัตว์น้ำชนิดต่างๆ ใต้ทะเล ซึ่งจะได้สัมผัสสัตว์ทะเลที่มาอาศัยในเรือดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ช่วงที่ผ่านมาสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจทัวร์ดำน้ำที่ขายแพ็กเกจแก่ชาวต่างชาติวันละ 5,000-10,000 บาท/ราย พร้อมกันนี้ทาง อพท.ก็ยังได้มีการจัดสร้างห้องแสดงนิทรรศการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับประวัติของเรือช้างให้นักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจได้ศึกษาและเข้าชมกันไว้ที่ชั้น 2 ของสำนักงาน อพท.ตรงข้ามทางเข้าน้ำตกธารมะยม อ.เกาะช้าง

ที่ปรึกษานายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวตราด วอนขอหน่วยงานรัฐจัดเจ้าภาพดูแลและจัดระเบียบแหล่งดำน้ำเรือช้าง 712 บ้านปลาใต้ทะเลที่เกาะช้าง หลังชาวบ้านเห็นเรืออวนลาก เข้ามาทำประมงใกล้ๆ หวั่นระบบนิเวศโดยรอบเสีย 2 ก.ย. 2559 13:23 ไทยรัฐ