วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

AEC Go On 03/09/59

สิ่งที่เห็นชัดจากการไปเวียดนามครั้งนี้ คือ “การวางแนวนโยบาย และเป้าหมายระยะยาวที่ชัดเจนว่าจะพัฒนาประเทศให้ก้าวกระโดดอย่างไร” จึงตั้งเป้าหมายดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้มากที่สุด โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการเอื้อต่อการลงทุน นั่นคือ 1.ให้เช่าหรือครอบครองที่ดินระยะยาวถึง 99 ปี ซึ่งไทยยังไม่มี 2.สิทธิประโยชน์ด้านภาษี หรือการลดหย่อนภาษีในพื้นที่เฉพาะที่มีความโดดเด่น กลายเป็นแต้มต่อกว่าบีโอไอของไทย และ 3.เตรียมสิ่งอำนวยสะดวกพื้นฐานและบุคลากรอย่างเพียงพอ

นั่นคือสิ่งที่ภาครัฐพยายามบอก เพื่อให้จูงใจให้นักธุรกิจสนใจ ไม่แปลกเลยที่ทีมเศรษฐกิจ รัฐบาลชุดนี้บอกกับนักลงทุนต่างชาติว่า “จะพยายามสร้างสิทธิประโยชน์ และแรงจูงใจให้เหนือเวียดนาม”

สิ่งที่ค้นพบต่อมาคือ เวียดนามวางแผนการพัฒนาจากส่วนกลางอย่างชัดเจน โดยเวียดนามเหนือ เป็นเมืองราชการ มีสถานที่ท่องเที่ยวบ้าง มีธุรกิจไม่มาก คนท้องถิ่นเก็บเงินเก่ง มีเงิน 100 ใช้ 30 ถ้าจะไปทำธุรกิจเมืองเหนือน่าจะเหลือเฟือในเรื่องเงินกู้

ส่วนเวียดนามกลาง ทำเกษตร เน้นการท่องเที่ยว มีเมืองมรดกโลกอย่างดานัง ฮอยอัน มีโรงแรม 5 ดาว เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ คาสิโน มีชายหาดสวยงาม เป็นระเบียบ ผู้คนที่นี่ไม่ร่ำรวยนัก จึงมักเก็บออม มีเงิน 100 ใช้ 50 ดังนั้น ถ้าจะไปลงทุนที่นี่ ต้องพิจารณาดีๆ ขณะที่เวียดนามใต้ โดยเฉพาะโฮจิมินห์ เป็นระบบทุนนิยมมานาน มีความเจริญมาก เป็นศูนย์กลางการบริการ การท่องเที่ยว การเกษตร ผู้คนร่ำรวย ชีวิตความเป็นอยู่สะดวกสบาย หรูหรา มีเงิน 100 ใช้ 130 จึงเป็นเมืองธุรกิจโดยแท้ และเปิดกว้างรับทุนต่างประเทศ

สิ่งที่ค้นพบอีกอย่างทั้งที่เวียดนามเหนือ กลาง และใต้ คือ ชาวเวียดนามมักกินอาหารนอกบ้าน เพราะบ้านเล็ก ในเวลาดึก ยังพบเห็นคนนั่งกินข้าวในร้านอาหาร จึงเหมาะสำหรับธุรกิจบริการ เพราะมีกำลังซื้อ ดังนั้น เวียดนามจึงเป็นทั้งวิกฤติและโอกาส คือ เป็นทั้งคู่แข่งที่น่าติดตามอยู่เสมอ ขณะเดียวกัน ก็เป็นคู่ค้าที่มีศักยภาพมาก ผมพูดถึงแต่มุมบวกของเวียดนามมามากแล้ว สัปดาห์หน้าขอพูดถึงมุมมืดของเวียดนามบ้างครับ.

ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ

2 ก.ย. 2559 12:47 2 ก.ย. 2559 12:47 ไทยรัฐ