วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มุมข้าราชการ 03/09/59

โดย ซี.12

มติ ครม.เกี่ยวกับการแต่งตั้ง ข้าราชการระดับสูง เมื่อวันอังคารที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมาเป็นอะไรที่ต้องบันทึกไว้อย่างจริงจังในหลายแง่มุม เริ่มแรกการเข้าสู่ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานระดับ ปลัดกระทรวง ที่ยังว่างอยู่ 2 ตำแหน่งนั้น ตำแหน่งแรก ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่าเป็นข้าราชการพลเรือนหมายเลข 1 หลังจากถูก คนนอก เข้ามายึดครองไป 1 ปีก็ยังดีที่ทุกอย่างคืนสู่สภาพปกติด้วยการแต่งตั้ง จิรชัย มูลทองโร่ย จากรองปลัดเลื่อนขึ้นมาเป็นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่จะได้ใช้เวลาราชการที่ยังเหลืออยู่ 1 ปี สร้างศักดิ์ศรีและความสง่างามในตำแหน่งนี้...

อีกตำแหน่งหนึ่งการที่ สรนิต ศิลธรรม รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ ย้ายโอนข้ามห้วยมาเป็น ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นั่นก็ไม่ใช่พลเรือนแท้แต่โอนมาจากอาจารย์หมอในมหาวิทยาลัยไปจ่อที่โน่นแล้วมาขึ้นที่นี่ตรงนี้ชี้ชัดว่า นักวิทยาศาสตร์มืออาชีพ ในราชการของเรายังมีน้อยพอถึงเวลาก็ต้องใช้บริการของคนในสายแพทย์เป็นสำคัญ...

เอ่ยถึงการขาดแคลนมืออาชีพ ในวงการบริหารราชการระดับสูงแล้วมีอีกตำแหน่งหนึ่งซึ่งสะท้อนความจริงในเรื่องนี้คือเมื่อ อำพน กิตติอำพน ถึงเวลาเกษียณอายุราชการจากตำแหน่ง เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 30 กันยายนนี้ก็ให้มีอาการชะงักงันไปทั้งวงการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเสนอเรื่องเข้า ครม. คนใน ที่มีอยู่ก็ยังมีอาวุโสและประสบการณ์ไม่เพียงพอก็เลยต้องแก้ปัญหาด้วยการแต่งตั้ง เลขาธิการอำพน เป็น ข้าราชการการเมือง ในตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี แล้วมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ ผู้ทรงคุณวุฒิประจำสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งถ้าตีความตามประสา ศรีธนญชัย แล้วก็คือให้ทำหน้าที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรีต่อไปไม่ได้แตกต่างไปจากเดิม ...

และเพื่อให้ทุกอย่างลื่นไหลไปโดยราบรื่นไม่มีอะไรติดขัดและเพื่อให้เป็นไปตามระบบระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินจึงมีมติ ครม.ให้ ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา แบ่งภาคมาดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อีกตำแหน่งหนึ่ง เป็นการชั่วคราว เข้าใจว่าเมื่อมาแล้วก็จะได้ทำหน้าที่ รักษาราชการในตำแหน่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ไปด้วย ต่อไปนี้การบริหารงานในสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจึงน่าจะออกมาในรูป ที่ปรึกษาอำพน สั่งการด้วยวาจา ให้เจ้าหน้าที่ทำทุกอย่างไปเหมือนเดิมแต่ถ้าต้องมีการลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรและมีข้อผูกพันก็จะเป็นหน้าที่ของ รองปกรณ์ผู้รักษาการเลขาธิการ ขอซูฮกให้กับผู้ออกไอเดียนี้ซึ่งไม่ยากแก่การคาดเดาว่าเป็นใคร...

อีก เลขาธิการ ที่มีความสำคัญสูงสุดในราชการพลเรือน คือ เลขาธิการ ก.พ. ปีนี้ก็มีตำแหน่งว่างเช่นกันและมีการแต่งตั้งคนใหม่แล้วในคราวเดียวกันนี้ปรากฏว่าผลออกมาสะท้านฟ้าสะเทือนดินตั้งแต่ทำเนียบรัฐบาลไปจนถึงเมืองนนท์โดย ครม.มีมติให้ เมธินี เทพมณี ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ถูกย้ายมาจากปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเมื่อก่อนนี้ ได้เข้าดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ ก.พ. คนใหม่แต่จะว่าแบบไม่คาดคิดก็ไม่ได้เพราะเคยทราบมาพอเป็นเลาๆอยู่ก่อนแล้วว่า ผู้ตรวจพิเศษเมธินี ได้รับมอบหมายภารกิจพิเศษให้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับ ก.พ. และ ก.พ.ร.มาได้พักใหญ่แล้ว ตอนแรกคาดว่าจะไปลงที่ ก.พ.ร.ด้วยซ้ำไป...

อย่างไรก็ตาม ต้องบันทึกไว้เป็นตำนานว่าตั้งแต่มีสำนักงาน ก.พ.และมีเลขาธิการ ก.พ.คนแรก เมื่อปี 2477 คือ หลวงสุขุนัยประดิษฐ เลขาธิการ ก.พ.คนต่อๆมาเกือบทุกคนล้วนแต่ก้าวขึ้นมาจาก รองเลขาธิการ ทั้งสิ้นที่บอกว่าเกือบทุกคนเพราะมีอยู่คนเดียวเมื่อปี 2534-2535 ที่ ดร.วิจิตร ศรีสะอ้าน จากปลัดทบวงมหาวิทยาลัยมาทำหน้าที่เลขาธิการ ก.พ. อีกตำแหน่งหนึ่งอยู่ 1 ปีโดยไม่ขาดจากตำแหน่งปลัดทบวงมหาวิทยาลัย ดังนั้น ถ้าจะนับ เลขาธิการเมธินี ก็จะเป็นคนที่สองซึ่งมีอายุราชการยาวไกลถึงปี 2562 และเมื่อถึงตอนนั้น รองเลขาธิการ ก.พ.ลำดับที่ 1 คือ หม่อมหลวงพัชรภากร เทวกุล ก็จะครองอาวุโสยาวนาน 5 ปี และยังไม่เกษียณควรได้รับความเป็นธรรมด้วย...

“ซี.12”

2 ก.ย. 2559 11:16 2 ก.ย. 2559 11:16 ไทยรัฐ