วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผอ.มงกุฎวัฒนะ โต้ตับแตก ตอกใส่ดีเอสไอ

ผอ.มงกุฎวัฒนะ โต้ตับแตก ตอกใส่ดีเอสไอ

  • Share:

บังข้อมูลอดีตที่ดินดับในคุก ยันไม่เกี่ยวทีมกู้ชีวิตปมหัวใจ ญาติยกเลิกเผาศพรอพิสูจน์

ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ แถลงโต้ ดีเอสไอ การปั๊มหัวใจผู้ต้องหา อดีตเจ้าหน้าที่ ที่ดินพังงาที่ผูกคอตายในห้องขัง ไม่ทำให้ตับแตกตาย เพราะอวัยวะทั้งคู่อยู่คนละตำแหน่งพร้อมสาธิตการปั๊มหัวใจให้สื่อชม ซัดกลับอีกดอกใหญ่ วันเกิดเหตุดีเอสไอขอทีมแพทย์ไปช่วยเหลือ อ้างมีคนหมดสติ แต่ไม่ได้บอกก่อนเป็นเพราะผูกคอตัวเอง ด้านผู้การนิติเวชบอก เก็บเนื้อเยื่อในซอกเล็บ เลือด และอื่นๆในตัวผู้ตายไว้แล้วไม่เกิน 1 เดือนจะทราบผล ส่วนดีเอสไอเงียบกริบ ตั้งคณะกรรมการสอบหัวหน้าส่วนควบคุมผู้ต้องหา พร้อม 2 เจ้าหน้าที่ รปภ.ที่เข้าเวรขณะเกิดเหตุ

กรณีนายธวัชชัย อนุกูล อายุ 66 ปี ชาว จ.ภูเก็ต อดีตเจ้าพนักงานที่ดิน จ.พังงา ผูกคอตายคาห้องขังดีเอสไอ หลังถูกจับกุมได้ไม่ถึงวัน ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 พฤติกรรมออกโฉนดหาดลายัน อุทยานแห่งชาติสิรินาถ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ประมาณ 7 ไร่ มูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านบาทให้นายทุน แต่ญาติผู้เสียชีวิตติดใจการตาย เหตุผลนิติเวช ตร.ระบุเกิดจากเลือดออกในช่องท้อง ตับแตก ถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก ร่วมกับขาดอากาศหายใจจากการผูกคอ ขณะที่ดีเอสไอออกมาโต้ ไม่จำเป็นต้องทำร้ายผู้ต้องหา โดยอาการตับแตกเกิดจากการปั๊มหัวใจช่วยชีวิตของแพทย์

ความคืบหน้าในคดีอื้อฉาวนี้ ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 1 ก.ย. พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เผยว่า พนักงานสอบสวนได้ทำตามขั้นตอนกฎหมาย หลังได้รับแจ้งเหตุผู้ต้องหาเสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัวในห้องขังดีเอสไอ เบื้องต้นได้ตรวจสอบร่วมกับพนักงานอัยการ ฝ่ายปกครอง และแพทย์ ขณะนี้ได้ดำเนินการ 1.ได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ปฏิบัติหน้าที่เวรเฝ้าผู้ต้องหา 1 ปาก ส่วนเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ปฏิบัติหน้าที่เวรเฝ้าผู้ต้องหาอีก 2 ราย ดีเอสไอกำลังประสานวันและเวลาเข้าให้ปากคำ 2.เรื่องการปฐมพยาบาลของ รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้ทำหนังสือไปแล้ว รอ รพ.มงกุฎวัฒนะประสานจะทำหนังสือชี้แจง หรือให้พยาบาลและแพทย์ที่อยู่ในเหตุการณ์ให้ปากคำ 3.การสอบปากคำญาติผู้ตาย ทางญาติขอให้ดำเนินการเรื่องพิธีศพผู้ตายให้เรียบร้อยก่อน จึงจะเข้าให้ปากคำ และ 4.เรื่องการตรวจสอบวัตถุพยานต่างๆ รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณโถงหน้าลิฟต์ชั้น 6 ได้ประสานดีเอสไอแล้ว รอผู้บังคับบัญชาดีเอสไอประสานกลับมา การดำเนินการทั้งหมดต้องให้เสร็จใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งความ

ส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ขั้นตอนการดำเนินการกรณีนี้เป็นการตายในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ดังนั้น ท้องที่ที่พบศพ คือ สน.ทุ่งสองห้อง เป็นผู้รับผิดชอบตาม ป.วิ อาญา ม.150 พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานสอบปากคำเจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหา ผู้จับกุมผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนของดีเอสไอ เจ้าของคดี และญาติผู้ต้องหา สำหรับวัตถุพยานในคดี คือถุงเท้าและเสื้อผู้เสียชีวิต ทั้งนี้จะต้องทำสำนวนให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน สามารถขยายเวลาได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน เบื้องต้นทราบว่าทางดีเอสไอ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องนี้แล้ว ส่วนผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการยังไม่ออก มีแต่ผลการชันสูตรเบื้องต้น

ด้าน พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.นิติเวช รพ.ตร. กล่าวถึงผลการผ่าชันสูตรศพนายธวัชชัย อนุกูล ว่า สถาบันนิติเวช รพ.ตร. ได้เก็บรายละเอียดเนื้อเยื่อในซอกเล็บ เลือด และอื่นๆในร่างกาย เพื่อตรวจในห้องปฏิบัติการ คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน จะทราบผล ทั้งนี้ หากมีการต่อสู้เกิดขึ้นก่อนจะเสียชีวิต สามารถตรวจพิสูจน์ได้ เพราะจะมีหลักฐาน อาทิ เนื้อเยื่อ และดีเอ็นเอของบุคคลอื่นตกอยู่ รวมทั้งหากมีสารพิษในร่างกายสามารถตรวจพิสูจน์จากเลือดได้เช่นกัน หากญาติประสงค์ที่จะนำผลชันสูตรไปให้หน่วยงานอื่นพิสูจน์ซ้ำ สามารถทำได้ เพราะมั่นใจในขั้นตอนและการตรวจพิสูจน์ของสถาบันนิติเวช รพ.ตร. ที่เป็นผู้ส่งหลักฐานให้พนักงานสอบสวนและศาล

ส่วนความเคลื่อนไหวทางด้านกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ มีรายงานว่า อธิบดีดีเอสไอ สั่งตั้งกรรมการสอบนายชยพล หวานชะเอม เจ้าหน้าที่คดีพิเศษ ระดับชำนาญการ หัวหน้าส่วนควบคุมผู้ต้องหา และเจ้าหน้าที่ รปภ.ที่เข้าเวรยามวันเกิดเหตุ 2 คน และให้รายงานให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม และนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ทราบภายใน 15 วัน

ขณะที่นายชัยณรงค์ อนุกูล อายุ 63 ปี น้องชายนายธวัชชัยเปิดเผยเมื่อช่วงสายวันเดียวกันว่า ขอทำพิธีศพพี่ชายให้เสร็จก่อน และจะนัดกับตำรวจอีกที จะเข้าให้ปากคำวันไหน ส่วนการตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าวของดีเอสไอ ไม่แปลกใจ เพราะเป็นเรื่องปกติของทางราชการ ตนเชื่อมั่นแพทย์และพยาบาล รพ.มงกุฎวัฒนะ เพราะแพทย์และพยาบาลเป็นผู้เชี่ยวชาญ ได้รับการอบรมและฝึกสอนในการช่วยชีวิต และการปั๊มหัวใจว่าทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง 99 เปอร์เซ็นต์ คงไม่ทำให้ตับพี่ชายตนเสียหายและแตกได้ ขณะนี้รอผลชันสูตรศพจากนิติเวช รพ.ตำรวจ อย่างละเอียดที่จะออกมาภายใน 30 วัน และขอขอบคุณ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.นิติเวช รพ.ตำรวจ ที่ได้ลงมือผ่าศพชันสูตรด้วยตัวเอง

“ในคืนวันที่ไปหาพี่ชายที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ เวลาประมาณ 02.00-03.00 น. นายธวัชชัยยังไม่เสียชีวิต ม่านตาเบิกขยาย และชีพจรหัวยังเต้น ขณะที่แพทย์และพยาบาลก็ช่วยกันปั๊มหัวใจ จนอีก 1 ชม.ต่อมาจึงเสียชีวิต นอกจากนี้ มีพยาบาลได้ชี้ให้ดูร่องรอยที่คอศพ ว่าจะเห็นเป็นรอยแดงเส้นเล็กๆ รอบคอ แต่ไม่ชัด ถ้าไม่เพ่งพินิจก็ไม่เห็น พยาบาลบอกว่าคงถูกวัตถุรัดรอบคอไม่นาน หากโดนรัดมานานแล้วจะขึ้นแดงช้ำมากกว่านี้ ส่วนบาดแผลอื่นๆตามร่างกายของพี่ตนก็ไม่พบ และภายในเวลา 16.00น.จะทำพิธีเผาศพนายธวัชชัยที่วัดบางหลวง จ.ปทุมธานี” นายชัยณรงค์กล่าว

มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ช่วงสาย พล.ต.นพ. เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะได้ โพสต์ในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “เหรียญทอง แน่นหนา” ว่า เนื่องจากมีสื่อมวลชนจำนวนมากโทรศัพท์สอบถามถึงเหตุการณ์การเสียชีวิตของนายธวัชชัย แต่ พล.ต.นพ.เหรียญทอง มีภารกิจด่วน ได้โพสต์ข้อเท็จจริงลงเฟซบุ๊กส่วนตัวแชร์ไปถึงนักข่าว มีใจความโดยสรุปว่า การปั๊มหัวใจไม่ได้ทำให้ตับแตกตามที่ดีเอสไอกล่าวหา และตอนที่ถูกขอให้จัดทีมแพทย์ไปช่วยเหลือ ดีเอสไอแจ้งเพียงว่า มีผู้ป่วยหมดสติ ไม่ได้บอกว่าผูกคอตาย ส่วนกรณีที่ตับแตกให้ไปสอบถามทางนิติเวช ตร. โดยจะขอแถลงอีกครั้งในช่วงบ่าย

ต่อมาเวลา 15.15 น. ที่ห้องประชุมชั้น 8 โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ พร้อมด้วย นพ.สาธร วชิราพรพฤฒ ศัลยแพทย์ นพ.ธัญนพ โชติวาวรรณ แพทย์ระบบหัวใจ นางละอองดาว ปินะดา พยาบาล CCU และ น.ส.สุมาลี มงคลเกตุ พยาบาลแผนกฉุกเฉิน ร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีช่วยเหลือนายธวัชชัย อนุกูล

พล.ต.นพ.เหรียญทองเปิดเผยว่า คืนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 01.15 น. เจ้าหน้าที่แพทย์ฉุกเฉินได้รับแจ้งจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีคนไข้อาการคล้ายเป็นลม ความดันสูง ได้เร่งเดินทางเข้าช่วยเหลือ พบนายธวัชชัยอยู่ในสภาพไม่หายใจ ไม่มีชีพจร ได้ช่วยฟื้นคืนชีพ หรือ CPR ก่อนที่ในอีก 15 นาทีต่อมาจะเคลื่อนย้ายนายธวัชชัยมาที่โรงพยาบาลทันที ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำปั๊มหัวใจอย่างต่อเนื่อง เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ทีมแพทย์ได้สอดท่อหายใจ ให้ยากระตุ้นหัวใจ ร่วมกับการช็อตไฟฟ้ากระตุ้นหัวใจ ทำให้อาการกระเตื้องขึ้นมา แต่ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤติ ได้เคลื่อนย้ายเข้าห้องดูแลคนไข้วิกฤติ (CCU) พยาบาลได้พยายามใช้มือคลำชีพจรที่ขาหนีบคนไข้ แต่ไม่พบ ระหว่างนั้นได้ให้ยากระตุ้นหัวใจทุกๆ 3 นาที ควบคู่กับการทำ CPR ระหว่างนั้นทีมแพทย์ได้ชี้แจงกับญาตินายธวัชชัยด้วยว่าไม่สามารถช่วยชีวิตได้ ทางญาติรับรู้และเซ็นยินยอม ก่อนที่นายธวัชชัยจะเสียชีวิตในเวลา 04.45 น. วันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา

“หากตอนแรกได้รับแจ้งว่าให้ไปรับผู้ป่วยสาเหตุผูกคอ จะเตรียมการอีกแบบหนึ่ง แต่เราได้รับแจ้งแค่ไปรับผู้ป่วยเป็นลมหมดสติ ส่วนกรณีการปั๊มหัวใจนั้น ที่ผ่านมาไม่เคยได้ยินว่าสามารถทำให้ตับแตก หรือช้ำได้ จะมีแค่หากปั๊มหัวใจผิดวิธีและไม่ตรงจุดอาจทำให้กระดูกซี่โครงร้าวหรือหักได้เท่านั้น เพราะตับจะอยู่ด้านข้างใต้ซี่โครงขวา คนละจุดกับหัวใจ จริงๆแล้วในฐานะแพทย์ และเจ้าหน้าที่โรงพยา– บาล วินาทีความเป็นความตาย เรามีหน้าที่กู้ชีวิตผู้ป่วยจนสุดความสามารถให้ฟื้นขึ้นมาเท่านั้น ส่วนกรณีอื่นๆ หรือสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต้องไปสอบถามทางแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ที่เป็นผู้ผ่าตัดชันสูตรพลิกศพ” พล.ต.นพ.เหรียญทองกล่าว

ขณะเดียวกัน ทีมแพทย์ที่ทำการช่วยเหลือเปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งให้ไปช่วยผู้ป่วยเป็นลมหมดสติ ได้เข้าไปที่ชั้น 6 สำนักงานดีเอสไอ ไม่รู้ว่าเป็นห้องขังผู้ต้องหา โดยพบร่างผู้ป่วยนอนอยู่บนเตียงในห้องดังกล่าวแล้ว พยาบาล และผู้ช่วยพยาบาลได้ปั๊มหัวใจฉุกเฉินทันที จากนั้นนำตัวมาที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาล ช่วยกู้ชีวิตขึ้นมาแต่ไม่สำเร็จ หลังจากนั้นได้มีการบันทึกในเอกสารว่า พบร่องรอยแดงรอบคอ นอกนั้นไม่พบบาดแผลที่ร่างกาย ส่วนกรณีตับได้รับความเสียหาย จะทำให้เสียชีวิตได้ต่อเมื่อเลือดไหลจำนวนมากเท่านั้น จะทำให้ร่างกายช็อก สาเหตุจากการเสียเลือดมาก

ระหว่างการแถลงข่าว พล.ต.นพ.เหรียญทอง ได้ให้พยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล สาธิตวิธีการปั๊มหัวใจ หรือ CPR กับหุ่นจำลองฝึกหัดและสอนการช่วยชีวิต หรือหุ่น CPR ให้ผู้สื่อข่าวชมด้วย

บ่ายวันเดียวกัน ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า หลังผลชันสูตรศพนายธวัชชัยออกมาว่า เสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศกายใจ ตับแตก และมีเลือดออกในช่องท้อง ส่วนสาเหตุมาจากการช่วยเหลือปั๊มหัวใจหรือไม่นั้น ประเด็นดังกล่าวไม่ได้เป็นการกล่าวหาโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ขณะที่ดีเอสไอต้องสอบสวนว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังให้การช่วยเหลือลักษณะไหน ส่วนกล้องวงจรปิดที่ไม่ติดตั้งในห้องขัง เพราะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องหา แต่ก็ยังมีกล้องวงจรปิดตรงทางเดิน และต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ได้กำชับ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ สรุปสาเหตุ พร้อมให้หน่วยงานสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตเชิงลึก ทั้งประเด็นการเสียชีวิต และวิธีการเสียชีวิตว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพื่อตอบข้อสงสัยของประชาชนให้ชัดเจน และให้ญาติผู้เสียชีวิตมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนประเด็นของการฆ่าตัดตอน ยังเห็นว่าไม่มีมูลเหตุที่ชัดเจน

ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยถึงข้อครหาการเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกุล ว่า หากสงสัยก็ต้องไปสอบถามดูว่ามีข้อสงสัยอย่างไร ต้องดูให้ละเอียดยังตอบอะไรไม่ได้ ต้องให้มีพยานหลักฐานที่ชัดเจนก่อน เมื่อถามว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องการออกเอกสารสิทธิที่ดินที่ จ.ภูเก็ต ที่มีปัญหาหนักมากจะสามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ต้องแก้ไขเพื่อทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็บอกแล้วว่าทุกอย่างต้องเดินตามกฎหมายทั้งหมด

อีกด้านหนึ่ง นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า การปั๊มหัวใจ คือการใช้มือกดลงไปกลางหน้าอกของผู้ป่วย เป็นจุดที่ห่างจากตับมาก ต่อให้ปั๊มผิดวิธีก็ไม่น่าจะทำให้ตับแตก อาจจะทำให้มีอาการช้ำในบริเวณจุดที่ปั๊มหัวใจเท่านั้น หรืออาจจะมีบางกรณีที่ทำให้ซี่โครงหักได้หากผู้ป่วยเป็นคนผอมบาง หรือบาดเจ็บอื่นๆอยู่ก่อนแล้ว ต่อให้ปั๊มผิดวิธีจนซี่โครงหักก็ไม่น่าจะกระทบไปถึงบริเวณตับได้เพราะอยู่ไกลจุดมาก นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่ทางสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เน้นย้ำและออกประกาศตลอดคือ อยากให้ประชาชนทุกคนได้เรียนรู้วิธีการปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่ถูกต้อง เพื่อที่จะได้ช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ด้วยตัวเองก่อนที่รถฉุกเฉินจะไปถึง จะได้ไม่เกิดกรณีการช่วยชีวิตผิดวิธีจนทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตอีก แต่ขณะนี้ก็ยังมีประชาชนจำนวนมากที่ไม่ทราบวิธีการปฐมพยาบาลที่ถูก

เย็นวันเดียวกัน ที่วัดบางหลวง ถนนปทุมธานีสายใน ต.บางหลวง อ.เมืองปทุมธานี สถานที่ตั้งบำเพ็ญการกุศลศพนายธวัชชัย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ญาติทำพิธีสวดพระอภิธรรมศพมาแล้ว 1 คืน และเตรียมจะฌาปนกิจในเวลา 16.00 น. วันเดียวกันนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงาไม่มีแขกเหรื่อมาร่วมงาน มีเพียงญาติพี่น้องไม่ถึง 10 คน อีกทั้งหน้าโลงไม่มีการตั้งรูปถ่ายผู้ตาย ไม่มีการตกแต่งช่อดอกไม้ หรือพวงหรีดเหมือนงานศพอื่นๆ ญาติจัดพิธีเผาหลอก ก่อนจะเคลื่อนศพไปเก็บไว้ในห้องช่องเก็บศพหมายเลข 6 ภายในสุสานของวัด

ทั้งนี้ นายชัยณรงค์ หรือดำ อนุกูล น้องชายผู้ตายเผยว่า ตามกำหนดเดิม วันนี้จะฌาปนกิจศพพี่ชาย แต่ต้องเลื่อนออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากได้รับการประสานจากทางวัดว่า ตามประเพณีวัดไม่เคยสวดคืนเดียวแล้วเผา ได้ปรึกษากับญาติพี่น้องอีกครั้ง รวมถึงเรื่องที่มีกระแสมาจากหลายด้านว่าทำไมถึงรีบสวดแล้วเผา ทำให้ต้องทบทวนอีกครั้งเพื่อให้ทุกอย่างโปร่งใส และที่สำคัญจะได้ไม่มีข้อครหาใดๆ แต่ถ้าถามว่าการปั๊มหัวใจจนทำให้ตับแตกนั้นเชื่อหรือไม่ ส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ ส่วนศพจะเผาวันไหนคงต้องรอให้ผู้เชี่ยวชาญสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ออกผลชันสูตรอย่างเป็นทางการให้ชัดเจน ถ้าผลออกมาแน่ชัดตนพร้อมยอมรับ และยืนยันว่าการตัดสินใจเลื่อนเผาศพในวันนี้ ไม่ได้มีใครมาบงการหรือกดดันแต่อย่างใด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้