วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดันสมุนไพรไทย 'ผักปลัง' ชูกำลัง

งานมหกรรมสมุนไพรซึ่งเป็นที่รอคอยของผู้ที่นิยมชมชอบการรักษาหรือบำรุงกำลังด้วยพืชผักไทยๆ ที่มีสรรพคุณเป็นยาอันเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ที่เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ส.ค. และเมื่อวันที่ 1 ก.ย. วันที่สองของการจัดงาน ปีนี้เป็นครั้งที่ 13 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า ภายในงานมีผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่างๆมากมาย ทั้งเครื่องสำอาง ยาบำบัดรักษาโรค ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นต้น งานปีนี้ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีผู้แห่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ที่มาร่วมงานกันอย่างคึกคัก

ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้าโครงการสาธิตการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า ปีนี้มีผลิตภัณฑ์สมุนไพรหลายชนิด ถูกนำมาพัฒนาเป็น ผลิตภัณฑ์ทั้งเครื่องสำอางและยา หนึ่งในนั้นคือ “ผักปลัง” ผักพื้นบ้าน มีสรรพคุณช่วยเพิ่มพรีไบโอติกส์ ช่วยเรื่องการขับถ่ายให้ดีขึ้น กำจัดสารพิษ เหมาะกับการล้างพิษทำดีท็อกซ์แบบธรรมชาติ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ปรับปฏิกิริยาภูมิแพ้ ลดคอเลสเทอรอล ช่วยบำรุงร่างกาย ลดความดันโลหิตสูง ทำให้เจริญอาหาร ช่วยรักษามะเร็งลำไส้ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์และทารก ที่มักพบปัญหาท้องผูก นำมาทำเป็นกับข้าวรับประทานช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้ และยังเป็นสมุนไพรปกป้องกระเพาะอาหารตับและไตให้พลังหล่อลื่น เนื่องจากมีเมือกลื่นช่วยระบาย ทำให้มีการนำมาใช้รักษาโรคกระเพาะ มีฤทธิ์ต้านการเป็นพิษต่อไต ที่เกิดจากยาปฏิชีวนะกลุ่มอะมิโนไกลโคไซด์ และยาเจนต้าไมซิน ช่วยยับยั้งการเกิดนิ่วจากการตกตะกอนของแคลเซียมออกซาเลต

ภญ.สุภาภรณ์กล่าวต่อว่า ที่น่าสนใจคือ ในประเทศแคเมอรูน มีการศึกษาในหนูทดลองและมีการนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ช่วยเสริมกำลังวังชาทำให้นักกีฬาออกกำลังกายได้นานขึ้น ช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย เพิ่มปริมาณน้ำอสุจิในเพศชาย ช่วยในการหล่อลื่น สมัยก่อนมีการนำเมือกผักปลังไปใช้ทาบริเวณช่องคลอดผู้หญิงก่อนคลอดลูก เพื่อทำให้คลอดลูกได้ง่ายขึ้น อนาคตจะต้องมีการศึกษาสารที่อยู่ในผักปลังเพิ่มขึ้นและนำความรู้ที่ได้มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หลายชนิด หลักๆจะนำไปใช้ในการแก้ปัญหาท้องผูก ในหญิงตั้งครรภ์และเด็ก ส่วนอันตรายจากผักปลังยังไม่พบ อยากให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยมาร่วมมือกัน ศึกษาวิจัยพืชผักสมุนไพรไทย เพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย ทั้งช่วยกันเก็บรักษาภูมิปัญญาของไทยไว้ และที่สำคัญสมุนไพรเหล่านี้สามารถสร้างรายได้จำนวนมหาศาลให้กับไทยอีกด้วย

ขณะที่นางจิรัชยา ประมวล เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) แกลง จ.ระยอง กล่าวว่า สสอ.แกลง ได้เลือก “ผักกระชับ” หรือหญ้าผมยุ่ง มาเป็นตัวชูโรงในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 13 เนื่องจากผักกระชับ เป็นพืชพื้นบ้านเกิดขึ้นตามท้องนา ชาวบ้านชุมชนบ้านทะเลน้อย อ.แกลง นำมาเพาะจนกลายเป็นผักเศรษฐกิจได้เพียงแห่งเดียวในไทย ตัวผักกระชับ มีสรรพคุณทางยาหลากหลาย อาทิ ช่วยกระชับมดลูก แก้ปวดประจำเดือน ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ ระงับประสาท แก้โรคมาลาเรีย ไขข้ออักเสบ กระเพาะอักเสบ แก้ปวดกล้ามเนื้อ ทั้งกล้ามเนื้อเรียบและกล้ามเนื้อลาย

“เมื่อนำใบและลำต้นมาตำให้ละเอียด ใช้พอกแผลปวดบวม แมลงกัดต่อย รักษาโรคหิด หรือนำมาต้มเอาน้ำมาล้างแผลแก้ปวดศีรษะ ปวดหู แก้หวัด สำหรับเมล็ดแก่ของผักกระชับพบว่า มีงานวิจัยของต่างประเทศระบุว่าอาจช่วยรักษาโรคมะเร็ง สอดคล้องกับข้อมูลที่ว่า หมอโบราณใช้เมล็ดแก่ของผักกระชับเข้าไปอยู่ในยาตำรับรักษามะเร็ง แต่เรื่องนี้ยังไม่มีข้อมูลการวิจัยที่ชัดเจน หญ้าผมยุ่งถือเป็นสินค้าโอทอปของ อ.แกลง จะเน้นให้รับประทานเป็นอาหารเป็นหลัก เพื่อจะช่วยให้ได้สรรพคุณทางยา ต้นจะมีลักษณะคล้ายต้นอ่อนทานตะวัน เมนูที่แนะนำคือ กินเป็นผักสดกับน้ำพริก ที่ชาวบ้านนิยมนำมาทำเป็นอาหารคือ แกงส้มผักกระชับ ยำผักกระชับ รวมไปถึงผัดไทยและผัดน้ำมันหอย

ด้าน นพ.สุริยะ วงศ์คงคาเทพ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า สรรพคุณของหญ้าผมยุ่ง ช่วยกระชับมดลูก แก้ปวดประจำเดือน หรือที่ระบุว่าเมล็ดใช้เป็นยารักษามะเร็งได้นั้น เป็นเพียงภูมิปัญญาโบราณที่สืบทอดกันมา กรมฯจะนำผักกระชับมาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ต่อว่ามีสารสำคัญใดบ้างและมีสรรพคุณดังกล่าวจริงหรือไม่ แต่ที่แนะนำคือให้รับประทานเป็นอาหาร เพราะถือเป็นผักพื้นบ้านที่ช่วยดูแลสุขภาพ มีการเพาะปลูกแบบปลอดสารพิษ ทุกส่วนของผักกระชับนำมาใช้ได้ทั้งหมด ต้นอ่อนใช้เวลาเพาะ 2-3 สัปดาห์ ก็นำมากินสดๆเป็นสลัด หรือใส่แกงส้ม ยำ นอกจากนี้ ยังจะศึกษาต่อมน้ำมันที่อยู่ใต้ใบด้วยในการนำมาใช้ทำน้ำมันหอมระเหย

งานมหกรรมสมุนไพรซึ่งเป็นที่รอคอยของผู้ที่นิยมชมชอบการรักษาหรือบำรุงกำลังด้วยพืชผักไทยๆ ที่มีสรรพคุณเป็นยาอันเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ที่เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ส.ค. และเมื่อวันที่ 1 ก.ย. วันที่สองของการจัดงาน... 2 ก.ย. 2559 02:29 2 ก.ย. 2559 02:33 ไทยรัฐ