วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เพ้อ! มีคนสั่งให้แทง นศ.หอการค้าฯระทึก ตั้งสติวิ่งเลือดอาบ หนีโรคจิตเกือบตาย

กลายเป็นข่าวครึกโครมระทึกขวัญ ทำเอานักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทยไม่เป็นอันเรียน ต้องระแวดระวังตัวกันอยู่ตลอดเวลา เมื่อเกิดเหตุชายชาวจังหวัดกำแพงเพชร ถูกคนร้ายไล่แทงบริเวณร่างกายโดยไม่ทราบสาเหตุ บริเวณซอยประชาสงเคราะห์ 27 ซึ่งเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า แต่ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว มีเพียงนิ้วชี้ข้างซ้ายที่ถูกฟัน และไม่สามารถต่อกลับได้

ทั้งนี้ พี่แคมปัส ทราบมาว่า บริเวณมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันแล้วหลายครั้ง โดยย้อนเวลากลับไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นายศิรวชิร์ เกตุผึ้ง หรือน้องกัน นักศึกษาชั้นปี 2 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เหยื่อนักศึกษาหนุ่มถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงโดยไม่รู้สาเหตุเช่นกัน ซึ่งตอนนั้นเจ้าตัวถูกส่งตัวไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาล ท่ามกลางความงงงวยและสงสัย เนื่องจากเจ้าตัวบอกชัดเจนว่า ไม่รู้จักคนร้ายเป็นใคร และไม่ได้มีเหตุทะเลาะเบาะแว้งกับใครมาก่อน เราไปฟังเรื่องราวของเขาพร้อมๆ กัน

อย่างไรก็ตาม ขณะที่เรากำลังสัมภาษณ์กันอยู่นั้น น้องกันจำเป็นต้องเดินทางไปยังสถานีตำรวจดินแดง เพื่อชี้ตัวคนร้ายซึ่งตำรวจจับกุมตัวได้แล้ว ก่อนจะกลับมาสัมภาษณ์กับพี่แคมปัสต่อ

กัน เริ่มเล่าถึงนาทีระทึกว่า
วันนั้นเป็นวันที่ 5 มี.ค. 2559 ผมไปพักที่หอเพื่อนแถวๆ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เวลาประมาณตี 3 ได้ ผมรู้สึกหิว เลยเดินลงไปหาอะไรกินเพียงลำพัง ที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ทางเข้ามหา'ลัย ซึ่งอยู่ห่างจากหอพักเพื่อนประมาณ 150 เมตร ระหว่างทางเดินไปก็ไม่มีใครเลยครับ มีเพียงแสงไฟส่องสว่างเล็กน้อย แล้วจู่ๆ ขณะที่ผมเดินอยู่ มีผู้ชายคนหนึ่ง เดินเข้าหาผมอย่างเร็ว ก่อนจะเข้าประชิดตัว และใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่บริเวณท้องด้านซ้าย โดยที่เค้าไม่ได้พูดอะไรสักคำ

วิ่งและซ่อนตัว
ผมรู้แต่ว่า ต้องมีสติตลอดเวลา ผมรู้ว่าโดนแทง ผมก็วิ่งหนี และหาที่หลบซ่อน ซึ่งขณะนั้นยังไม่รู้สึกเจ็บแผลแต่อย่างใด คิดแค่ว่า จะต้องรอดจากคนร้ายให้ไปได้ก่อน ผมจึงวิ่งเข้าไปซ่อนภายในตึกซึ่งเป็นหอพักแถวๆ นั้น ตอนแรกคนร้ายก็วิ่งตามผมมา แต่เหมือนเค้าวิ่งตามไม่ทัน เพราะผมวิ่งเร็วมากและหลบซ่อนตัวได้ก่อน เวลาผ่านไปสักพักจนผมมั่นใจ ผมจึงออกมาจากที่หลบซ่อน และวิ่งไปหาคนช่วย แล้วก็เจอยามที่หอพักหนึ่ง แต่ยามเค้าก็งงๆ

รุ่นพี่ช่วยน้อง

ผมโชคดีมากๆ ด้วยเวลาที่ดึกมาก ไม่มีใครเลย นอกจากยาม แต่ยังมีรุ่นพี่ในมหา'ลัยเดียวกัน ลงมาจากหอพักพอดี จึงช่วยพาผมขึ้นแท็กซี่และไปส่งโรงพยาบาลราชวิถี ตอนนั้นเลือดผมไหลเยอะมากๆ ผมเริ่มรู้สึก แต่ก็กำลังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เกือบเสียชีวิต
เลือดไหลเกือบหมดตัวครับ หมอบอกว่า ผมเสียเลือดเยอะมาก เกือบ 4,000 ซีซี ต้องให้เลือดถึง 2 ถุง และหมอยังบอกอีกว่า ถ้ามาช้ากว่านี้ ผมอาจจะเสียชีวิตได้เพราะเสียเลือดมาก

บาดแผล
ผมมีบาดแผล และมีดได้แทงจนโดนกระเพาะอาหารของผม แผลผมยาวประมาณ 4 เซนติเมตรได้ อาจเกิดจากช่วงที่ผมหันหลังวิ่งหนี มีดเลยลากให้แผลกว้างขึ้น

รักษาตัวอยู่นาน
ผมนอนโรงพยาบาลได้ 1 สัปดาห์ ก่อนจะออกมารักษาตัวอยู่ที่บ้านอีกประมาณ 2 สัปดาห์ ถึงจะไปเรียนหนังสือได้

ตำรวจมาสอบถึง รพ.

วันรุ่งขึ้น ตำรวจไปสอบสวนผมที่โรงพยาบาลครับ หลังจากที่เพื่อนและรุ่นพี่ไปแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งผมก็ให้การไปตามความจริง แต่มันไม่เป็นข่าวเหมือนเหตุการณ์ครั้งนี้ครับ

ชี้ตัวคนร้าย
เมื่อกี้ผมไปชี้ตัวคนร้ายที่สถานีตำรวจดินแดง ซึ่งตำรวจตามจับได้หลังก่อเหตุขึ้นอีกครั้งเมื่อหลายวันก่อน และคนร้ายก็เป็นคนเดียวกับที่แทงผมครับ ผมจำเค้าได้อย่างแม่นยำ

พูดอะไรกับคนร้าย?
เขาเป็นคนไม่รู้เรื่องครับ พูดคุยไม่รู้เรื่อง พูดจากวกไปวนมา ผมถามว่า มาแทงผมทำไม เขาตอบว่า มีคนสั่งมาให้แทง ผมก็โอเคครับ ตามนั้นครับ

ผมโกรธมาก
ตอนแรกที่โดนแทง จนรักษาตัวหาย ผมโกรธคนร้ายที่มาแทงผม ผมรู้สึกว่า ไม่ได้ทำอะไรให้ใคร และไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน ทะเลาะเบาะแว้งก็ไม่มี ผมตั้งใจมาเรียนหนังสือแล้วมาทำผมทำไม แต่พอฟังคำตอบแล้ว โอเคครับ

เลิกหาคำตอบ

พอผมได้คำตอบมาแบบนั้น ผมหายโกรธเขาแล้วครับ เขาไม่มีสติ ผมเลิกหาคำตอบที่ว่า เขามาแทงผมทำไม และสาเหตุอะไรที่มาแทงผม

โล่งอก คนร้ายถูกจับ
ลึกๆ แล้วผมรู้สึกโล่งมาก ตำรวจจับได้ ผมรู้สึกโอเคมาก ผมมีความมั่นใจในการเดินทางมาเรียนหนังสือมากขึ้น

ชีวิตเปลี่ยนไป
ถ้าชีวิตเปลี่ยนคงไม่มีอะไรมาก เพราะกลับมาเล่นกีฬาได้ตามปกติแล้ว แต่เรื่องที่เปลี่ยนไปเลย คือ ปกติผมมาเรียนโดยรถเมล์ แต่หลังเกิดเหตุผู้ปกครองมารับส่งผมตลอดเลยครับ เป็นแบบนี้ทุกวัน

เตือนภัยเพื่อนนักศึกษา
ตำรวจจับคนร้ายได้ ก็รู้สึกปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้นแล้วครับ แต่ผมก็อยากให้ทุกคนระวังตัวไว้ตลอดเวลา เพราะอาจเกิดเหตุได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะไปไหน ทำอะไร ต้องระวังตัว ดูอย่างผมเป็นตัวอย่าง ปกติผมจะไม่ระวังตัว แต่ทุกวันนี้เปลี่ยนไปแล้วครับ เพื่อนๆ นักศึกษาก็เช่นกันครับ ต้องระมัดระวังตัว ช่างสังเกตตลอดเวลา จะดีกว่าครับ

พี่แคมปัส เห็นด้วยตามที่น้องกันว่า เราอยู่ในสังคมที่หลากหลาย มีภัยเกิดขึ้นได้รอบด้าน วันนึงเราอาจตกเป็นเหยื่อแบบกัน แต่จะดีกว่า ถ้าเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนช่างสังเกต ระแวดระวัง โดยเฉพาะกับการแต่งกายของสาวๆ นักศึกษา หากวันไหนเราต้องกลับดึก ใส่ให้มันเรียบร้อยมิดชิดหน่อยก็ดีนะ

และอย่าลืม!! เหตุการณ์นี้คนร้ายไม่ได้พุ่งเป้าที่ทรัพย์สิน ยังบาดเจ็บเจียนตาย ถ้าคนร้ายหมายที่จะฉกชิงทรัพย์ เราอาจจะสูญเสียไปมากกว่านี้ พี่แคมปัสว่า...ก็เป็นได้นะครับ.

กลายเป็นข่าวครึกโครมระทึกขวัญ ทำเอานักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทยไม่เป็นอันเรียน ต้องระแวดระวังตัวกันอยู่ตลอดเวลา เมื่อเกิด... 1 ก.ย. 2559 18:32 ไทยรัฐ