วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เศร้าน้ำตาไหล! ด.ญ.เผ่ายาซิดี เผย เคย์ลา มูลเลอร์ ช่วยให้หนีรอดไอซิส

(เคย์ลา มูลเลอร์)

สุดสะเทือนใจ... สาวน้อยชนเผ่ายาซิดี เปิดใจ หนีรอดเงื้อมมืออสูรร้ายกลุ่มไอซิสมาได้ จนมีชีวิตใหม่ในสวีเดน เพราะได้รับความช่วยเหลืออย่างกล้าหาญจากหญิงสาวอเมริกัน ‘เคย์ลา มูลเลอร์’ ที่ถูกไอซิสจับตัวไปและยังถูกผู้นำไอซิสข่มขืน ก่อนเสียชีวิต

เมื่อ 1 ก.ย.59 เว็บไซต์ มิเรอร์ รายงานเรื่องราวของสาวน้อยชาวอิรักชนเผ่ายาซิดี ที่รอดพ้นจากเงื้อมมือของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอซิสมาได้ โดยได้รับความช่วยเหลืออย่างหาญกล้าจากน.ส.เคย์ลา มูลเลอร์ หญิงสาวชาวอเมริกันที่อาสาเดินทางไปทำงานช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนในซีเรีย แต่มูลเลอร์ ได้ถูกกลุ่มไอซิสจับไปเป็นตัวประกัน จากนั้น เธอได้ถูกนำตัวไปเป็น ‘ภรรยา’ ของอาบู บาการ์ อัล บักห์ดาดี ผู้นำกลุ่มไอซิส และถูกข่มขืน ก่อนจะพบจุดจบอย่างน่าสะเทือนใจเมื่อปีก่อน (โคตรร้าย! แฉ อัล-บักห์ดาดี หัวหน้าไอซิส ข่มขืนตัวประกันหญิงอเมริกัน ก่อนตาย)

จูเลีย ซึ่งหนีรอดมาได้จากกลุ่มไอซิส และขณะนี้พำนักอยู่ในกรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงสวีเดน เปิดใจกับสถานีโทรทัศน์ เอบีซี บอกเล่าถึงเส้นทางอันแสนโหดร้ายและสุดเศร้าของเธอ หลังถูกกลุ่มไอซิสจับตัวไป ขณะที่ตอนนั้นเธอยังเป็นเด็กหญิงชนเผ่ายาซิดี อายุเพียง 13 ขวบ ว่า หลังจากกลุ่มไอซิสบุกมาถึงหมู่บ้านที่เธออยู่แล้ว เธอได้ถูกพวกมันจับตัวไป และต้องพลัดพรากจากครอบครัว โดยจูเลียเล่าว่า เธอได้ถูกควบคุมตัวไว้ที่เดียวกับเคย์ลา มูลเลอร์ ซึ่งทำให้ทั้งสองได้เป็นเพื่อนที่ใกล้ชิดสนิทสนมกัน

จูเลีย ปัจจุบัน อายุ 15 ปี ซึ่งเข้าใจว่าเป็นหนึ่งในคนที่ได้เห็นเคย์ลา มูลเลอร์ขณะยังมีชีวิตอยู่ เล่าว่า เธอได้บอกกับเคย์ลา มูลเลอร์ว่า “เราต้องหนี และขอร้องให้เคย์ลาหนีมาด้วยกัน แต่เคย์ลาได้บอกกับฉันว่า ไม่...เพราะเธอเป็นชาวอเมริกัน ถ้าเธอหนีมากับฉันแล้ว พวกมันจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อตามหาพวกเรา และจับตัวมาอีกครั้ง... มันเป็นเรื่องที่ดีกว่าสำหรับฉันที่จะหนีไปคนเดียว และเธอจะขออยู่ที่นี่” จูเลีย เล่าถึงความกล้าหาญของเคย์ลา มูลเลอร์

สิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันในความซาบซึ้งถึงความกล้าหาญของเคย์ลา มูลเลอร์ ของจูเลีย คือ เธอได้สวมข้อมือสีรุ้ง ที่เขียนชื่อ เคย์ลา มูลเลอร์ อยู่บนสร้อยข้อมือของเธอ โดยจูเลีย ยังพูดว่า เคย์ลา เป็นคนที่ดีมากของพวกเรา ขณะถูกคุมตัวอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย และมูลเลอร์ยังแนะนำเธอเกี่ยวกับการอยู่อย่างปลอดภัยด้วย โดยจูเลีย เล่าว่า มูลเลอร์ได้ถูกนำตัวไปให้อาบู บาการ์​ อัล บักห์ดาดี ผู้นำไอซิสในฐานะ ‘ ภรรยา’ และเธอพยายามจะไม่ร้องไห้ต่อหน้าพวกเรา แต่หากเธออยู่คนเดียวลำพัง มูลเลอร์จะร้องไห้ ขณะที่วันแล้ววันเล่า ผู้หญิงที่ถูกไอซิสจับตัวมาทั้งถูกทุบตีและบังคับให้ทำงานบ้าน

ทั้งนี้ จูเลียได้หาทางหลบหนีจากเงื้อมมือไอซิส มากับเด็กหญิงเผ่ายาซิดีอีกคนหนึ่ง ในกลางดึกของคืนหนึ่ง ส่วนพ่อกับพี่ชายของเธอถูกฆ่าตาย และแม่ถูกขายไปเป็นทาส อย่างไรก็ตาม โชคดีที่จูเลียหนีรอดจากกลุ่มไอซิสมาได้ และมาอยู่ในสวีเดนกับพี่สาวคนรอง ซึ่งถูกไอซิสขายไปเป็นทาสเช่นกัน แต่สามารถหลบหนีขุมนรกมาได้จนมาพบกับชีวิตใหม่และสิ่งแวดล้อมที่มีความปลอดภัยมากกว่าแผ่นดินเกิด.

สุดสะเทือนใจ... สาวน้อยชนเผ่ายาซิดี เปิดใจ หนีรอดเงื้อมมืออสูรร้ายกลุ่มไอซิสมาได้ จนมีชีวิตใหม่ในสวีเดน เพราะได้รับความช่วยเหลืออย่างกล้าหาญจากหญิงสาวอเมริกัน ‘เคย์ลา มูลเลอร์’ ที่ถูกไอซิสจับตัวไปและยังถูกผู้นำไอซิสข่มขืน 1 ก.ย. 2559 18:13 ไทยรัฐ