วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ข้าวเขียวน้ำนม...โอทอปศรีสะเกษ อุ้มชาวนาให้ราคาตันละ 25,000 บ.

“การจัดการทรัพยากรที่มีในท้องถิ่นให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างพลังพึ่งตนเองและช่วยเหลือกันของชุมชน ให้มีความสามารถในการบริหารจัดการตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถพัฒนาต่อยอดไปถึงระดับวิสาหกิจขนาดย่อมและขนาดกลางในอนาคต”

อภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวถึงแนวทางที่ได้พยายามผลักดันผู้ประกอบการสินค้าโอทอปมาโดยตลอด...“ข้าวเขียว น้ำนม” ผลิตภัณฑ์โอทอปของกลุ่มผู้ผลิตข้าวเกษตรอินทรีย์ ต.จาน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจน...ไม่เพียงจะช่วยให้คนในชนบทสามารถนำภูมิปัญญาอันเป็นเอกลักษณ์มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ ช่วยให้เกษตรกรมีงานทำในชุมชน มีรายได้ วันละ 100-300 บาท
และช่วยให้ชาวนาขายข้าวเปลือกได้ถึงตันละ 25,000 บาท... ดีกว่ารับจำนำเป็นไหนๆ

“เดิมคนที่นี่ไม่มีรายได้เป็นรายวัน มีแต่ขายข้าวรายปี ได้แค่ตันละ 6-7 พันบาท รายได้ไม่พอรายจ่าย ทำไปมีแต่หนี้สิน ตอนวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 ทำงานโรงแรมได้รับผลกระทบ เลยกลับมาอยู่บ้าน พยายามคิดหารายได้ให้ตัวเองและชาวบ้าน แรกๆช่วยกันทำดอกไม้ประดิษฐ์ ทอผ้า น้ำพริก แต่ตลาดแคบ ที่อื่นก็ทำเหมือนกัน จึงไปปรึกษาพัฒนาชุมชน เขาแนะนำดี ให้เราไปร่วมอบรมโน่นนั่นนี่ ได้ความรู้มาว่าควรจะนำวัตถุดิบที่มีในชุมชนมาพัฒนาเป็นสินค้า เราเลยนึกถึงข้าวที่เราปลูกไว้กินเอง ไม่ใช่ข้าวปลูกขายโรงสี เป็นข้าวที่คนอีสานเรียกว่า ข้าวหางใสเหลืองกล้วย มาทำเป็นสินค้าโอทอปตั้งชื่อใหม่เป็น ข้าวเขียวน้ำนม”

ณัฐนิตย์ ไกรษี ประธานกลุ่มผู้ผลิตข้าวเกษตรอินทรีย์ ต.จาน เล่าความเป็นมาของการรวมกลุ่มของชาวนา 20 คน รวมตัวกันฟื้นภูมิปัญญา ดั้งเดิมทำ ข้าวเขียวน้ำนม...เป็นข้าวธรรมดานี่แหละ เพียงแต่การเก็บเกี่ยวเร็วกว่า...เก็บเกี่ยวในระยะยังเป็นข้าวน้ำนมตอนปลาย (เลยช่วงทำข้าวเม่า) ข้าวยังไม่สุกแก่เต็มที่ ผิวเปลือกนอกเหลือง แต่เมล็ดข้าวภายในยังเป็นสีเขียว

นี่แหละข้าวเขียวน้ำนม ที่ชาวนาอีสานปลูกไว้กินเอง ช่วยให้แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย เพราะอุดมไปด้วยแร่ธาตุวิตามิน เมล็ดข้าวยังไม่กลายเป็นแป้งมาก เหมือนข้าวที่เราซื้อกินกัน หุงแล้วจะหอมฟุ้งมากกว่า... เมื่อนำมาเปิดตัวในงานโอทอปครั้งแรก เมื่อปี 2545 ใครที่เดินผ่านเป็นต้องเหลียวหลังตามหากลิ่น

ไม่เพียงจะปลูกแบบอินทรีย์ เก็บเกี่ยวเร็วขึ้น การสีแปรสภาพยังใช้โรงสีไม้แบบโบราณ เพื่อถนอมคุณค่าสารอาหารในเมล็ดข้าว เพราะกระบวนการขัดสีจะไม่ร้อนเหมือนโรงสีสมัยใหม่ที่ทำจากเหล็ก

จากเริ่มแรกผลิตขายได้แค่เดือนละ 2-3 ตัน วันนี้มียอดพุ่งทะลักเดือนละ 13 ตัน...มีให้เลือกตั้งแต่ข้าวขาวหอมมะลิ, ข้าวหอมมะลินิล, ข้าวหอมมะลิแดง, ข้าวซ้อมมือหอมมะลิ และข้าวหอมมะลิ 5 สี สนใจติดต่อได้ที่ 08-6249-7432 ราคา กก.ละ 150 บาท พร้อมส่งถึงบ้าน

แล้วจะได้รู้ ทำไมเขาถึงพูดกันนัก...กินข้าวบนเรือนชาวนาอีสาน นุ่มหอมอร่อยกว่าซื้อข้าวตลาดมาหุงกินเอง.

ชาติชาย ศิริพัฒน์

“การจัดการทรัพยากรที่มีในท้องถิ่นให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างพลังพึ่งตนเองและช่วยเหลือกันของชุมชน ให้มีความสามารถในการบริหารจัดการตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1 ก.ย. 2559 12:52 1 ก.ย. 2559 12:57 ไทยรัฐ