วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปชป. ชี้ยึดโมเดล ลต.ญี่ปุ่น ทำนักการเมืองหน้าใหม่เสียเปรียบ

"นิพิฏฐ์" รับได้หาเสียงเลือกตั้งแบบ "ญี่ปุ่น" งดปราศรัย บอก "นักการเมืองเก่า" ไม่เดือดร้อน แต่ต้องแก้ระบบให้สอดคล้อง ด้าน "องอาจ" เชื่อเกิดปัญหากับผู้สมัครหน้าใหม่ ขอปรับ ครม.เพื่อประชาชนแท้จริง    

เมื่อวันที่ 1 ก.ย.59 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอการหาเสียงเลือกตั้งแบบญี่ปุ่นโมเดลของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ตนรับได้หมดทุกรูปแบบ ทั้งการเลือกตั้งแบบอเมริกา เยอรมนี หรือญี่ปุ่น แต่สิ่งสำคัญคือต้องดูบริบทการเมืองของประเทศไทยด้วย เพราะระบบประชาธิปไตยของไทยต่างกับประเทศอื่นๆ ถ้าเราจะเอารูปแบบการหาเสียงแบบญี่ปุ่นมา จะต้องปรับแก้ระบบอีกหลายอย่างให้สอดคล้อง

"ในฐานะที่ผมเป็นนักการเมืองเก่าของพรรคใหญ่ เห็นว่า การหาเสียงเลือกตั้งแบบญี่ปุ่นที่จะให้งดเวทีปราศรัย นักการเมืองหน้าใหม่จะเสียเปรียบ แต่นักการเมืองหน้าเก่าจะไม่มีปัญหา เพราะถ้าเรารณรงค์หาเสียงไม่ได้ แต่จะใช้วิธีให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งรูป และประวัติผู้สมัครไปตามครัวเรือนต่างๆ แบบนี้นักการเมืองเก่าคงไม่มีปัญหา เพราะคนในพื้นที่จะคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้ว แต่นักการเมืองที่เข้ามาใหม่ ใครจะรู้จัก ถามว่าแบบนี้ประชาชนจะเลือกหรือไม่ อยากให้ลองคิดดู ด้วยเหตุนี้พรรคการเมืองจึงต้องมีเวทีปราศรัย เพื่อเป็นพื้นที่ให้กับนักการเมืองรุ่นใหม่ ได้แนะนำตัว ประวัติ วิสัยทัศน์ การทำงาน แต่ถ้าท่านจะห้ามปราศรัย ผมคนรุ่นเก่าไม่มีปัญหาแน่นอน" นายนิพิฏฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่า นายไพบูลย์ยังมีการเสนอให้ถอดบทเรียนจากการทำประชามติ เพื่อเป็นรูปแบบการเลือกตั้งครั้งหน้าอีกด้วย นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า รูปแบบการทำประชามติที่ผ่านมา เป็นการสื่อสารทางเดียว คือ รัฐ ผู้มีอำนาจดำเนินการสื่อสาร ใครที่เห็นต่างก็ถูกดำเนินคดีหมด แต่คนที่เห็นด้วย กลับพูดได้ทุกอย่าง ตนอยากให้มองว่า กระบวนการทำประชามติแตกต่างจากการหาเสียงเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้ง ผู้เล่นคือนักการเมือง ถ้าไม่มีการหาเสียงปราศรัย ชาวบ้านจะตรวจสอบลำบาก นักการเมืองเปรียบเสมือนคนที่จะต้องแก้ผ้าต่อหน้าประชาชน ต้องเปิดทุกอย่างให้หมดเปลือก ตั้งแต่วันปราศรัยหาเสียงในพื้นที่ของตัวเองแล้ว

ด้าน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยเรื่องหลักการรับได้กับโมเดลให้จำกัดจำนวนป้ายหาเสียงให้เหมาะสมเท่าเทียมกับผู้สมัครในแต่ละพื้นที่ เพื่อหาทางประหยัดงบประมาณ ที่จะใช้กับการหาเสียงให้น้อยที่สุด แต่ไม่เห็นด้วย ที่จะห้ามไม่ให้ผู้สมัคร ส.ส.ลงพื้นที่พบประชาชนได้เลย จะให้ยื่นใบสมัครเสร็จแล้วกลับไปนอนอยู่บ้านเฉยๆ คงเป็นไปไม่ได้ แนวคิดแบบนี้จะกระทบเป็นอุปสรรคกับผู้สมัครหน้าใหม่ ที่ต้องการไปแนะนำตัวกับพี่น้อง ขอปรับ ครม.เพื่อประชาชนแท้จริง

นายองอาจ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีขณะนี้นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ได้ออกมาปฏิเสธข้อครหาว่า ปรับ ครม.เพื่อรองรับทหารเกษียณอายุราชการแล้ว เชื่อว่าวันนี้นายกฯ คงเข้าใจความรู้สึกประชาชนดี ที่อยากได้คนมีความรู้ความสามารถ เหมาะสมกับงานแต่ละตำแหน่งมากกว่าผลประโยชน์พวกพ้อง ตนไม่ติดใจเรื่องตัวบุคคล จะทหารหรือใครมาเป็นรัฐมนตรีก็ได้ทั้งนั้น ตนเข้าใจว่านายกฯ ต้องการคนที่ไว้วางใจได้ ก็อยู่ที่ดุลพินิจของนายกฯ แต่ถ้าได้สเปกทั้งไว้ใจได้และมีความรู้เหมาะกับงานนั้นๆ จะเป็นประโยชน์กับประชาชนมากกว่า

"นิพิฏฐ์" รับได้หาเสียงเลือกตั้งแบบ "ญี่ปุ่น" งดปราศรัย บอก "นักการเมืองเก่า" ไม่เดือดร้อน แต่ต้องแก้ระบบให้สอดคล้อง ด้าน "องอาจ" เชื่อเกิดปัญหากับผู้สมัครหน้าใหม่ 1 ก.ย. 2559 12:19 1 ก.ย. 2559 13:08 ไทยรัฐ