วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ยืนยัน ปั๊มหัวใจตับไม่แตก! เผยดีเอสไอแจ้ง แค่คนเป็นลม

ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก กรณี จนท.ได้รับแจ้งให้ไปช่วยเหลืออดีตที่ดินฯ ผูกคอตายในห้องขังดีเอสไอ ยืนยันไม่มีการแจ้งคนผูกคอตาย แจ้งแค่ว่าเป็นลมหมดสติ ย้ำหัวใจกับตับอยู่คนละช่องท้อง ปั๊มหัวใจจึงไม่ทำให้ตับแตกได้...

จากกรณีการเสียชีวิตของ นายธวัชชัย อนุกูล อดีตข้าราชการที่ดิน ผู้ต้องหาในการการควบคุมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผูกคอตายในห้องควบคุมตัวของดีเอสไอ ช่วงกลางคืนวันที่ 29 ส.ค. ต่อเนื่องวันที่ 30 ส.ค. ภายหลังการชันสูตรของนิติเวช รพ.ตำรวจ ระบุว่าผู้ตายตับแตก มีเลือดตกในช่องท้อง ต่อมา ทางดีเอสไอ ได้ออกมาแถลงว่า ตับแตก อาจเกิดจากการปั๊มหัวใจของพยาบาลของ รพ.มงกุฎวัฒนะ (อ่านข่าว สวดคืนเดียวเผา อดีตที่ดินผูกคอดับ! รองDSI ชี้แจงกรณีตับแตก-ฆ่าตัดตอน)

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2559 นายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้ออกมาชี้แจงผ่านทางผ่านเฟชบุ๊ก ว่า 

"ได้โปรดแชร์ถึงนักข่าวจำนวนมากที่สอบถามถึงกรณีการเสียชีวิตของ นายธวัชชัย อนุกูล ผู้ต้องหากรมสอบสวนคดีพิเศษ...

เนื่องจากเช้าวันนี้ (1 ก.ย. 59 ก่อน 12.00 น.) ผมจะต้องยื่นหนังสือคัดค้านการพิจารณาบุคคลที่มีพฤติกรรมสนับสนุนการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพื่อโปรดเกล้าฯ เป็นผู้พิพากษาโดยจะต้องยื่นหนังสือคัดค้านเข้าสู่ คณะกรรมการตุลาการ ผ่านเลขาศาลยุติธรรม ผมจึงขอเรียนชี้แจงนักข่าวจำนวนมากที่สอบถามถึงกรณีการเสียชีวิตของ นายธวัชชัย อนุกูล ผู้ต้องหากรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นลายลักษณ์อักษร ดังความต่อไปนี้

เวลา 01.10 น. ของวันที่ 30 สิงหาคม 2559 โดยประมาณ รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้รับแจ้งจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ว่ามีคนเป็นลมหมดสติ ขอให้ รพ.มงกุฎวัฒนะ จัดชุดแพทย์ฉุกเฉินไปช่วยเหลือด่วน

เวลา 01.15 น. ชุดแพทย์ฉุกเฉิน รพ.มงกุฎวัฒนะ ไปถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพบว่า นายธวัชชัย อนุกูล อยู่ในภาวะวิกฤติแล้ว โดยต้องทำการช่วยฟื้นคืนชีพ (CARDIOPULMONARY RESUSCITATION, CPR) ในทันที จากนั้นได้รีบนำตัวไปรักษาที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ

เวลา 01.33 น. ชุดแพทย์ฉุกเฉินนำตัว นายธวัชชัย อนุกูล มาถึงห้องฉุกเฉิน รพ.มงกุฎวัฒนะ แล้ว พยายามช่วยฟื้นคืนชีพ (CARDIOPULMONARY RESUSCITATION, CPR) หรือที่ประชาชนทั่วไปเรียกว่า “ปั๊มหัวใจ” โดยต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ณ ห้องฉุกเฉิน คลื่นไฟฟ้าหัวใจของ นายธวัชชัย อนุกูล หยุดหลายครั้ง แต่ก็ยังพอกระตุ้นให้หัวใจกลับฟื้นคืนได้ชั่วคราว แต่อาการของนาย ธวัชชัย อนุกูล ก็ไม่ได้ฟื้นกลับคืนสภาพที่พ้นภาวะวิกฤติ

เวลา 02.40 น. ได้ย้าย นายธวัชชัย อนุกูล จากห้องฉุกเฉินไปยังหน่วยอภิบาลผู้วิกฤติ (CRITICAL CARE UNIT) ซึ่งอาการของ นายธวัชชัย อนุกูล ยังคงเลวร้ายหรือวิกฤติลงอย่างต่อเนื่อง จำต้องทำการช่วยฟื้นคืนชีพ (CARDIOPULMONARY RESUSCITATION, CPR) ตลอดเวลา แต่ก็ไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ได้ จนเสียชีวิตในเวลาประมาณ 04.45 น.

เวลา 08.15 น. เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิปอเต็กตึ๊งได้มาเคลื่อนย้ายศพออกไปจาก รพ.มงกุฎวัฒนะ ซึ่งต่อมาผมได้ทราบจากนักข่าวว่า ถูกนำไปชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตที่สถาบันนิติเวช

เวลา 17.45 น. ของวันที่ 31 สิงหาคม จนถึงปัจจุบัน ณ วันที่ 1 กันยายน 2559 ผมถูกนักข่าวโทรศัพท์เข้ามาสอบถามเป็นจำนวนมากล้วนแล้วแต่มีประเด็นว่า “การปั๊มหัวใจ” นายธวัชชัย อนุกูล เป็นเหตุให้ นายธวัชชัย อนุกูล ขาดออกซิเจน และตับแตก ตกเลือดในช่องท้อง จนเป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้หรือไม่

ผมขอตอบนักข่าวและสาธารณชนว่า

1. ชุดแพทย์ฉุกเฉิน รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้รับแจ้งจากกรมสอบสวนคดีพิเศษว่า มีคนเป็นลมหมดสติ ขอให้ รพ.มงกุฎวัฒนะ จัดชุดแพทย์ฉุกเฉินไปช่วยเหลือด่วน โดยชุดแพทย์ฉุกเฉิน รพ.มงกุฎวัฒนะ ไม่ได้รับทราบข้อมูลว่า มีการผูกคอตาย

2. ชุดแพทย์ฉุกเฉิน รพ.มงกุฎวัฒนะ ทำการช่วยฟื้นคืนชีพ (CARDIOPULMONARY RESUSCITATION, CPR) ที่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพซึ่งมีการให้ออกซิเจน และช่วยการหายใจ การปั๊มหัวใจ ฯลฯ เพื่อการฟื้นคืนชีพ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่การช่วยฟื้นคืนชีพ (CARDIOPULMONARY RESUSCITATION, CPR) จะทำให้ นายธวัชชัย อนุกูล ขาดออกซิเจนมีแต่ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดออกซิเจนเสียด้วยซ้ำ

3. การปั๊มหัวใจในกระบวนการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) นั้น มีเทคนิคและวิธีการปฏิบัติบริเวณตำแหน่งของช่องทรวงอกเพื่อมีผลต่อหัวใจและปอด ส่วนตับเป็นอวัยวะที่อยู่ในช่องท้องคนละช่อง คนละตำแหน่งกันกับการการปั๊มหัวใจในกระบวนการช่วยฟื้นคืนชีพ ทั้งนี้ ช่องทรวงอกและช่องท้องนั้นถูกแบ่งกั้นจากกันด้วยกะบังลม ดังนั้น การปั๊มหัวใจในกระบวนการช่วยฟื้นคืนชีพ จึงไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ตับแตกและตกเลือดในช่องท้องได้ ... ผมขอเน้นย้ำว่าการช่วยฟื้นคืนชีพเป็นการปฏิบัติที่หัวใจและปอด ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับตับครับ... นายธวัชชัย อนุกูล ตับแตกจากสาเหตุใด รพ.มงกุฎวัฒนะ ไม่ทราบ นักข่าวต้องสอบถามจากนิติเวชแพทย์ผู้ชันสูตรโดยตรงครับ

4. ผมขอประทานโทษนักข่าวจำนวนมากจริงๆ ที่ต้องแถลงกรณีดังกล่าวผ่านทางเพจส่วนตัว เพราะผมติดภารกิจยื่นหนังสือคัดค้านการพิจารณาบุคคลที่มีพฤติกรรมสนับสนุนการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเพื่อโปรดเกล้าฯ เป็นผู้พิพากษา โดยผมจะต้องยื่นหนังสือคัดค้านเข้าสู่คณะกรรมการตุลาการ ผ่านเลขาศาลยุติธรรม ภายในก่อนเที่ยงวันนี้ (1 ก.ย. 59) หากยังไม่ชัดเจน หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมค่อยติดต่อผมที่ โทร. 081-815-0966 เวลาบ่ายๆ หรือเวลาเย็นๆ นะครับ

ขอประทานอภัยที่ไม่สะดวกในการสัมภาษณ์ หรือจัดแถลงข่าวไว้ ณ ที่นี้ครับ แต่หากจำเป็นแล้วผมจะจัดตอบข้อซักถามในโอกาสต่อไปให้ครับ
พลตรี นายแพทย์ เหรียญทอง แน่นหนา

ด้าน พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ได้ทำตามขั้นตอนกฏหมาย หลังได้รับแจ้งเหตุในคดีผู้ต้องหาเสียชีวิตในระหว่างถูกควบคุมตัวในห้องขังดีเอสไอ เบื้องต้นได้มีการตรวจสอบร่วมกับ พนักงานอัยการ ฝ่ายปกครอง และแพทย์ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการ 1.ได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ปฏิบัตหน้าที่เวรเฝ้าผู้ต้องหา 1 ปาก ส่วนเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ปฏิบัติหน้าที่เวรเฝ้าผู้ต้องหาอีก 2 ราย ทางดีเอสไอกำลังประสานวัน และเวลาเข้าให้ปากคำ 2.เรื่องการปฐมพยาบาลของ รพ.มงกุฏวัฒนะ พนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือไปแล้ว และรอทาง รพ.มงกุฎวัฒนะ ประสานจะทำหนังสือชี้แจง หรือให้พยาบาลและแพทย์ที่อยู่ในเหตุการณ์ให้ปากคำ 3.การสอบปากคำญาตผู้ตาย ได้ประสานและทางญาตขอให้ดำเนินการเรื่องทำพิธีศพผู้ตายให้เรียบร้อยก่อน จึงจะเข้าให้ปากคำ และ4.เรื่องการตรวจสอบวัตถุพยานต่างๆ รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณโถงหน้าลิฟต์ชั้น 6 ได้ประสานทางดีเอสไอไปแล้ว รอทางผู้บังคับบัญชาดีเอสไอประสานกลับมาซึ่งการดำเนินการทั้งหมดต้องให้ เสร็จภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งความ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ อธิบดีดีเอสไอ สั่งตั้งกรรมการสอบ คือ นายชยพล หวานชะเอม เจ้าหน้าที่คดีพิเศษ ระดับชำนาญการ หัวหน้าส่วนควบคุมผู้ต้องหา ส่วนอีก 2 รายเป็นเจ้าหน้าที่ รปภ.ที่เข้าเวรยามวันเกิดเหตุ และให้รายงานให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรมและ นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ทราบภายใน 15 วัน

ส่วน นายชัยณรงค์ อนุกูล น้องชายของนายธวัชชัย เปิดเผยว่า ทางพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ได้ประสานนัดเข้าให้ปากคำ แต่ตนขอทำพิธีศพพี่ชายตนให้เสร็จก่อน และนัดกับตำรวจอีกทีว่าจะเข้าให้ปากคำวันไหน ส่วนเรื่องการตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าวของดีเอสไอ ตนไม่แปลกใจ เพราะเป็นเรื่องปกติของทางราชการ ตนเชื่อมั่นแพทย์และพยาบาล รพ.มงกุฎวัฒนะ เพราะแพทย์และพยาบาลเป็นผู้เชี่ยวชาญ ได้รับการอบรม และฝึกสอนในการช่วยชีวิต และการปั๊มหัวใจ ว่าทำตามชั้นตอนที่ถูกต้อง 99 % นอกจากนี้การปั๊มหัวใจของแพทย์คงไม่ทำให้ตับพี่ชายตนเสียหายและแตกได้ เพราะตามหลักตำแหน่งของหัวใจและตับมันอยู่คนละส่วนกัน ขณะนี้ รอผลชันสูตรศพจากนิติเวช รพ.ตำรวจ อย่างละอีกที่จะออกมาภายใน 30 วัน และขอขอบคุณ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.นิติเวช รพ.ตำรวจ ที่ได้ลงมือผ่าศพชันสูตรด้วยตัวเอง

น้องชายของนายธวัชชัย กล่าวด้วยว่า ในคืนวันที่ตนไปหาพี่ชายที่ รพ.มงกุฎวัฒนะเวลาประมาณ 02.00-03.00 น. ยังพบว่านายธวัชชัยยังไม่เสียชีวิต แต่ม่านตาเบิกขยาย และชีพจรและหัวใจยังเต้น ขณะที่แพทย์และพยาบาลก็ช่วยกันปั๊มหัวใจ จนอีก 1 ชม.พี่จึงเสียชีวิต นอกจากนี้ มีพยาบาลได้ชี้ให้ดูร่องรอยที่คอศพ ว่าจะเห็นเป็นรอยแดงเส้นเล็กๆรอบคอ แต่ไม่ชัด ถ้าไม่เพ่งพินิจก็ไม่เห็น พยาบาลบอกว่าคงถูกวัตถุรัดรอบรอบคอไม่นาน หากโดนรัดมานานแล้วจะขึ้นแดงช้ำมากกว่านี้ ส่วนบาดแผลอื่นๆตามร่างกายของพี่ตน ก็ไม่พบ และภายในเวลา 16.00 น.จะทำพิธีเผาศพนายธวัชชัยที่วัดบางหลวง จ.ปทุมธานี.

ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก กรณี จนท.ได้รับแจ้งให้ไปช่วยเหลืออดีตที่ดินฯ ผูกคอตายในห้องขังดีเอสไอ ยืนยันไม่มีการแจ้งคนผูกคอตาย แจ้งแค่ว่าเป็นลมหมดสติ ย้ำหัวใจกับตับอยู่คนละช่องท้อง ปั๊มหัวใจจึงไม่ทำให้ตับแตกได้... 1 ก.ย. 2559 11:38 ไทยรัฐ