วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตีตั๋วชนโรง: แฟนเดย์ จะดีกว่านี้ถ้าไม่เคยมี กวน มึน โฮ

กลับมาพบกันอีกครั้งกับคอลัมน์ ตีตั๋วชนโรง ที่ครั้งนี้จะขอมารีวิวถึงหนังไทยกันบ้าง หนังเรื่อง “แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว” ที่เข้าฉายในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นหนังเรื่องแรกของค่ายใหม่แต่หน้าเดิมในวงการอย่าง GDH

แฟนเดย์ เล่าเรื่องของ “เด่นชัย” หนุ่มไอทีไร้ตัวตน ที่ไม่เป็นที่จดจำของคนในออฟฟิศ กระทั่ง “นุ้ย” มาร์เก็ตติ้งคนใหม่เข้ามาทำงาน ความเป็นกันเองทำให้นุ้ยเป็นคนแรกที่จดจำเด่นชัยได้ เด่นชัยจึงหลงรักนุ้ยในทันที แต่ก็ทำได้เพียงแค่แอบรักเท่านั้น จนเมื่อบริษัทได้พาไปเที่ยวฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ณ สกีรีสอร์ท มีจุดที่เรียกว่า “ระฆังแห่งความรัก” เด่นชัยจึงไปขอพรบ้าๆ ว่า ให้เขาได้เป็นแฟนกับนุ้ยแค่วันเดียวก็ยังดี และโชคชะตาก็เล่นด้วย เมื่อนุ้ยเกิดอุบัติเหตุจนเป็น “โรคความจำเสื่อมชั่วคราว” ที่จะมีอาการเพียง 1 วันเท่านั้น แม้จะรู้ว่ากำลังทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องอยู่ แต่เด่นชัยก็เลือกที่จะใช้ช่วงเวลาสั้นๆ แค่วันเดียวใกล้ชิดกับนุ้ย ในฐานะแฟน!


ถือเป็นงานยากของผู้กำกับ โต้ง บรรจง ที่ต้องประสานเรื่องโรคความจำเสื่อมชั่วคราวที่มีอาการเพียง 1 วัน! และเรื่องขอพรเข้าด้วยกัน และทำให้คนดูเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นไปได้และสมเหตุสมผล ซึ่งส่วนตัวยังมองว่าน้ำหนักยังอ่อนไป แต่หนังก็ร้ายกาจในการสร้างบรรยากาศฟุ้งฝันโรแมนติกให้เราคล้อยตาม ประทับใจ เจ็บปวดไปกับตัวละคร ที่มาพร้อมบทสรุปในแบบที่ทำออกมาได้ดี

แฟนเดย์โดดเด่นในการลงรายละเอียดที่ไม่ได้มีแค่มุมสวยงามของความรักเพียงอย่างเดียว ซึ่งโดยส่วนตัวถือว่าเป็นข้อดีที่แตกต่างจากหนังรักโรแมนติกของไทยหลายๆ เรื่อง ยกตัวอย่างเช่น “สกิลของคนแอบรัก” เช่น การแอบช่วยเหลือ จดจำรายละเอียดของคนที่แอบชอบเป็นเลิศ เขาทุกข์เราก็ทุกข์ เขาสุขเราก็สุข ฯลฯ สามารถถ่ายทอดออกมาได้ดี ดูน่ารัก น่าประทับใจ แต่หนังก็ให้มุมมองด้านตรงข้ามที่ไม่สวยงามของความรักในรูปแบบนี้ เมื่ออะไรที่มันมากเกินไปมันก็น่ากลัวเช่นกัน มาคอยดึงสติคนดูไม่ให้ฟุ้งฝันจนเกินไป

และความไม่สวยงามนี่เอง ที่ทำให้พระนางดูมีมิติ ดูเป็นคนที่เราพบเจอได้จริงๆ ประกอบกับการแสดงที่ดีและเคมีที่เข้ากันระหว่าง เต๋อ ฉันทวิชช์ และ มิว นิษฐา ที่สามารถทำให้เราสุขและเศร้าไปกับเรื่องราวความรักของทั้งสองได้ ซึ่ง เต๋อ ในเรื่องนี้เล่นบทหนุ่มไอทีไร้ตัวตน และออกจะเป็นคนขวางโลกได้ดี ส่วน มิว นิษฐา ถือว่าเซอร์ไพรส์มาก กับการเล่น 2 บทบาท ทั้งในแบบปกติและขณะความจำเสื่อม ที่ทำให้รู้สึกถึงความแตกต่างของทั้งสองคนนี้ โดยเฉพาะซีนดราม่าช่วงไคลแมกซ์ของเรื่องที่มิวแสดงได้ดีมาก

แม้หนังจะโฟกัสไปที่คู่พระนาง แต่ฉากหลังเมืองหิมะอย่างฮอกไกโดนั้นสวยมาก ดูหนังเรื่องนี้แล้วเหมือนได้เที่ยวไปในตัว ไม่เพียงแค่นั้น ความหนาวเย็น, หิมะ, ไอศกรีม, เทศกาลน้ำแข็ง ยังถูกใช้สื่อสารเชิงนัยแฝงของความรักระหว่างเด่นชัยและนุ้ย ใครที่ชอบดูหนังแบบเก็บรายละเอียด และชอบการตีความน่าจะถูกใจเป็นพิเศษ

โดยรวมแล้ว แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว เป็นหนังที่ดี แต่จะเป็นหนังที่ดีกว่านี้ และให้ความรู้สึกสดใหม่กว่านี้ ถ้าไม่เคยมีหนังที่ชื่อ “กวน มึน โฮ” มาก่อน องค์ประกอบหลายอย่างของแฟนเดย์ช่างคล้ายกับ กวน มึน โฮ ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ “พันล้าน” พี่โต้ง บรรจง, พระเอก เต๋อ ฉันทวิชช์, เรื่องราวรัก, เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ต่างประเทศ, ฤดูหนาว, การท่องเที่ยว, บทสนทนาบางช่วงบางตอนที่คล้ายคลึงกันอีก ระหว่างที่ดูเลยเหมือนกำลังดูหนังสูตร ที่ทำให้รู้สึกว่าแฟนเดย์เป็นเพียงหนังที่ตามรอยความสำเร็จของ กวน มึน โฮ !

อย่างไรก็ดี ด้วยหน้าหนังที่ถูกจริตคนไทย รายละเอียดของเรื่องที่จี๊ดใจคนแอบรัก อีกทั้งคุณภาพของหนังก็อยู่ในระดับที่เหนือกว่าหนังไทยหลายๆ เรื่องที่เข้าฉายในช่วงที่ผ่านมา แม้ส่วนตัวจะแอบผิดหวังนิดๆ กับการเป็นหนังเรื่องแรกของ GDH ที่คาดหวังถึงความแปลกใหม่กว่านี้ แต่แฟนเดย์ยังเป็นหนังไทยมาตรฐานสูง ดูได้ไม่เสียดายเงินและเวลา

ใครดูแล้วคิดเห็นอย่างไรแลกเปลี่ยนกันได้ครับ แล้วพบกันใหม่ทุกวันพฤหัสบดี กับคอลัมน์ “ตีตั๋วชนโรง” สำหรับรีวิวนี้ขอลาไปก่อน ขอให้ทุกคนสนุกกับการดูหนัง สวัสดีครับ


ชาแมน
Facebook.com/charthree.a
Twitter.com/Chamanz13

กลับมาพบกันอีกครั้งกับคอลัมน์ “ตีตั๋วชนโรง” ที่ครั้งนี้จะขอมารีวิวถึงหนังไทยกันบ้าง หนังเรื่อง “แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว” ที่เข้าฉายในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นหนังเรื่องแรกของค่ายใหม่แต่หน้าเดิมในวงการอย่าง GDH 1 ก.ย. 2559 11:32 1 ก.ย. 2559 13:17 ไทยรัฐ