วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิ่งเต้นคือประเพณีไทย

การวิ่งเต้นเป็นประเพณีไทยแท้แต่โบราณ เพราะประเทศไทยเป็นสังคมระบบอุปถัมภ์ มีระบบพรรคพวกหรือเพื่อนพ้องน้องพี่ มีการวิ่งเต้นแทบทุกวงการ ไม่ใช่แค่วงการข้าราชการหรือการเมือง การฝากลูกเข้าเรียนในโรงเรียนที่เด่นดังก็ต้องวิ่งเต้น ฝากบุตรหลานเข้าทำงานก็วิ่งเต้น การวิ่งเต้นเป็นสมาชิก สนช.ก็อาจเป็นเรื่องปกติ

นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เปิดเผยว่า ในการแต่งตั้ง สนช.เพิ่มอีก 30 ตำแหน่ง เพื่อให้ช่วยงานเร่งรัดจัดทำกฎหมายมากมาย เวลานี้มีการวิ่งเต้นกันมาก “ผมไม่ให้อยู่แล้ว บอกแล้วไม่ต้องมาขอ” แต่มีเสียงวิจารณ์ว่าถ้ามีการแต่งตั้งลักษณะนี้ มักจะมีการวิ่งเต้นกันฝุ่นตลบ เด็กใครเด็กมัน แบ่งโควตากันอย่างสนุกสนานเป็นธรรมดาของการเมืองแต่งตั้ง

ทุกครั้งที่มีรัฐประหาร มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญและยกเลิกการเมืองแบบเลือกตั้ง การเมืองแบบแต่งตั้งมักจะรุ่งเรืองเฟื่องฟู คณะรัฐประหารในอดีตเริ่มงานด้วยการแต่งตั้งพรรคพวกเป็น “สมาชิกสภานิติ บัญญัติแห่งชาติ” (สนช.) แต่รัฐบาล คสช. มีสภาแต่งตั้งเพิ่มอีก 2 สภา ได้แก่ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)

แม้แต่การเมืองแบบเลือกตั้งก็มีวิ่งเต้น แต่วิ่งเต้นคนละแบบกับการเมืองแต่งตั้ง นักการเมืองหลายคนอาจจะต้องวิ่งเต้นผู้นำพรรค หรือกรรมการพรรค เพื่อขอให้ส่งสมัคร ส.ส. เมื่อได้รับเลือกตั้งเป็นแล้ว บางคนอาจต้องวิ่งเต้นต่อ เพื่อขอตำแหน่งรัฐมนตรี แต่การวิ่งเต้นครั้งใหญ่ที่สุด ยากที่สุด เสียเงิน เสียเวลามากที่สุด คือการวิ่งเต้นประชาชน

นักการเมืองประเภทแต่งตั้งนิยม อาจวิ่งเต้นผู้มีอำนาจเพียงคนเดียว หรือไม่กี่คนก็ได้ตำแหน่งสมาชิกสภา แต่นักการเมืองแบบเลือกตั้งต้องวิ่งเต้นกับประชาชน โดยเฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อาจเป็นจำนวนนับหมื่นหรือนับแสนๆ ต้องตระเวนไปพบประชาชนตามหมู่บ้านให้ได้มากที่สุด ต้องไหว้ขอเสียงประชาชน ต้องเสียเวลาแรมเดือนแรมปี และเสียเงินจำนวนมาก

วิธีการบริหารราชการแผ่นดิน ระหว่างนักการเมืองแต่งตั้งกับเลือกตั้ง อาจจะต่างกันในบางเรื่อง เช่น รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากเลือกตั้ง อาจต้องยอมทิ้งหลักการพื้นฐาน ของการบริหารงานบุคคล ที่สำคัญคือ “แต่งตั้งผู้ที่เหมาะสม ในตำแหน่งที่เหมาะสม” เนื่องจากจำเป็นต้องตั้งพรรคพวกที่กอดคอกันมา ให้เป็นรัฐมนตรีในกระทรวงที่ไม่ถนัดหรือไม่เชี่ยวชาญก็ไม่ว่ากัน

ส่วนวิธีการที่จะรักษาความนิยมในหมู่ประชาชน เมื่อวันพุธที่ผ่านมาหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งพาดหัวข่าวเรื่องที่นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นักการเมืองใช้เงินเพื่อทำให้ประชาชนรัก แต่ตนเองไม่เคยให้ใครสักบาท แต่หนังสือพิมพ์อีกฉบับหนึ่งพาดหัวข่าวว่า “ทุ่ม 3 หมื่นล้านแก้หนี้นอกระบบ” โลกของความเป็นจริงก็คือไม่ว่าจะเป็นการเมืองแบบไหน ในสังคมทุนนิยมล้วนแต่ต้องใช้เงินเป็นปัจจัยสำคัญ.

1 ก.ย. 2559 11:23 ไทยรัฐ