วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทางเลือกใหม่เศรษฐกิจไทย

วันพุธและพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้จัดงาน ไทยแลนด์ โฟกัส ครั้งที่ 10 ภายใต้แนวคิด A New Growth Strategy กลยุทธ์การเติบโตแบบใหม่ ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ มีผู้ลงทุนสถาบันต่างชาติเข้าร่วม 112 ราย รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 370,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 13 ล้านล้านบาท ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศเข้าร่วม 98 ราย มีผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนให้ข้อมูล 138 บริษัท มีการประชุมทั้งสิ้น 1,255 ครั้ง ทั้งวันออนวันและกลุ่ม เป็นสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี

คุณเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า งานครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จากนโยบายภาครัฐมีความชัดเจน และผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียน มีกำไรสุทธิสูงสุดในรอบ 5 ปี เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน

คำกล่าวเปิดงานของ คุณอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีคลัง ถือว่าน่าสนใจ โดยระบุว่าปี 2558 ที่ผ่านมา ประเทศไทยตกอยู่ในสภาวะทางแพร่งที่สำคัญ เพราะ หลายกลยุทธ์ที่เคยใช้ในอดีต กลับไม่สามารถนำมาใช้ได้ในปัจจุบันและอนาคต แต่เศรษฐกิจไทยก็ยังเติบโตมากกว่าศักยภาพที่คาดไว้ จีดีพีเติบโต 3.5% ถือเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 13 ไตรมาส อัตราการเติบโตนี้มาจากการท่องเที่ยว

ผมแปลเอาเองว่า แม้วันนี้รัฐบาลเลือกมาถูกทางแล้ว แต่การเติบโตของจีดีพียังมาจากการท่องเที่ยวขาเดียว ยังไม่มีความมั่นคง คุณอภิศักดิ์ จึงเสนอในที่ประชุมว่า รัฐบาลจะสร้างกลยุทธ์การเติบโตที่ยั่งยืนใน 3 แนวทางคือ

1) สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจที่มีความอ่อนไหวสูง เช่น กลุ่มธุรกิจที่มีรายได้ต่ำ เอสเอ็มอี เป็นต้น 2) เสริมแรงให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมใหญ่ที่มีประสบการณ์ในตลาดสูง 3) วางรากฐานให้แก่ S Curve ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมในอนาคต

นอกจากนี้รัฐบาลยังได้พัฒนา ระบบอีเพย์เมนท์ สนับสนุน กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ภาคอสังหาริมทรัพย์ อุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อช่วยเร่งให้ระบบเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วขึ้น ปี 2559 นี้ เป็นปีที่ไทยได้เร่งเสริมความแข็งแกร่งและขยายการเติบโตผ่านหลากหลายกลยุทธ์ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกว่า 20 เมกะโปรเจกต์ ทำให้ระบบโลจิสติกส์มีราคาลดลง ระบบพร้อมเพย์ ที่จะใช้ทั้งประเทศในเดือนตุลาคมปีนี้ รวมถึงธุรกรรมต่างๆผ่านระบบดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น บีทูบี การจ่ายภาษี ประกันสังคม การวางบิลแบบดิจิทัล ทำให้การทำธุรกรรมภาครัฐโปร่งใสขึ้น อนุญาตให้เอกชนเข้ามาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานประเทศ ดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องกล ซอฟต์แวร์ และนวัตกรรม

งานนี้เป็นงานสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนสถาบัน จึงต้องอัดข้อมูลเต็มที่

ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ขึ้นพูดถัดมา ก็ระบุว่า 8 เดือนที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกเจอกับความแปรปรวนใหญ่หลายครั้ง จนมีแบงก์ชาติ 6 ประเทศ ใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ แต่ด้วย ระบบการเงินที่แข็งแกร่งของไทย ทำให้ไทยยังมีฐานะการเงินที่ดี ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยปีที่แล้ว มีการเติบโตสูงถึง 8% ของจีดีพี และคาดว่าจะเติบโตขึ้นอีกในปีนี้ ไทยยังมีเงินทุนสำรองที่สูงกว่าหนี้ต่างประเทศมาก

ระบบธนาคารของไทย ยังมีความแข็งแกร่งต่อเนื่อง มีเงินทุนสูงกว่า 8.5% ที่ทางการกำหนด เอ็นพีแอลอยู่ที่ประมาณ 2.7% แต่กำไรของภาคธนาคารยังอยู่ในระดับสูง

ดร.วิรไท ได้ตอกย้ำกับนักลงทุนว่า ครึ่งปีแรกปีนี้เศรษฐกิจไทยเติบโต 3.4% แม้จะเผชิญกับภัยแล้งก็ตาม โชคดีที่เทคโนโลยีและนวัตกรรม ได้เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการเร่งเครื่องยนต์การเติบโตของเรา ทั้งทุนมนุษย์และโครงสร้างพื้นฐาน

ข่าวดี ก็คือ รัฐบาลได้มีการริเริ่มหลายอย่างเพื่อเดินหน้าไปสู่ทิศทางนี้ เช่น การริเริ่มการปฏิรูปที่สำคัญอย่างนิวเอสเคิร์ฟ ความร่วมมือจากภาคเอกชน และการยกระดับภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและสุขภาพ

ความจริงเนื้อหามีเยอะ ผมย่อเอาเท่าที่ทำได้ เพื่อแชร์สู่กันฟังสำหรับนักธุรกิจที่ไม่มีโอกาสไปร่วมงาน จะได้มีข้อมูลเพิ่มขึ้นเพื่อการตัดสินใจลงทุนครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

1 ก.ย. 2559 10:34 1 ก.ย. 2559 10:34 ไทยรัฐ