วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าตกหลุมพรางการเมือง

แม้การเลือกตั้งจะยังอีกนานถ้าว่ากันไปตามโรดแม็ปที่ คสช.วางเอาไว้ ส่วนจะเป็นวันไหนเดือนไหนยังตอบไม่ได้ แต่ดูเหมือนจะมีเสียงปี่กลองเขย่ากันแล้ว โดยเฉพาะบรรดา พวกห้อยโหนกระดี๊กระด๊ากันตั้งแต่ไก่โห่

ระยะเปลี่ยนผ่านอย่างนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นเป้าสำคัญจากพวกหนุนและพวกคัดค้านจึงควรจะพึงระวังเอาไว้ให้ดี

เผลอพลาดพลั้งไปเข้าร่องแล้วละก็จะหาว่าไม่บอกไม่ได้นะครับ...

การเมืองนั้นมัน “คมลึก” ยิ่งกว่ามีดหรือปลายกระบอกปืนที่พร้อมจะแทงทะลุหรือระเบิดเข้าใส่แบบไม่ปรานีได้ทำเป็นเล่นไป

“ตกหลุมพราง” เข้าไปแหละตายทั้งเป็นได้

มีการพูดกันถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษและประธานองคมนตรีมากสักหน่อยในระยะนี้ที่แสดงบทบาทให้ปรากฏทางสังคมอีกครั้งหลังจากสงบเงียบมานาน โดยเฉพาะการแสดงออกเมื่อวันที่ พล.อ.ประยุทธ์นำคณะเข้าอวยพรเนื่องในวาระวันเกิดครบรอบ 96 ปี

ยังมีความเป็น “ผู้นำ” ที่บ่งบอกถึงความรักชาติบ้านเมืองอย่างเต็มเปี่ยม

ก็เลยมีการนำ “ป๋าเปรม” มาเปรียบเทียบกับ “นายกฯลุงตู่” จนเกิดวาทกรรม “เปรมโมเดล” มาเป็นตัวตั้งว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกฯต่อไปหลังการเลือกตั้ง

เนื่องเพราะบุคลิกและภาวะผู้นำใกล้เคียงกันมาก อีกทั้งเส้นทางการเมืองทำท่าว่าจะเป็นไปในอีหรอบเดียวกัน

จุดเด่นของ พล.อ.เปรมนั้นมีหลายข้อที่น่าสนใจเช่น

1.มีความซื่อสัตย์สุจริต เชื่อมั่นในตัวเอง

2.ตัดสินใจได้อย่างเฉียบขาดด้วยความกล้าหาญ

3.ใช้คนเป็นเพื่อภารกิจของประเทศ

4.พูดน้อยต่อยหนัก

บุคลิกภาพของบุคคลสำคัญ 2 ท่านนี้มีความเหมือนและความต่างอย่างที่ปรากฏให้เห็น แต่สถานการณ์และความเป็นไปของบ้านเมืองดูจะต่างกันไปอย่างเห็นได้ชัด

แน่นอนว่า พล.อ.ประยุทธ์นั้นหลังจากประชามติว่าด้วยรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงผ่านความเห็นชอบจากประชาชน

การจัดแถวคนในกองทัพเป็นไปอย่างที่ผู้คนแทบคาดไม่ถึงเพื่อความเป็นเอกภาพและสามัคคีเพื่อประโยชน์ชาติ

จนทำให้คะแนนนิยมพุ่งสูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา

เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์สง่าขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง อย่างน้อยก็ถือว่ากล้าตัดสินใจอย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้น การสร้างความนิยมจนทำให้เห็นว่าคนนี้น่าจะเป็นนายกฯ เพื่อแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองอย่างตรงใจผู้คน

แต่คนก็ยังเป็นคนมิอาจเป็น “เทวดา” บันดาลทุกสิ่งทุกอย่างได้ในพริบตา

ความเป็นจริงจากนี้ไปก็คือ การแสดงถึงความเป็นผู้นำที่ทำให้เชื่อใจได้ว่าสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้อย่างหนึ่งคือ การกล้าตัดสินใจปลดระวางอุปสรรคที่รายล้อมให้หมดไป

อีกอย่างคือ การแก้ไขปัญหาของประชาชน

ภารกิจอีกอย่างก็คือ การปฏิรูปประเทศที่จะทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้อย่างเป็นรูปธรรม อันแสดงถึงความสามารถในการบริหารและจัดการ

อย่างน้อยห้วงจากนี้ไปจึงมีเวลาที่จะทำการปฏิรูป โดยเฉพาะด้านการเมือง ตำรวจซึ่งเป็นปัญหาหลักของประเทศให้สำเร็จได้ก็จะเป็นรอยต่อสำคัญที่เป็นเรื่องถูกใจตรงใจชาวบ้านมากที่สุด

ควรจะยืนอยู่บนภูดูความเป็นไปดีกว่าเข้าไปคลุกฝุ่นการเมืองเสียเอง.

“สายล่อฟ้า”

1 ก.ย. 2559 10:30 ไทยรัฐ