วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' ยังไม่ตั้ง รมช. เดาผิดหมด ปธ.ที่ปรึกษา กห.

‘ประวิตร’ยันไม่ใช่‘บิ๊กแกละ’ ศาลรธน.ตีกลับร่างรธน.อีก

“บิ๊กตู่” ลั่นอำนาจปรับ ครม.อยู่ในมือเบ็ดเสร็จ เมินกองเชียร์หวั่นถูกมองเล่นพวก ปัดไล่คนเกษียณกลับไปเลี้ยงหลาน ยัน “สมคิด-บิ๊กฉัตร” ไม่ซดเกาเหลา รับเปิดอัตราจอมพลคืนความสุข ปรามอย่าลาก “ป๋าเปรม” เอี่ยวโผทหาร พวกผิดหวังต้องทำใจเพราะคนในกองทัพไม่ยอมรับ ชี้ดูหมดตั้งแต่หน้าบ้านไปยันหลังบ้าน “วิษณุ” แย้มไต๋ดัน “ปกรณ์” เสียบเลขาฯ ครม. หวัง “เมธินี” ร่วมปลุกปั้นกระทรวงดิจิตอล “บิ๊กป้อม” เย้ยนักเดาเปิดตำแหน่งให้ “บิ๊กแกละ” คิดผิดหมด “ตรีทศ” ย้ำจ่าฝูง ทอ.ต้องทำงานเป็นทีม-เข้าใจปัญหา กรธ.มึนยื่นร่างฯให้ศาล รธน.อีกรอบ เจอตีกลับอีก แกนนำ พท.แห่เบิร์ธเดย์ 69 ปี “สมชาย” “ทักษิณ” ยกหูอวยพรน้องเขย “ขอให้สิ่งที่ไม่ดีผ่านพ้นไป” ปชป.แนะนายกฯตั้งโต๊ะแถลงตั้งพรรคให้ชัด

กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เริ่มชัดเจนขึ้นทุกที ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) ยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งในทีมเศรษฐกิจระหว่างนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์

“บิ๊กตู่” สั่งใช้โมเดลกองทัพจัดซื้อ

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 31 ส.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง (บน.6) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานพิธีบรรจุเข้าประจำ การเครื่องบินลำเลียงแบบ 18 (Sukhoi Superjet 100LR) หรือซูคอย ซุปเปอร์เจ็ต ที่จัดซื้อจากประเทศรัสเซีย โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นเครื่องบินอเนกประสงค์ ทั้งสนับสนุนการรบ ใช้งานด้านบรรเทาภัยพิบัติ ขนส่ง พยาบาล ฯลฯ ใช้รับ-ส่งบุคคลสำคัญได้ การจัดซื้อเรียบร้อย แข็งแรง ผ่านมาตรฐานที่กองทัพกำหนด เราต้องทำให้ชัดเจนโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ไม่มีใต้โต๊ะ ทุกกระทรวงต้องมีแผนงานจัดซื้อจัดจ้างอย่างมีคุณภาพแบบกองทัพ เพื่อประหยัดงบฯได้สั่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และทุกกระทรวงหารือกัน ศึกษาแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างก่อนให้ ครม.เห็นชอบ ต่อไปต้องทำให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

ปัดไล่คนเกษียณไปเลี้ยงหลาน

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. ว่า การแต่งตั้งรัฐมนตรี รัฐมนตรีช่วยเป็นเรื่องของตน ไม่ใช่เรื่องของใครทั้งสิ้น ใครอยากเสนออะไรก็เสนอมา แต่จะให้หรือไม่ให้เป็นเรื่องของตน เพราะเป็นผู้รับผิดชอบ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและหัวหน้า คสช. อำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ที่ตน แต่ไม่ใช่จะบ้าอำนาจ เพียงแต่ต้องเป็นคนตัดสินใจเอง จะทำอะไร จะได้หรือไม่ได้ แต่ทั้งหมดต้องหารือร่วมกัน สื่อก็ไปเขียนว่าตนไล่คนเกษียณกลับบ้านไปเลี้ยงหลาน วันข้างหน้าเกิดอะไรขึ้นยังไม่รู้ ไม่ใช่พอพูดแบบนี้ก็ไปเขียนอีกว่านายกฯกลับคำ ว่าวันข้างหน้าจะให้กลับมา ยังไม่มีใครรู้อนาคตอย่าไปทำนาย ไปพูดว่าต้องตอบแทนทหาร คนไม่ชอบทหารอยู่ สื่อยิ่งพูดก็ยิ่งไม่ชอบไปใหญ่

เมินกองเชียร์หวั่นถูกมองเล่นพวก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าทุกคนทำงานเต็มที่ทุกกระทรวง ไม่ว่ารัฐมนตรีจะมาจากพลเรือน หรือทหาร หลายกระทรวงมีการบริหารที่ผิดเพี้ยน ต้องเอาทหารเข้าไปเพื่อจัดระเบียบสร้างความเข้มแข็ง สร้างกระบวนการทำงานใหม่ ความจริงข้าราชการทุกคนอยากทำงานโดยไม่มีอำนาจอื่นมาทับซ้อน นี่คือความแตกต่างของรัฐบาลทหารที่ร่วมกับพลเรือนขณะนี้ ขอร้องอย่าทำให้เกิดความสับสนในทุกเรื่อง ตนไม่ค่อยสบายใจ ไม่ต้องไปเชียร์คนนี้แล้วต่อว่าคนนั้น สามคนดีที่เหลือไม่ดี ตนไม่สนใจ ไม่ได้ทำงานตามกองเชียร์ แล้วไอ้คนที่ถูกเชียร์อาจผิดพลาดอีก สังคมจับตากลายเป็นเรื่องแบ่งพรรคแบ่งพวก ยืนยันว่าไม่มีการแบ่งพวก พอจะปรับก็หาว่าปัดความรับผิดชอบ ยืนยันว่าไม่มี ตนอยู่ตรงนี้เป็นคนพิจารณาเองว่าควรจะแบ่งเบาอย่างไร แยกแยะตรงไหน ได้ปรึกษาหารือกัน ไม่เห็นมีใครขัดข้องถึงได้สั่ง ไม่ใช่อยู่ดีๆ ไม่ได้ถามอะไรใครแล้วสั่งบ้าๆ ยังไม่ตั้ง รมช.

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวความขัดแย้งระหว่าง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่มี ไม่ต้องมาเอ่ยชื่อใครทั้งนั้น ไม่สนใจ ไม่ต้องมาเอ่ยชื่อ ไม่ตอบ ยืนยันว่ารัฐมนตรีทุกคนยังอยู่ที่เดิมทั้งหมด ยังไม่มีการตั้งรัฐมนตรีช่วยจบ ไม่เหตุผลทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็นเรื่องของตน แล้วก็มากล่าวหาตนว่าไม่ปรองดอง ทั้งที่ที่ผ่านมาพยายามทำเต็มที่ หลายคนต้องปรับปรุงตัวเองเตรียมเข้าสู่การเลือกตั้ง เสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์เพื่อประชาชน จะได้มาเปรียบเทียบกับสิ่งที่ตนทำวันนี้ ต้องยอมรับว่าปัญหาที่ผ่านมาไม่หนักเท่านี้ มาหนักขึ้นสมัยที่ตนเข้ามา ก็ต้องมาแกะมาแก้ทุกเรื่อง พอปรับแก้ก็หาว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ ก็ไม่รู้จะเอาอย่างไรกัน

รับเปิดอัตราจอมพลคืนความสุข

นายกฯกล่าวอีกว่า ไม่ใช่มองแต่ตนจะอยู่ต่อ ต้องการให้มีปัญหา ไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยตั้งแต่ก่อนเข้ามา ไม่คิดจะเข้ามา ทหารทุกคนไม่อยากเข้ามา นักการเมืองใหม่ก็ไม่อยากเข้ามา ส่วนกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้เปิดตำแหน่งประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหมอัตราจอมพล เพื่อเตรียมรองรับ พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) นั้น ไม่มี เราต้องให้คนที่เขาทำงาน อย่าไปคิดว่าเป็นการตอบแทน ให้คิดว่าเขาทำงานมาทั้งชีวิต แต่ตำแหน่งมีจำกัด ขอให้คิดว่าเขาทำงานเพื่อประเทศชาติ ก็ต้องให้มีความสุขในบั้นปลายชีวิต ให้ครอบครัวได้ภูมิใจ ทำไมสื่อไม่คิดแบบนั้น ถามว่าถ้าคนห่วยๆจะเป็นได้หรือเปล่า ทุกคนต้องเข้าใจว่ามันไม่ได้มากมายอะไร กองทัพบกมีถึง 6 สาย อาทิ กำลังพล การข่าว ยุทธการ การศึกษา กำลังบำรุง ไม่ใช่แค่ ผบ.ทบ. ต้องมอบนโยบายลงไปให้ 5 เสือพิจารณาแล้วสรุปข้อมูลทั้งหมดให้ ผบ.ทบ. โดยผ่านกระบวนการของ 5 เสือ

ปรามอย่าลาก “ป๋า” เอี่ยวโผทหาร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยืนยันว่าการแต่งตั้งทั้งหมดมีการประชุมกัน จะแต่งตั้งใครต้องมีการประชุม 5 เสือ จากนั้นเสนอต่อที่ประชุมสภากลาโหม หากจะตั้งนายทหารระดับ พ.อ.พิเศษ ผบ.ทบ.เป็นคนตัดสินใจ แต่ตนต้องประชุม 5 เสืออีกโดยเอาคำสั่งการปรับย้ายที่ทุกกองทัพและหน่วยงานเสนอเข้ามา พิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะรู้ดีว่าใครดี ไม่ดีอย่างไร แต่ถ้าโอเคอยู่แล้วก็ไม่แตะต้อง แทบจะส่วนน้อยมากที่ตนไปยุ่ง ส่วนการปรับย้ายครั้งนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีการบีบบังคับใครทั้งสิ้น ยืนยันว่ามีการประชุมเรียบร้อยแล้ว และไม่เป็นอย่างที่หลายคนวิเคราะห์ว่าจะอยู่ข้างใคร การเข้าบ้าน พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ มันคนละเรื่องกัน เอามาโยงกันได้อย่างไร ตนกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพ ร่วมกันพิจารณา ทุกอย่างกลั่นกรองมาแล้ว ยืนยันไม่มีใครเกี่ยวข้อง ไม่มีใครมาสั่ง เพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง และตนเป็นผู้นำเสนอ และพิจารณาขั้นสุดท้ายก่อนลงนามนำขึ้นกราบบังคม ทูลเกล้าฯถวาย

พวกผิดหวังต้องทำใจไปไม่ถึงฝัน

“อย่าไปคิดว่าต้องตั้งคนโน้นคนนี้ ข้างคนนู้นคนนี้ มันต้องคนเดียว เพราะจะเกิดความไม่เป็นธรรมในกองทัพ สุดท้ายแตกแยก แต่ทหารไม่มีเรื่องเหล่านี้ ไม่มีแน่นอน คนส่วนใหญ่ยอมรับ ส่วนคนผิดหวังก็เป็นคนส่วนน้อยเป็นธรรมดา เขาทำอะไรไม่ได้เพราะตัวเองไม่ทำให้เขายอมรับ การทำงานต้องไต่เต้ามาตั้งแต่เล็กจนโต และระมัดระวังไม่ให้ผิดพลาด พอถึงเวลาที่เหมาะสมก็เอาเรื่องเหล่านี้มาพิจารณา ทั้งหน้าบ้าน หลังบ้าน พิจารณาหมดไม่ใช่จะพิจารณาส่งเดช รักผมหรือไม่รักผมมันไม่ใช่ ฉะนั้น อย่าเอา พล.อ.เปรมมาเกี่ยว ต้องให้เกียรติท่าน อย่าเอาท่านมาเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง เพราะท่านเป็นที่เคารพนับถือของกองทัพ และท่านก็บอกว่าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรทั้งสิ้น แต่สื่อก็เขียนอยู่ได้ เอาท่านมาเกี่ยวให้ทะเลาะเบาะแว้งทำไม ผู้ใหญ่ทุกคนไม่มีอะไรกัน อย่าไปเขียนให้ปัญหามันมากขึ้น เพราะมันเยอะอยู่แล้ว วันนี้ถามว่าผมทำเพื่อพวกพ้องหรือ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ลือสะพัดโยก “ทวีป” พ้นเลขา สมช.

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ตึกสันติไมตรี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หลังการประชุมนายกฯเดินทางกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้ากับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ ขณะเดินถึงบริเวณทางเชื่อมตึกสันติไมตรีและตึกไทยคู่ฟ้า ทันทีที่นายกฯเห็นนักข่าวได้โบกมือปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ กล่าวสั้นๆว่า “ไปแล้วๆ” ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกระแสข่าวการโยกย้ายเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายกฯปฏิเสธที่จะตอบคำถาม บอกเพียงว่า “ไม่รู้ๆ เห็นไหมรัฐมนตรีทำงานกันหนัก เยอะไปหมด” จากนั้นจึงเดินขึ้นตึกไปกับ พล.อ.ฉัตรชัย ขณะที่ตลอดทั้งวันมีกระแสข่าวว่าการเปิดตำแหน่งประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม (อัตราจอมพล) เพื่อรองรับการโยกย้าย พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสมช.ไปอยู่กระทรวงกลาโหม

แย้มไต๋ดัน “ปกรณ์” เลขาฯ ครม.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติ ครม. ที่แต่งตั้งนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เป็นรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ว่า นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. แต่ยังไม่เห็นผู้ที่เหมาะสมที่จะมารับช่วงต่อ แม้มีบางคนสามารถถ่ายโอนมาจากตำแหน่งอื่นได้ โดยช่วง 1 ปีจากนี้ นายปกรณ์มีเรื่องต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญจำนวนมาก และมีงานพิเศษ อย่างการติดตามเร่งรัดการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ที่ต้องออกกฎหมายประมาณ 80 ฉบับ รวมทั้งเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับกฎหมายอีก 50 เรื่อง ได้นายปกรณ์มาช่วยดูตั้งแต่ต้นทางจะเป็นประโยชน์กว่า “ได้เล็งนายปกรณ์มาสักระยะแล้ว มานั่งรองเลขาฯ ครม.ฝึกงานสักระยะ ถ้าเหมาะสม ผู้บังคับบัญชาพอใจ อาจตั้งเป็นเลขาฯ ครม.เลยก็ได้”

หวัง “เมธินี” ปั้นกระทรวงดิจิตอล

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อต้องให้นายอำพน ช่วยเป็นพี่เลี้ยงกำกับดูแลสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิโดยไม่รับค่าตอบแทน และยังต้องดูแลอะไรบางอย่างอีกสักระยะ กระทั่งมีเลขาธิการ ครม.คนใหม่มารับช่วง ส่วนมติ ครม.ที่รับโอนนางเมธินี เทพมณี ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพราะถือเป็นมือไอทีคนหนึ่ง เมื่อรัฐบาลตั้งใจจะขับเคลื่อนระบบราชการโดยใช้ระบบไอที เพื่อปรับปรุงเรื่องการบริหารงานบุคคลควบคู่กับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อให้เชื่อมกับกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยนายกฯให้การบ้าน 4-5 ข้อ ที่ต้องทำโดยใช้ระบบไอทีเข้ามารองรับ

“บิ๊กป้อม” บอกนักเดาคิดผิดหมด

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ประชุม ครม. มีมติให้เปิดตำแหน่งประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม (อัตราจอมพล) ว่า เป็นของเก่าไม่ได้เปลี่ยนแปลง ของเดิมมีอยู่แล้วเพียงแต่ต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม. ซึ่งคนเดิมที่ดำรงตำแหน่งอยู่เกษียณอายุราชการ จึงต้องหาบุคคลใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน เมื่อถามว่าตำแหน่งดังกล่าวเปิดขึ้น เพราะบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ใช่
เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง เราไม่ได้กำหนดว่าตำแหน่งนี้เพื่อใคร เมื่อถามว่าคนที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นคู่แคนดิเดตที่ต้องผิดหวังกับตำแหน่ง ผบ.ทบ.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ใช่ อย่าไปคิดมาก ที่คิดผิดหมด และไม่ใช่ พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เสธ.ทบ.

“บิ๊กเจี๊ยบ” ขอพักไม่เล่นการเมือง

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ประกาศตั้งพรรคปฏิรูปประชาชน เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีกสมัย ว่า ไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเล่นการเมืองต่อหรือไม่ แต่ตนไม่เอาแล้ว ชอบความเป็นอิสระ ที่ผ่านมาทำงานมาเยอะแล้ว อยากพักบ้าง อยากมีชีวิตเป็นของตัวเอง แต่หากจะให้ช่วยอะไรก็ยินดี ยังมีคนเก่งๆ อีกเยอะ

“ตรีทศ” ย้ำจ่าฝูง ทอ.ต้องทำเป็นทีม

ที่กองทัพอากาศ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผบ.ทอ. กล่าวว่า การจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้าย นายทหารประจำปี 2559 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ยืนยันตามที่ ผบ.เหล่าทัพเสนอขึ้นไป โดยพิจารณาจากคนที่มีความเหมาะสมมากที่สุด คนที่ขึ้นมาเป็น ผบ.ทอ.คนต่อไป ต้องมีความรู้ความสามารถ เข้าใจปัญหาของกองทัพอากาศ สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างดี รวมถึงได้รับการยอมรับจากกำลังพล มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นพื้นฐาน คนที่จะเข้ามาต้องเข้าใจปัญหา ว่าตอนนี้กองทัพอากาศเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไรหรือไม่ รวมถึงจะแก้ไขปัญหาและพัฒนากองทัพอากาศอย่างไร เนื่องจากการพัฒนากองทัพไม่ใช่ ผบ.ทอ.ทำคนเดียวต้องทำงานกันเป็นทีม เป็นระบบ ซึ่งจะเป็นใครก็ได้แต่ต้องเป็นคนที่เข้าใจปัญหา และทำงานได้ทันที

ขอทุ่มเททำหน้าที่ สนช.ให้เต็มสูบ

พล.อ.อ.ตรีทศกล่าวว่า หลังเกษียณอายุราชการไป จะขอใช้เวลาส่วนตัวศึกษาทำความเข้าใจกับตัวเอง เช่น ไปปฏิบัติธรรม ไม่สนใจรับตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะยังต้องทำหน้าที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อยู่ จะได้ทำงานได้เต็มที่ขึ้น เพราะตอนนี้ทำงาน แบบครึ่งๆกลางๆ ต้องดูแลกองทัพด้วย หากไม่มีภารกิจกองทัพแล้ว คงมีเวลาทำงานใน สนช.มากขึ้น

กรธ.ยื่นร่างฯให้ศาล รธน.อีกรอบ

ช่วงเช้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่รัฐสภาเข้ายื่นร่างรัฐธรรมนูญที่ปรับแก้ไขให้สอดคล้องกับคำถามพ่วงที่ผ่านประชามติ หลังจากเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ส่งเจ้าหน้าที่มานำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับไป เนื่องจากเอกสารที่ยื่นไปก่อนหน้านี้ไม่ได้ดำเนินการในรูปแบบของคำร้อง ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญ สำหรับเนื้อหาที่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประกอบด้วย 1. มาตรา 272 ร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขใหม่ให้สอดคล้องกับคำถามพ่วง ซึ่งเป็นไปตามหลักการที่เคยเป็นมติการประชุม กรธ. ให้อำนาจการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีเป็นของ ส.ส.เท่านั้น ขณะที่ ส.ว.มีหน้าที่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ในช่วง 5 ปีหลังจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้ 2.แก้ไขคำ ปรารภของร่างรัฐธรรมนูญเดิมเพื่อให้สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติ และ 3. เอกสารคำชี้แจง

“มีชัย” ยันไม่มีปรับแก้เนื้อหาอีก

ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ให้สัมภาษณ์ถึงการขอคืนเอกสารร่างรัฐธรรมนูญจากศาลรัฐธรรมนูญ ว่า เราหวังดีจึงส่งสำเนาเอกสารไป 20 ชุด แต่พอมีปัญหาเรื่องเอกสารจึงเรียกคืนมา เพื่อลงรายชื่อกำกับให้ชัดเจนแล้วส่งเอกสารตัวจริงกลับไปชุดเดียว ยืนยันว่าไม่มีการปรับแก้ไขเนื้อหาอะไรอีกแล้ว สาเหตุที่ต้องไปขอคืน เพราะเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญนึกว่าเราเป็นประชาชนไปฟ้องคดี แต่ไม่ใช่ เราส่งหนังสือราชการตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดไว้ เมื่อเกิดปัญหานี้ กรธ.จึงต้องทำให้ชัดเจน

โดนตีกลับอีกไม่แนบใบมอบฉันทะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า กรณีที่ กรธ.ส่งร่างรัฐธรรมนูญซึ่งแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติประเด็นเพิ่มเติม เพื่อให้พิจารณาว่าเป็นการชอบด้วยกับผลการออกเสียงประชามติแล้วหรือไม่นั้น การยื่นหรือส่งคำร้องแทนผู้อื่นต้องแนบใบมอบฉันทะ ดังนั้น เมื่อคำร้องนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสภามายื่นแทน โดยไม่มีใบมอบ ฉันทะของผู้ร้อง จึงให้ผู้ร้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อกำหนด เพื่อจัดทำใบมอบฉันทะและส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 5 ก.ย. ส่วนการประชุมศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุบพรรคชาติสามัคคี เพราะไม่จัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุนของพรรคในรอบปี 2555-2557 ให้
ถูกต้องเป็นจริง

แกนนำ พท.แห่เบิร์ธเดย์ “สมชาย”

วันเดียวกัน เวลา 10.00 น. ที่หมู่บ้านเบเวอร์รี่ฮิลล์ ถนนแจ้งวัฒนะ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดบ้านให้คนใกล้ชิดเข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดปีที่ 69 โดยมีบรรดาอดีตรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย เข้าอวยพรจำนวนมาก อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีต รมว.มหาดไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ทั้งนี้ นายสมชายได้ปล่อยนกกระจิบ 1 พันตัวเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมทั้งมอบสมุดจดบันทึกเป็นที่ระลึกให้แก่ผู้มาร่วมงาน โดยนายสมชายกล่าวว่า ดีใจที่มีพรรคพวกเพื่อนฝูงมาพูดคุยกัน ใครมีทุกข์มีสุขก็มาแบ่งปัน เราต้องให้กำลังใจกัน ขอให้ทุกคนเข้มแข็งหนักแน่น เพื่อผ่านพ้นอุปสรรคไปให้ได้ อะไรที่ยังไม่ถึงวาระก็อย่าเพิ่งทำ วันนี้คงพูดได้เพียงเท่านี้ และวันเกิดปีนี้อยากให้บ้านเมืองกลับมาสู่ภาวะปกติ ประชาชนมีความสุขถ้วนหน้า

ดักคอ “บิ๊กตู่” เล่นการเมืองในกรอบ

เมื่อถามว่ามีเสียงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯต่ออีกสมัย นายสมชายตอบว่า ขอให้คำนึงถึงบ้านเมืองเป็นหลัก ใครจะเป็นนายกฯก็ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ให้ทุกส่วนมีส่วนร่วม และขอให้เป็นไปตามกติกา ส่วนกระแสข่าวจะมีการตั้งพรรคทหารนั้น ยินดีและถือว่าถูกต้อง ถ้าจะทำการเมืองควรตั้งพรรค การเมืองเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ให้ประชาชนตัดสิน ส่วนที่กลัวว่านักการเมืองจะเข้ามาโกงจึงต้องกำจัดนั้น อยากให้มีใจเป็นกลาง กำจัดเฉพาะคนที่โกงจริง ใครที่ดีต้องให้โอกาส อย่าเหมารวมว่านักการเมืองต้องเลวทุกคน เพราะเราต้องอยู่กับระบบนี้ การตั้งพรรคการเมืองดีกว่าการเข้ามาด้วยวิธีอื่น ประชาชนจะได้ตัดสินว่าควรอยู่หรือไป อีกทั้งระบอบประชา– ธิปไตย ประชาชนเป็นใหญ่ก็ควรให้ประชาชนตัดสินดีที่สุด การเข้ามาเป็นนายกฯชั่วคราวที่แล้วมาก็ให้แล้วกันไป แต่การจะเริ่มใหม่ควรเป็นแบบประชาธิปไตย

“ทักษิณ” ยกหูอวยพร “น้องเขย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้โทรศัพท์เข้ามาอวยพรนายสมชายขณะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยพูดคุยเป็นภาษาเหนือ โดยนายสมชายกล่าวว่า นายทักษิณโทรศัพท์เข้ามาอวยพรขอให้มีความสุขและให้กำลังใจ ขอให้สิ่งที่ไม่ดีผ่านพ้นไป ซึ่งตนได้ตอบกลับไปว่า พรที่ท่านให้มาถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ตนต่อสู้กับสิ่งต่างๆ เพื่อส่วนรวมต่อไป

“ปู” ร่วมงานบุญ 87 ปี “หลวงปู่หล่ำ”

อีกด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปร่วมทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิด 87 ปี หลวงปู่หล่ำ สิริธัมโม เจ้าอาวาสวัดสามัคคีธรรม ที่วัดสามัคคีธรรม ซอยลาดพร้าว 80 โดยมีประชาชนมารอต้อนรับและมอบดอกไม้ให้กำลังใจ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้าสักการะพระประธานและกราบนมัสการหลวงปู่หล่ำ พร้อมทั้งสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นได้แจกข้าวสารอาหารแห้งแก่ผู้มีรายได้น้อย มีอดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส. ทีมงาน ส.ก. และ ส.ข.พรรคเพื่อไทย ร่วมด้วย อาทิ นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต รมว.ศึกษาธิการ ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นต้น โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ร่วมกล่าวอวยพรให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ว่า “เคารพนับถือนายสมชายเหมือนดั่งพี่ชาย เพราะเป็นคนใจดี มีเมตตากับน้องๆทุกคน ขอให้ท่านมีความสุข สมหวัง สุขภาพแข็งแรงและผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆไปได้”

ปชป.แนะนายกฯตั้งโต๊ะแถลงให้ชัด

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะตั้งพรรคการเมืองนั้น ควรออกมาแถลงประกาศจุดยืนต่อเรื่องนี้ให้ชัดเจน เพื่อกลบข่าวลือ ถ้าไม่แถลงให้ชัดจะมีพวกแอบอ้างออกมาพูดปูดข่าวไปเรื่อยเพื่อหวังผลทางการเมือง ส่วนนายกฯคนต่อไปจะเป็นคนในหรือคนนอกนั้น ไม่น่ามีปัญหา อยู่ที่กระบวนการรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญใหม่ เชื่อว่าถึงเวลานั้น ส.ส.คงเสนอหัวหน้าพรรคตัวเองก่อนแน่ ถ้าเสนอชื่อคนอื่นที่ไม่ได้อยู่ในพรรคตน ประชาชนคงแปลกใจ จากนั้นถ้ายังเลือกกันไม่ได้ ค่อยว่ากันตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่ขอย้ำว่าสัดส่วน ส.ว.ซึ่งทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย ควรมีความหลากหลายจากทุกสาขาอาชีพ ไม่ควรเน้นแต่ทหารมากเกินไป

อดีต ปธ.วุฒิขออย่าแอนตี้ทหาร

ด้านนายประสพสุข บุญเดช อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีนักการเมืองกังวลเรื่องทหารจะเข้ามาเป็น ส.ว.แต่งตั้ง 250 คน ว่า จากประสบการณ์เห็นว่าเรื่องงานวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นเพียงสภากลั่นกรองกฎหมาย ส่วนอำนาจการเสนอชื่อนายกฯจะเป็นคนนอกหรือคนใน ต้องมาจากเสียงข้างมากของ ส.ส.ในตะกร้าที่พรรคการเมืองเสนอกันมาเองก่อน ดังนั้น ทหารจะเข้ามามีสัดส่วน ส.ว. มากหรือน้อย การทำงานคงราบรื่นไม่น่ามีปัญหา เชื่อว่าทหารที่จะเข้ามาคงเป็นทหารชั้นผู้ใหญ่ ไม่น่าใช่ทหารเด็กๆ อย่าไปกังวลกันมาก

ถอดบทเรียนประชามติสู่เลือกตั้ง

ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตกลุ่ม 40 ส.ว. และผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า อยากให้ถอดบทเรียนจากการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญนำไปสู่การเลือกตั้ง ส.ส.ปลายปี 2560 โดยเน้นว่าการเลือกตั้งต้องปราศจากอามิสสินจ้าง ให้ประชาชนใช้ดุลยพินิจเอง ไม่มีการหาเสียงให้วุ่นวาย หรือใช้จ่ายเงินทุนจำนวนมากของผู้สมัคร โดย กกต.ไม่จำเป็นต้องตีปี๊บตั้งเป้าเน้นปริมาณผู้มาใช้สิทธิถึงร้อยละ 80 เพราะจะทำให้มีปัญหาเรื่องคุณภาพผู้มาใช้สิทธิออกเสียง และอาจเกิดการทุจริตได้ ควรเน้นให้มีการออกเสียงเชิงคุณภาพ สร้างความตื่นตัวแก่ประชาชน ยึดหลักการหาเสียงเลือกตั้งรูปแบบของประเทศญี่ปุ่น

ขรก.เอี่ยวโกงล็อก 7 ใกล้คลอด

อีกเรื่อง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการตรวจสอบข้าราชการที่อาจพัวพันการทุจริต ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังสอบบุคคลที่มีรายชื่อตามบัญชีใน 6 ล็อกที่ผ่านมา ถ้าสอบแล้วไม่ผิดให้คืนตำแหน่ง ถ้าผิดจะดำเนินการทางวินัย ถ้ามีคดีอาญาจะให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อ ส่วนรายชื่อล็อกที่ 7 จวนเสร็จแล้ว เมื่อถามว่าการปราบทุจริตถ้าไม่สามารถดำเนินการกับผู้บริหารระดับสูงที่อนุมัติได้ สังคมจะไม่เกิดความเชื่อถือ นายวิษณุตอบว่า เริ่มมีทยอยมาอยู่ ส่วนกรณีภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ รื้อสิ่งก่อสร้างผิดกฎหมายเสร็จ คราวนี้จะรู้แล้วว่าใครผิดบ้างและได้มาแล้ว แต่ยังเปิดเผยไม่ได้

จี้สอบ กก.ปล่อยข้อมูลจำนำข้าว

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. นายนพดล หลาวทอง ทนายความน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ขอให้สอบสวนคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง เกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลการสอบสวน และการถูกแทรกแซงการสอบสวน โดยนายนพดล กล่าวว่า กรณีนายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง ระบุว่า การสรุปความเสียหายโครงการรับจำนำข้าว คาดว่าจะได้ข้อสรุปทั้งหมดในเดือน ก.ย. แต่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กลับทำเหมือนรู้ผลสอบล่วงหน้ารู้ข้อมูลภายใน จากพฤติกรรมดังกล่าวจึงเชื่อโดยสุจริตว่า การสอบสวนมีบุคคลภายนอกชี้นำ ทำให้การสอบสวนไม่เป็นไปโดยสุจริต หากข้อมูลของ นพ.วรงค์เป็นจริง แสดงว่าคณะกรรมการฯจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ปล่อยให้ความลับรั่วไหล ขอให้นายกฯสอบสวนให้เกิดความเป็นธรรมด้วย

“วัฒนา” ซัดกระบวนการอยุติธรรม

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “กระบวนการอยุติธรรม” ว่า คำแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อกรณีที่อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ทักท้วงการเรียกค่าเสียหายคดีจำนำข้าว คือการแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการที่ทำหน้าที่พิจารณาค่าเสียหายจากผู้ที่ต้องรับผิดในคดีจำนำข้าว พล.อ.ประยุทธ์กำลังกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า เป็นผู้ที่ทำความผิดก่อนเสร็จสิ้นการสอบสวน และชี้นำการทำงานของคณะกรรมการฯ เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์และโครงการรับจำนำข้าวคือเหยื่อทางการเมืองที่ใช้เป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจ คำพูดดังกล่าวนอกจากจะไม่รักษามารยาทแล้ว ยังแทรกแซงและทำลายกระบวนการยุติธรรม ทำกันถึงขนาดออกคำสั่งหัวหน้า คสช. นิรโทษกรรมให้กับทุกคนที่ร่วมด้วยช่วยกันเช็กบิล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นความอยุติธรรมอันจะนำมาซึ่งความขัดแย้งของคนในชาติต่อไปอย่างไม่รู้จบ

บี้แจงสังคมลดยอดความเสียหาย

ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กขอบคุณนายกฯ ที่ให้คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง ไปทบทวนตัวเลขการเรียกค่าเสียหายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ต้องตอบคำถามสังคม เพราะกรรมการฯชุดนี้เป็นผู้ลดตัวเลขความรับผิดชอบของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จาก 2.86 แสนล้านบาท เหลือ 35,717 ล้านบาท จึงต้องออกมาชี้แจง

อย่าเหมาเข่งนักการเมืองใช้แต่เงิน

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวหานักการเมืองใช้เงินเพื่อให้คนรัก ขณะที่นักธุรกิจใหญ่ให้ความร่วมมือกับท่านดี ว่า นายกฯไม่ควรเหมารวมนักการเมืองทั้งหมดว่าเป็นเช่นนั้น อาจมีบางคนเป็นแบบนั้นจริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด นักการเมืองที่ไม่ได้ให้เงินก็มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้ใหญ่ควรพูดแยกแยะถนอมน้ำใจนักการเมืองที่ดีบ้าง ท่านเป็นหัวหน้า คสช.และนายกฯ ใช้อำนาจในทางที่ถูกต้องใครๆก็รักเป็นธรรมดา แต่วันใดที่ไม่มีอำนาจ คนที่รักท่านจริงมีสักกี่คน นักธุรกิจจะให้ความร่วมมือกับท่านอีกหรือไม่ หากเขาให้ความร่วมมือจริง ทำไมไข่ไก่ไทยจึงแพงที่สุดในโลก ทำไมเนื้อหมูถึงแพงขึ้นทุกวัน ควรไปเดินตลาดสดดูบ้าง ประชาชนที่รักท่านพากันหน้าเขียวไปตามๆกันแล้ว

“ไผ่ ดาวดิน” มอบตัวขัดคำสั่ง คสช.

อีกเรื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานจาก สภ.เมืองขอนแก่น ว่า นายจตุรภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” พร้อมด้วยนายณรงค์ฤทธิ์ อุปจันทร์ น.ส.ณัฐพร อาจหาญ นางดวงทิพย์ ฆารฤทธิ์ และ น.ส.นีรนุช เนียมทรัพย์ แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่อีสาน และกลุ่มทนายความสิทธิมนุษยชน เข้ามอบตัวต่อ พ.ต.อ.นพดล เพ็ชรสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ฐานความผิดขัดคำสั่งหัวหน้าคสช. จากเหตุร่วมกันชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน เมื่อช่วงปลายเดือน ก.ค. มีเพื่อนกลุ่มดาวดิน นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และชาวบ้านจำนวนมากมาให้กำลังใจ หลังสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมด พนักงานสอบสวนอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว และนัดให้นำเอกสารหลักฐานการให้ปากคำมายื่นเพิ่มเติมอีกครั้ง วันที่ 4 ต.ค.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) ยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งในทีมเศรษฐกิจระหว่างนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ 1 ก.ย. 2559 07:55 1 ก.ย. 2559 08:03 ไทยรัฐ