วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความยุติธรรมแบบป่าๆ

ทั้งคดีความที่ตัดสินกันในศาล ทั้งคำสั่งเด็ดขาดมาตรา 44 มีทั้งเสียงชื่นชมว่ายุติธรรม มีทั้งเสียงตัดพ้อว่าไม่ยุติธรรม...นี่เป็นธรรมดาโลก คำถามน่าจะมีว่า ความยุติธรรมที่แท้จริง ความยุติธรรมที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย ถ้ามี อยู่ที่ไหน?

เปิดอ่าน “นิทานพื้นบ้านไทย” (ฝ่ายวัฒนธรรมพื้นบ้าน สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ จัดพิมพ์ พ.ศ.2536) เจอเรื่อง ทำคุณบูชาโทษ ผมเริ่มเห็นคำตอบรำไร...ไม่เชื่อ ลองอ่านกันดู

ในป่าใหญ่แห่งหนึ่ง มีเสือโคร่งตัวหนึ่งเป็นเจ้าป่า วันหนึ่งเสือโคร่งวิ่งไล่จับสัตว์กิน แต่ไม่ได้สักตัวจนรู้สึกเหนื่อย ล้มตัวนอน บังเอิญตรงที่เสือนอน...เป็นปากรูงูเห่า งูเห่าออกจากรูไม่ได้ ก็กัดเสือพ่นพิษใส่ เสือตายทันที

ฤาษีมีฤทธิ์ก็ผ่านมา จับตัวเสือรู้สึกว่าเนื้อยังอุ่น...เกิดความสงสาร จึงร่ายมนตร์วิเศษ เป่าพรวดเสือก็ฟื้น

“ข้าหลับอยู่ดีๆ ทำไมมาปลุกให้ข้าตื่น” แทนการสำนึกคุณ เสือคำรามใส่ฤาษี “แกรู้ไหม ข้านี่แหละเจ้าป่า เมื่อแกไม่เกรงใจข้า ข้าจะจับแกกิน”

ฤาษีใจเย็น เล่าความจริงให้เสือฟัง แต่เสือก็ไม่ยอมเชื่อ ทั้งสองจึงตกลงกันว่า จะต้องหาคนกลางตัดสิน

ชายคนหนึ่งนั่งพักเหนื่อยใต้ต้นไม้...ฤาษีกับเสือก็แวะเล่าเรื่องให้ฟัง ชายคนนั้น แท้จริงเป็นเทพารักษ์แปลง...รู้ดีว่าเสือเป็นฝ่ายผิด แต่ความที่เป็นเทพารักษ์ ต้องพึ่งพิงอาศัยอยู่ในป่าที่มีต้นไม้ใบหนา...เสือดุช่วยทำให้ป่าปก จึงรักเสือ

“ข้าว่า ฤาษีทำไม่ถูก ที่ไปปลุกเสือตื่น” เทพารักษ์ตัดสิน “เพราะฉะนั้น เสือจึงควรจับฤาษีกินเสีย”

เสือพอใจแต่ฤาษีไม่ยอม ก็ต้องชักชวนกันไปต่อ เจอสุนัขจิ้งจอก ...สุนัขจิ้งจอกรู้แก่ใจ เสือเป็นฝ่ายผิดแน่ แต่กลัวเสือเจ้าป่า ทั้งยังหวังว่า เมื่อเสือกินฤาษีแล้ว ซากส่วนที่เหลือ จะเป็นเหยื่อของตัวเอง

สุนัขจิ้งจอก จึงตัดสินให้ฤาษีผิด ไม่มีใครยอม ไปหาคนกลางคนต่อไป คนกลางที่เจอ คราวนี้ ก็คือลิง

ลิงกำลังสนุกกับการปีนป่ายต้นไม้ ฟังเรื่องแล้วก็ตัดสินว่า ฤาษีทำไม่ถูก ที่ไปแหย่เสือหลับ เสือควรจับฤาษีกิน

หาคนกลางตัดสินถูกใจทั้งเสือทั้งฤาษีไม่ได้ เสือเองก็ยังไม่หิว คิดในใจว่าถ้าหิวก็จะกินฤาษี ฤาษีเองก็มั่นใจว่ามีฤทธิ์ เสกเสือให้ฟื้นได้ ก็เสกให้เสือตายได้ ไม่ยอมรับคำตัดสินของลิง

แล้วก็เดินต่อไปจนเจอกระต่าย

กระต่ายตัวนี้เจ้าปัญญา ฟังเรื่องของคู่ความแล้วส่ายหน้า “ข้าตัดสินไม่ได้ จนกว่าจะพาข้าไปดูที่เกิดเหตุ”

ถึงที่เกิดเหตุ กระต่ายชี้ให้ฤาษีแสดงท่า เดินมาจากทางไหน แล้วหันไปบอกเสือ ให้แสดงท่านอนหลับ...ให้ดู

เสือยังอารมณ์ดี อยากรู้ว่ากระต่ายจะตัดสินยังไง ก็ตั้งใจแสดง มันเดินไปที่ปากรูงูเห่า ล้มตัวลงนอน

เรื่องก็เข้าอีหรอบเดิม งูเห่าขัดใจออกจากรูไม่ได้ ก็แผ่แม่เบี้ย ใช้เขี้ยวพิษขบเสือตาย...ตายเป็นครั้งที่สอง

เสือตายแล้ว...ฤาษีตามปัญญากระต่ายไม่ทันถาม “เจ้าจะให้ข้า แสดงท่าเป่ามนต์ชุบชีวิตเสือหรือไม่”

“ท่านนักพรตผู้ใจดี” กระต่ายบอก “...ไม่ว่าคนหรือสัตว์ ถ้าไม่รู้คุณ กลับทำร้ายผู้มีบุญคุณ อย่างเสือตัวนี้ สมควรที่จะต้องตาย มันกินสัตว์อื่นมามากแล้ว ปล่อยให้สัตว์อื่นมากินมันเป็นเหยื่อบ้างเถอะ”

นิทานเรื่องนี้...สอนให้รู้ว่า ความยุติธรรมที่บ่นๆกันว่าหาได้ยากในบ้านเมือง เพราะคนเมืองโดยเฉพาะนักการเมือง มักแต่เรียกหาความยุติธรรมจากมุมมองของประโยชน์ตัวเองเท่านั้น...แต่ยังพอหาได้ในป่า

แต่ป่าที่พอหาความยุติธรรมเจอนั้น เป็นป่าในนิทาน

ส่วนป่าแถวเพชรบูรณ์ เช่นที่ภูทับเบิก ของชาวม้งนั้น รัฐท่านตั้งใจแบ่งให้ปลูกกะหล่ำปลีขาย เมื่อม้งเงินทองเหลือใช้ พอจะปลูกบ้านสวยๆ...สักหลังสองหลัง...ท่านว่า ผิดจุดประสงค์

ม้ง...ก็ต้องอยู่กระท่อม มีเตาไฟกลางกระท่อมแบบคนภูเขา บ้านสวยๆแบบรีสอร์ตนั้น ท่านว่าเป็นบ้านของคนเมือง...ความยุติธรรมของคนเขากับคนเมือง...เป็นคนละเรื่องกัน.

กิเลน ประลองเชิง

31 ส.ค. 2559 13:06 ไทยรัฐ