วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรุงเทพฯ-เมลเบิร์น เส้นทางใหม่ของ AIRBUS A350XWB การบินไทย

การบินไทยกลายมาเป็นผู้ปฏิบัติการลำดับที่ 8 จากการสั่งซื้อเครื่องบินโดยสารระยะไกล Airbus A350 XWB หลังจากพิธีการส่งมอบเครื่องบินลำแรกจากกำหนดการส่งมอบทั้งหมด 12 ลำ ที่จะเข้าร่วมฝูงบินของสายการบินไทย โดยเครื่องบินที่ได้ทำการส่งมอบเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นเครื่องบินที่ถูกปฏิบัติการผ่านการเช่าซื้อจากบริษัทผู้ให้บริการเช่าซื้อเครื่องบิน ซีไอที (CIT) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา


การบินไทยได้ตกแต่งเครื่องบิน Airbus A350 XWB รุ่น A350-900 ด้วยการวางผังโดยแบ่งชั้นโดยสารระดับพรีเมียม 2 ชั้นโดยสาร พร้อมที่นั่งผู้โดยสารทั้งหมด 321 ที่นั่ง ประกอบด้วยที่นั่งชั้นโดยสาร รอยัล ซิลค์ ของการบินไทย ซึ่งสามารถปรับเบาะโดยสารเป็นที่นอนแนวราบได้ จำนวน 32 ที่นั่ง และที่นั่งผู้โดยสารอีกจำนวน 289 ที่นั่งในห้องโดยสารหลักหลังจากการปฏิบัติการในช่วงแรกในเส้นทางระดับภูมิภาคระหว่างกรุงเทพฯ และเชียงใหม่แล้ว เครื่องบินลำนี้จะถูกนำไปปฏิบัติการเที่ยวบินเส้นทางพิสัยไกลในเวลาต่อมา โดยเริ่มจากการให้บริการในเส้นทางกรุงเทพฯ-เมลเบิร์น ระยะทาง 7,358 กิโลเมตร โดยรวมแล้ว การบินไทยได้เข้าถือสิทธิครอบครองเครื่องบิน Airbus A350 XWB จำนวนทั้งหมด 12 ลำ โดยเครื่องบินจำนวน 4 ลำมาจากการสั่งซื้อโดยตรงกับ Airbus และอีก 8 ลำได้มาจากข้อตกลงในการเช่าซื้อเครื่องบิน

เครื่องบิน Airbus A350 XWB ประกอบด้วยการออกแบบเชิงอากาศพลศาสตร์ล่าสุด ลำตัวและปีกเครื่องบินที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ รวมถึงเครื่องยนต์ Rolls Royce รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างคุ้มค่า เมื่อรวมกันแล้ว เทคโนโลยีล่าสุดนี้แปรเปลี่ยนเป็นประสิทธิภาพในการปฏิบัติการบินในระดับที่ไม่มีใครเทียบได้ ด้วยการลดการเผาผลาญเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซต่างๆ ลดลงถึงร้อยละ 25 และต้นทุนในการซ่อมบำรุงที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ความกว้างขวาง ความเงียบ การตกแต่งภายในอันงดงาม และการปรับแสงไฟตามอารมณ์ในห้องโดยสารล้วนเป็นที่มาของความสะดวกสบาย ซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานครั้งใหม่ในเชิงประสบการณ์เที่ยวบินสำหรับผู้โดยสารทุกคน ในปัจจุบัน Airbus มียอดคำสั่งซื้อเครื่องบิน Airbus A350 XWB ที่ได้รับการยืนยันแล้วจำนวนทั้งหมด 810 ลำ จากลูกค้า 43 รายทั่วโลก ซึ่งทำให้เครื่องบินรุ่นดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในเครื่องบินลำตัวกว้างที่ประสบความสำเร็จที่สุดเท่าที่เคยมีมา

1. Airbus A350 XWB ถูกออกแบบให้เป็นเครื่องบินลำตัวกว้างพิเศษ มีความล้ำสมัยของระบบเดินอากาศ และมีเครื่องยนต์ที่น่าเชื่อถือรวมถึงยังเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบแฟนที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุด Airbus A350 XWB มีความกว้างห้องผู้โดยสารสูงสุดอยู่ที่ 5.61 เมตร

2. Airbus A350 XWB ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นอากาศยานโดยสารระยะไกลเทียบเคียงกับเครื่องบิน Boeing 787 และ Boeing 777

3. ร้อยละ 70 ของโครงสร้างเครื่องบินทำมาจากวัสดุผสมชั้นสูง (ร้อยละ 53) ประกอบด้วย ไทเทเนียม และอะลูมิเนียมหล่อผสมที่ล้ำสมัย ซึ่งวัสดุผสมนี้เป็นวัสดุที่ทนทานต่อการสึกกร่อน และทนต่อแรงที่เข้ามากระทำได้เป็นอย่างดี

4. Airbus A350 XWB ประกอบด้วยการออกแบบด้านอากาศพลศาสตร์ใหม่ล่าสุด โดยมีลำตัวและปีกของเครื่องบินทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ รวมทั้งขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Rolls Royce รุ่น Trent XWB ที่ทรงประสิทธิภาพในการลดการเผาผลาญเชื้อเพลิงถึงร้อยละ 25 และช่วยลดต้นทุนต่อที่นั่งต่อไมล์ในการเดินทาง

5. เครื่องบิน Airbus A350 XWB เป็นเครื่องบินพิสัยบินระยะไกลขนาดกลางแบบใหม่ในสายการผลิต สามารถปฏิบัติการบินอย่างไม่หยุดพักได้ในระยะไกลถึง 8,000 ไมล์ทะเล หรือ 18,641 กิโลเมตร

6. Airbus A350 XWB จุที่นั่งผู้โดยสารได้ 369 ที่นั่ง โดยวางผังแบ่งออกเป็น 2 ชั้นโดยสาร คือที่นั่งผู้โดยสารชั้นประหยัดมีความกว้างถึง 18 นิ้ว (ต่อที่นั่ง) และที่นั่งโดยสารระดับพรีเมียม สามารถปรับนอนราบได้และเป็นที่นั่งให้ความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสารในระดับสูงสุด


7. Airbus A350 XWB ถูกตกแต่งอย่างทันสมัย ติดตั้งระบบให้ความบันเทิงหน้าจอกว้าง พร้อมความละเอียดคมชัดสูง

8. Airbus A350 XWB เปลี่ยนแปลงรูปแบบของช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะให้มีขนาดกว้างมากยิ่งขึ้น สามารถจุกระเป๋าล้อลากได้มากกว่า 1 ใบ ต่อ 1 ผู้โดยสาร

9. ระบบบริหารจัดการควบคุมอุณหภูมิและระบบปรับแรงดันกับระบบควบคุมความชื้นที่ละเอียดและแม่นยำ ประกอบด้วย โซนอุณหภูมิที่หลากหลายทั้งหมด 8 โซน


10. Airbus A350 XWB มีการออกแบบให้ลดเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ได้ถึง 16 EPNdb ซึ่งต่ำกว่าข้อบังคับขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ

Airbus บริษัทผลิตเครื่องบินโดยสารของยุโรปเปิดตัวเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์และการออกแบบขั้นสูงในการสร้างเครื่องบินโดยสารรุ่นใหม่ล่าสุด A350 XWB การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งการใช้วัสดุ การเลือกเครื่องยนต์และการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง ทำให้เครื่องบินโดยสารรุ่นนี้มีอัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงดีที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระยะยาว เครื่องยนต์เทอร์โบแฟนสมรรถนะสูงที่ทำความฝันให้กลายมาเป็นความจริงบนนวัตกรรมของการผลิตอากาศยานแห่งอนาคต เครื่องยนต์ Rolls-Royce Trent XWB กลายเป็นต้นกำลังที่ทรงประสิทธิภาพเมื่อถูกนำมาติดตั้งในอากาศยานรุ่น A350

กว่าร้อยละ 70 ของเฟรมมีน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับการใช้วัสดุที่แปรเปลี่ยนไป โครงสร้างของเครื่องที่มีประสิทธิภาพในการรับและทนต่อแรงต่างๆ ที่เข้ามากระทำขณะทำการบิน เครื่องบิน A350 XWB ทำจากวัสดุขั้นสูงรวมร้อยละ 53 โครงสร้างหลักประกอบไปด้วยวัสดุโลหะน้ำหนักเบา เช่น ไทเทเนียมและโลหะผสมอะลูมิเนียมที่ทันสมัย อากาศยานลำนี้ยังใช้นวัตกรรมวัสดุขั้นสูงที่แข็งแกร่งทนทาน Reinforced Plastic (CFRP) ซึ่งเป็นวัสดุประเภทคาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ทั้งหมด ผลลัพธ์ที่ได้คือลำตัวของเครื่องที่มีความคงทนแต่มีน้ำหนักเบาขึ้นมาก ส่งผลไปถึงการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงเช่นเดียวกับการบำรุงรักษาง่ายขึ้นจากการออกแบบชิ้นส่วนต่างๆ

คาร์บอนคอมโพสิต, ไทเทเนียม และอะลูมิเนียมอัลลอยขั้นสูงมีการใช้อย่างกว้างขวางทั่วทั้งลำตัวของเครื่อง A350 XWB ในการใช้งานหลัก วัสดุประกอบหลักถูกปรับให้มีความเหมาะสมกับลักษณะที่ดีที่สุดของระบบอากาศพลศาสตร์และค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเมื่ออากาศผ่านกระทบกับลำตัว วัสดุเหล่านี้ 53 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมดเป็นคาร์บอนคอมโพสิต โดยส่วนใหญ่ใช้ในลำตัวและปีก ซึ่งเข้ามาช่วยลดขั้นตอนการตรวจสอบสภาพของความล้าที่เกี่ยวข้องกับวัสดุ อะลูมิเนียมแบบดั้งเดิมถูกปรับใหม่หมด วัสดุผสมคอมโพสิตและไทเทเนียมลดค่าการกัดกร่อนที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและการบำรุงรักษาเมื่อต้องใช้เครื่อง A350 XWB บินในสภาวะใช้งานเต็มรูปแบบ ปัจจัยทั้งสองนี้ช่วยขั้นตอนของการบำรุงรักษา ลดการกัดกร่อนที่เกิดจากสภาพอากาศเฉลี่ย 60% การสร้างส่วนลำตัวของเครื่องบิน A350 XWB โดยการประกอบส่วนผิวพื้นด้านข้างลงบนเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์ เทคนิคการสร้างอยู่บนพื้นฐานของการคำนวณค่าความเครียดและค่าของการรับโหลด

A350 XWB เป็นเครื่องบินโดยสารที่บินได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นจากการออกแบบปีกขั้นสูง รวมไปถึงการปรับปรุงระบบอากาศพลศาสตร์ ขั้นตอนของการปรับปรุงพัฒนาโดยวิศวกรของ Airbus ปีกและพื้นที่ส่วนใหญ่ผลิตจากวัสดุผสมคาร์บอน ปีกของ A350 XWB มีการเพิ่มประสิทธิภาพผ่านการใช้งานที่กว้างขวางของการคำนวณพลศาสตร์การไหลของอากาศในระดับความเร็วต่างๆ และการทดสอบในอุโมงค์ลมสำหรับความเร็วในการเดินทางที่ Mach 0.85 Airbus A350 XWB ทั้งสามแบบ ( A350-800 A350-900 A350-1000) ใช้ปีกแบบเดียวกันทั้งหมด ปีกมีความยาวรวม 64.7 เมตรรวมพื้นที่ของปีก 442 ตารางเมตร โครงสร้างปีกภายในจะถูกปรับขนาดเพื่อตอบสนองความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของแต่ละตัวแปร ส่งผลให้ประสิทธิภาพทางการบินดีขึ้นและยกประสิทธิภาพการทำงานในขณะที่ใช้ความเร็วต่ำดีขึ้น ลดเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นด้วยการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ A350 XWB ยังมีการปรับปรุงหรือเพิ่มขึ้นของกลไกสำหรับสปอยเลอร์บนปีก คอมพิวเตอร์ควบคุมการบินจะดำเนินการผ่านการคำนวณค่าของตัวแปรต่างๆ ที่จะถูกปรับให้เหมาะกับเงื่อนไขของแต่ละเที่ยวบินที่มีความแตกต่างกันทั้งสภาพอากาศ ระยะทาง น้ำหนักระวางบรรทุก สภาพของสนามบินปลายทาง

เครื่องบินโดยสารในตระกูล A350 มีความจุที่นั่งจาก 250 ถึง 400 คน (แล้วแต่รุ่นและขนาดของลำตัว) Airbus A350 XWB มีรุ่นต่างๆซึ่งประกอบด้วยสามรุ่นหลัก คือ (A350-800, A350-900, และ A350-1000) แต่ละช่วงของระยะทางในการบินที่ครอบคลุมในแต่ละรุ่น ทำให้สามารถเข้าถึงสนามบินทั่วโลกทั้งระยะทางและปริมาณของการบรรทุก ในการกำหนดรุ่นต่างๆ ของเครื่องบิน เครื่อง A350-800 จะรองรับผู้โดยสารประมาณ 270 คน ขณะที่ A350-900 และ A350-1000 จะมีที่นั่ง 314 และ 350 ตามลำดับ โดยภาพรวมแล้วเครื่องบินพาณิชย์ในตระกูล A350-1000 สามารถกำหนดค่าการตกแต่งดัดแปลงสำหรับรูปแบบที่รองรับผู้โดยสารได้มากถึง 440 ที่นั่ง

การตอบสนองต่อสมรรถนะเมื่อต้องรับน้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนของผู้โดยสารและสัมภาระตลอดจนปริมาตรของเชื้อเพลิงทำให้เครื่อง A350 XWB ใช้ต้นกำลังซึ่งเป็นเครื่องยนต์รุ่นเดียวกันที่ใช้ในเครื่องบิน Airbus A380 มันได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบแฟนรุ่นที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในวงการบินพาณิชย์ เครื่องยนต์ Rolls-Royce Trent XWB ถูกสร้างขึ้นเพื่อประสิทธิภาพของการบินในระดับที่ดีเยี่ยม เครื่องยนต์เทอร์โบแฟน Trent XWB จำนวนสองเครื่อง แต่ละเครื่องสร้างพละกำลังได้มหาศาลถึง 97,000 ปอนด์ เป็นแรงผลักดันสูงสุดเมื่อบินขึ้น ทำให้ A350 ต้องมีเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยพัฒนาสำหรับใช้ในอากาศยานเลยทีเดียว วิศวกรของบริษัท Airbus และ Rolls-Royce ทำงานร่วมกันในการวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์ของอากาศยานที่สามารถสร้างแรงผลักดันพิเศษ รวมถึงการออกแบบความแข็งแรงของโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนักรวมของเครื่องบินที่หนัก 308 ตัน

ลำตัวที่กว้างของเครื่องบิน Airbus A350 XWB ถูกออกแบบเพื่อเพิ่มเติมพื้นที่สำหรับการเดินทางระยะไกลที่มีความเหมาะสมกับขนาดและน้ำหนักของระวางบรรทุก ห้องโดยสารในทุกระดับชั้นของการบริการได้รับการดีไซน์โดยเผื่อพื้นที่ ผู้โดยสารมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ขนาดของบานกระจกหน้าต่างกว้างขึ้น พื้นที่เหนือศีรษะถูกขยายสัดส่วนเพื่อลดความอึดอัด นอกจากนี้ การให้พื้นที่สำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจและชั้นสูงสุดที่กว้างขวางขึ้น รวมถึงที่นั่งในชั้นประหยัดก็ยังสามารถเพิ่มพื้นที่ในการวางเท้า พื้นที่ไหล่และเหนือศีรษะได้มากกว่าเครื่องบินในระดับชั้นเดียวกัน พื้นที่ส่วนที่เหลือสำหรับลูกเรือที่ถูกออกแบบให้สามารถใช้ในการบินระยะไกลโดยไม่ลดความจุของที่นั่งผู้โดยสารทั้งหมด Cabin ของลูกเรือมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและพื้นที่ส่วนที่เหลือบริเวณด้านหลัง เครื่องบิน A350 XWB รองรับเตียงพักของลูกเรือขนาด 6-8 ที่ พร้อมพื้นที่ยืนเต็มความสูงสำหรับลูกเรือให้เป็นเขตพักขณะทำการบินเดินทางระยะไกลด้วยความสะดวกสบาย ช่วยให้ทีมลูกเรือมีพื้นที่ของการพักและเตรียมความพร้อมในการบริการ


A350-800 เป็นรุ่นที่ลำตัวที่สั้นสุดใน Class A350 XWB รองรับผู้โดยสาร 270 คน มีพิสัยบิน (บินไกล) 8,500 ไมล์ทะเล

A350-900 รองรับผู้โดยสารได้ 314 คน มีพิสัยบิน (บินไกล) 8,100 ไมล์ทะเล

A350-1000 เป็นรุ่นลำตัวยาว ถูกออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพความน่าเชื่อถือสูงสุด รองรับผู้โดยสารได้ 350 คน มีพิสัยบิน (บินไกล) 8,400 ไมล์ทะเล A350-1000 ยังสามารถปรับพื้นที่ภายในเพื่อรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 440 คน

เครื่องยนต์ Rolls Royce Trent XWB
Trent XWB เป็นรุ่นที่มียอดขายรวดเร็วสูงสุดในบรรดาเครื่องยนต์ Trent ทั้งหกรุ่น โดยในปัจจุบันมียอดขายกว่า 1,300 เครื่องแล้ว
Rolls Royce ริเริ่มโครงการพัฒนาเครื่องยนต์รุ่นเทรนท์ XWB มาตั้งแต่ปี 2549 และสี่ปีหลังจากนั้น เครื่องยนต์รุ่น Trent XWB ก็ได้รับการทดสอบเป็นครั้งแรก นับแต่นั้นเป็นต้นมา เครื่องยนต์รุ่น Trent XWB ได้รับการทดสอบไปทั่วโลก รวมไปถึงการทดสอบความทนทานต่อสภาวะอากาศแปรปรวนสูงสุด เช่นสภาวะอากาศร้อนในระดับที่มากกว่า 42 องศาเซลเซียส ณ เมืองอัล อิน ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอากาศหนาวจัด ที่อุณหภูมิ -23 องศาเซลเซียส ของเมืองอิคคาลูอิท ประเทศแคนาดา

เครื่องยนต์รุ่น Trent XWB 12 เครื่อง ได้รับการทดสอบภาคพื้นดินมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2555 และเริ่มการทดสอบภาคพื้นอากาศร่วมกับเครื่อง A380 ที่แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะ ความทนทาน และความปลอดภัย เครื่องยนต์รุ่น Trent XWB ที่จะขับเคลื่อนอากาศยานรุ่น A350-800 และ A350-900 ได้รับอนุญาตให้ขึ้นบินตั้งแต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดย สำนักงานการบินและความปลอดภัยยุโรป หรือ EASA ขณะที่ เครื่องยนต์เทรนท์ XWB รุ่นที่ปรับปรุงให้มีแรงขับสูงขึ้น กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาเพื่อใช้สำหรับอากาศยานรุ่น A350-1000 โดยเฉพาะ

ข้อมูลที่สำคัญ
ความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมของเครื่องยนต์ Rolls Royce Trent XWB

- ใบพัดด้านหน้ามีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 10 ฟุต (9.8) และสามารถตักอากาศได้มากถึง 1.3 ตันต่อวินาทีในระหว่างนำเครื่องขึ้น

- กำลังส่งของใบพัดในระหว่างนำเครื่องขึ้นนั้น มีน้ำหนักเกือบ 1,000 ตัน ซึ่งมีน้ำหนักมากราวกับมีรถไฟขนสินค้าแขวนอยู่บนใบพัดข้างละหนึ่งขบวน


- ใบพัดเทอร์ไบน์แรงดันสูงข้างในเครื่อง สามารถหมุนได้ 12,500 รอบต่อนาที ซึ่งหมายความว่าปลายใบพัดหมุนด้วยความเร็วประมาณ 1,200 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือเร็วกว่าความเร็วเสียงถึงสองเท่า


- ระหว่างนำเครื่องขึ้นนั้น ใบพัดเทอร์ไบน์แรงดันสูงทั้ง 68 ใบในเครื่องยนต์ Trent XWB ให้กำลังประมาณแรงขับดันสูงถึง 90,000 ปอนด์

- เมื่อใช้กำลังสูงสุด แรงดันอากาศที่ถูกปล่อยออกมาจากด้านหลังเครื่องยนต์ด้วยความเร็ว 1,000 ไมล์ต่อชั่วโมง

Rolls Royce Trent XWB turbofan Specifications
Three-shaft high bypass ratio: 9.3
Take-off thrust: 75,000–97,000 lbf (330–430 kN) (flat-rated to ISA+15C)
Fan diameter: 3.0 m (118 in)
Fan: single stage, swept, low hub:tip ratio
Airflow: approx. 1,440 kg (3,200 lb) per second
Overall pressure ratio >=52:1 (Top-of-Climb)
IP compressor: 8 stage axial
HP compressor: 6 stage axial
Combustor:
HP turbine: single-stage, aircooled
IP turbine: two-stage, aircooled (extra stage relative to previous marks of Trent)
LP turbine: 6-stage, uncooled

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

ประจำการเรียบร้อย Airbus A350XWB อากาศยานโดยสารระยะไกลรุ่นล่าสุดของการบินไทยลำนี้จะถูกนำไปปฏิบัติการเที่ยวบินเส้นทางพิสัยไกล โดยเริ่มจากการให้บริการในเส้นทางกรุงเทพฯ-เมลเบิร์น ระยะทาง 7,358 กิโลเมตร 31 ส.ค. 2559 11:36 1 ก.ย. 2559 10:27 ไทยรัฐ