วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แรงงานต่างด้าวรุกคืบ แย่งอาชีพค้าย่อยคนไทย

โดย ซูม

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง สภาพัฒน์โดยท่านเลขาธิการ ดร.ปรเมธี วิมลศิริ ได้ออกมาแถลงถึงภาวะสังคมไทยในไตรมาสที่ 2 ของปี 2559 หรือในรอบ 6 เดือนของปีนี้ มีตัวเลขที่สร้างความตกตะลึงหรือช็อกความรู้สึกคนไทยอยู่หลายๆตัวเลขเชียวละครับ

โดยเฉพาะตัวเลขผลสำรวจ การประกอบอาชีพค้าขายรายย่อยของแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย ที่สภาพัฒน์ดำเนินการสำรวจร่วมกับ บริษัท ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ จำกัด ในช่วงเวลาระหว่าง 4 พ.ค.-22 มิ.ย.2559 ซึ่งต้องถือว่าเป็นข้อมูลที่ใหม่เอี่ยมอ่อง เพราะเพียงแค่ 2 เดือนเศษๆเท่านั้น

แม้จะเป็นการสำรวจเพียง 8 จังหวัด แต่ก็เป็นจังหวัดใหญ่และเป็นจังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานค่อนข้างมาก เช่น กทม., สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, เชียงใหม่, สงขลา ฯลฯ เป็นต้น จึงน่าจะเป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงข้อเท็จจริงได้อย่างถูกต้องใกล้เคียงพอสมควร

ผลการสำรวจพบว่า คนต่างด้าวเข้ามาทำการค้าขายในตลาดต่างๆทุกระดับ โดยในระดับศูนย์สรรพสินค้ามีคนต่างด้าวเป็นเจ้าของร้าน 6.9 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ค้าทั้งหมด, ในตลาดนัด มี 1.8 เปอร์เซ็นต์, ในตลาดสด มี 20.9 เปอร์เซ็นต์ และในตลาดชุมชน มี 9.7 เปอร์เซ็นต์

เมื่อเจาะลงไปในรายละเอียดยังพบอีกว่าเจ้าของแผงต่างๆที่เป็นชาวต่างด้าวนั้น 44.6 เปอร์เซ็นต์เป็นชาวเมียนมา, 21.4 เปอร์เซ็นต์ เป็นชาวกัมพูชา, 19.8 เปอร์เซ็นต์เป็นชาวลาว, 4.4 เปอร์เซ็นต์เป็นเวียดนาม และนอกนั้นก็เป็นอื่นๆรวมทั้งจีนด้วย

โดยกฎหมายไทยแล้วการเข้ามาค้าขายถือว่าผิดกฎหมาย เพราะอนุญาตให้เฉพาะการเข้ามารับจ้าง หรือการใช้แรงงานโดยตรงเท่านั้น ซึ่งแรกๆคนต่างด้าวก็เข้ามาในสถานภาพที่ว่านี้ แต่อยู่ๆไปค่อยเปลี่ยนฐานะเป็นเจ้าของร้าน เจ้าของแผงดำเนินการค้าขายเสียเลย

ส่วนใหญ่จะเริ่มด้วยการค้าขายแก่ชาวต่างด้าวด้วยกัน เพราะพูดจากันรู้เรื่อง แต่ทำๆไปก็ขายแบบทั่วไป รวมทั้งลูกค้าชาวไทยด้วย

ถามว่าเมื่อผิดกฎหมายแล้วยังค้าขายอยู่ได้อย่างไร? คำตอบจากผลสำรวจชัดเจนมากเป็นไปอย่างที่คาดกันไว้แหละครับ ก็คือ 1.การจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ 2.การให้คนไทยรับหน้าเป็นนายจ้าง 3.การมีเครือข่ายแจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้ไม่ถูกจับกุม หรือแม้จะถูกจับกุมแล้วก็ยังมีกระบวนการที่จะทำให้สามารถกลับมาขายได้อีก

สรุปแล้วก็มาจากความหย่อนยานเห็นแก่อามิสสินจ้างของเจ้าหน้าที่ไทยอีกเช่นเคย

ผลการสำรวจชิ้นนี้ยังมีประเด็นรายละเอียดที่น่าสนใจอีกมาก แต่ผมขอคัดลอกประเด็นใหญ่ๆมาโดยสรุปเพียงเท่านี้

คงต้องมาติดตามข่าวกันต่อไปว่า ทางการไทยที่มีส่วนรับผิดชอบจะดำเนินการอย่างไร? จะปล่อยให้มีการแย่งอาชีพคนไทยอีกต่อไปหรือไม่? หวังว่าคงจะมีข่าวคราวความคืบหน้ามาบอกกันบ้าง

อย่างที่เราทราบเรื่องนี้มิใช่เรื่องใหม่ เราเคยอ่านข่าวเจ้าหน้าที่กรมแรงงานไล่จับผู้ค้าหาบเร่ต่างด้าวมาแล้ว ผมเองก็เคยเอามาเขียนเตือนเอาไว้แล้ว อย่างน้อยก็หนึ่งหรือสองครั้ง

แต่ก็เป็นการเขียนโดยอ้างแหล่งข่าวจากการจับกุมที่ลงหนังสือพิมพ์เพียงไม่กี่ราย...ต่างกับรายงานชิ้นนี้ที่มีการเจาะลึกและมีข้อมูลรายละเอียดค่อนข้างครบถ้วน

ทางสภาพัฒน์เขาคงมีความประสงค์จะสำรวจเพียงเพื่อจะทราบว่าผู้ค้าขายต่างด้าวมีมากน้อยเพียงไร แย่งอาชีพคนไทยแค่ไหน กระทบ กระเทือนต่อเศรษฐกิจไทยหรือไม่? อย่างไร?

สำหรับหน้าที่ในการแก้ปัญหาคงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรงในฐานะผู้ควบคุมกระทรวงทบวงกรมที่เกี่ยวข้องต่างๆ

น่าห่วงที่สุดในขณะนี้ก็คือตลาดสด ซึ่งเป็นร้านต่างด้าวไปแล้ว 20 เปอร์เซ็นต์ หรือ 5 ร้านเป็นต่างด้าวซะ 1 ร้านไม่ใช่น้อยๆเลย

คงต้องฝากบิ๊กตู่ให้ช่วยดูแลอีกแล้วละครับ ซึ่งความจริงผมก็เกรงใจไม่อยากจะฝากท่านหรอกเพราะดูเหมือนท่านจะต้องรับภาระไปเสียทุกเรื่องตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ...วันก่อนก็ต้องออกมาจัดการเรื่องผักตบชวา

แต่เรื่องนี้สำคัญพอๆกับผักตบชวาหรืออาจสำคัญกว่าด้วยซ้ำ เพราะแย่งอาชีพคนไทยโดยตรง...คงมีน้ำหนักพอที่จะฝากให้บิ๊กตู่ดูแลอีกเรื่องนึงนะครับ.

“ซูม”

31 ส.ค. 2559 11:24 ไทยรัฐ