วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหตุและปัจจัยก่อนเปลี่ยนผ่าน

แม้จะมีการเสนอโมเดลในรูปแบบต่างๆเพื่อหวังให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ขึ้นเป็นนายกฯหลังการเลือกตั้งนั้นถือว่าเป็นเรื่องคิดกันได้ พูดกันได้เพียงแต่จะต้องตั้งอยู่บนกติการัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกอีก 10 ฉบับที่จะคลอดออกมาเป็นเบื้องต้น

แน่นอนว่าทั้งหลายทั้งปวงต้องมองไปที่สถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนไปตามครรลอง อย่างการที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่เคยดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี กับสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันนั้นมีความแตกต่างกันสิ้นเชิง

แต่ปัญหาการเมืองก็ยังคงอยู่ในวังวนเดิม

มิหนำซ้ำปัญหาความแตกแยกก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็น ปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการเมืองในปัจจุบันอีกด้วย

สมัยที่ “ป๋าเปรม” เป็นนายกฯนั้นปัจจัยที่เป็นเหตุสำคัญก็คือ การต่อสู้กับ “คอมมิวนิสต์” ที่รายล้อมประเทศไทยเกือบทั้งหมด

ไม่ต้องพูดถึงนายกฯคนในหรือคนนอก ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นการเมืองอิงแอบด้วยความเป็นประชาธิปไตย

ที่ว่าอย่างนี้ต้องมองไปที่เสียงสนับสนุนของประชาชนเพื่อให้เป็นนายกฯนานๆ เพราะเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้ดีกว่านายกฯที่มาจากการเลือกตั้งผ่านพรรคการเมือง

นี่ถือเป็นปัจจัยสนับสนุน “นายกฯลุงตู่”

เพียงแต่พรรคการเมืองโดยเฉพาะ 2 พรรคใหญ่คือ เพื่อไทยและประชาธิปัตย์ไม่ต้องการที่จะให้เป็นไปเช่นนั้น

แต่พรรคการเมืองที่เป็นพรรคขนาดกลางและพรรคขนาดเล็กไม่ได้แสดงท่าทีให้ปรากฏ เพราะตามวิถีทางการเมืองที่ผ่านมาพรรคเหล่านี้ล้วนอิงอำนาจจนได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลมาตลอดไม่ว่าใครจะเป็นนายกฯก็ตาม

โอกาสที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นนายกฯจึงมีความเป็นไปได้จากพรรคการเมืองกลุ่มนี้หรือที่มีการเสนอตัวตั้งพรรคการเมืองใหม่เพื่อเป้าหมายเดียวกัน

เงื่อนไขสำคัญก็คือ 2 พรรคการเมืองใหญ่นั่นแหละ

“เพื่อไทย” นั้นมีเดิมพันที่สูงเพราะเป็นคู่แข่งทางการเมืองของประชาธิปัตย์แล้วยังต้องต่อสู้กับ คสช.ที่มองว่าเป็นศัตรูการเมืองสำคัญ

การต่อสู้ในสนามเลือกตั้งจึงมีความสำคัญยิ่งเพราะจะต้องตั้งเป้าให้ได้ ส.ส. 376 คน จากยอด 750 คน (ส.ส. 500 คน+ส.ว. 250 คน) อย่างน้อยก็ต้องได้ 251 คนขึ้นไป

แต่ในความเป็นจริงจะได้หรือไม่ได้นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ปัญหาในพรรคเพื่อไทยที่ดำรงอยู่แม้จะมี “ทักษิณ” เป็นหลักชัยและยังไม่รู้ว่าจะให้ใครเป็นหัวหน้าพรรคในรอยต่อสำคัญนี้

ทว่าปัญหาภายในพรรคนั้นก็หาใช่จะไม่มีปัญหาก็คงเป็นแนวทางของพรรคที่ขัดแย้งกันอยู่ระหว่างพวกฮาร์ดคอกับพวกที่ไม่นิยมความรุนแรง แม้จะไม่ปรากฏจากภายนอกให้เห็นมากนักแต่ภายในรู้กันดีอยู่

อีกไม่นานคงได้เห็น “ฟองสบู่” แตกแน่

เช่นกันปัญหาภายในของประชาธิปัตย์ก็หาใช่ว่าจะราบเรียบแม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังดำรงตำแหน่งอยู่ก็ตาม แต่สถานการณ์และความเปลี่ยนแปรคงจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้าเช่นเดียวกัน

เพราะในประชาธิปัตย์ยังมี กปปส.ภายใต้การนำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่แม้ว่าจะอยู่ข้างนอกแต่ก็ยังมีบทบาทและอิทธิพลมากพอสมควร

ที่สำคัญแนวคิดที่ต่างกันเมื่อ กปปส.แสดงตัวชัดเจนที่สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ด้วยเป้าหมายคือการปฏิรูปประเทศตรงข้ามกับกลุ่มของหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน

เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่จะมองข้ามไม่ได้เป็นอันขาด.

“สายล่อฟ้า”

31 ส.ค. 2559 10:50 31 ส.ค. 2559 10:50 ไทยรัฐ