วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' ขออย่าให้ความสำคัญวัน 'เบอร์ซาตู'-โวไทยรับมือโรคระบาดดีสุด

นายกฯ ขออย่าให้ความสำคัญวันครบรอบ "เบอร์ซาตู" ยันดูแลความปลอดภัยเต็มที่ วอนสื่ออย่าเสนอข่าวเหมาเหตุเกิดทั้ง 4 จังหวัด รับใช้กฎหมายแรง ก็โดนตีละเมิดสิทธิ โวไทยรับมือโรคระบาดดีที่สุดในอาเซียน ขอ ปชช.อย่ากังวลซิการะบาด

เมื่อวันที่ 30 ส.ค.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีการดูแลสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วงวันสถาปนาขบวนการแนวร่วมเพื่อเอกราชแห่งปาตานี หรือเบอร์ซาตู 31 ส.ค.นี้ ว่า วันครบรอบเบอร์ซาตู ก็มีทุกปี เราก็อย่าไปให้ความสำคัญ ซึ่งเราให้ความสำคัญในการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น และถ้าอยากให้ดีที่สุดต้องตรวจรถทุกคันที่ผ่านด่าน จอดแล้วเปิดท้ายรถ เปิดเบาะ แต่ก็ทำไม่ได้สักอย่าง เดือดร้อน ตรงนี้ต้องสร้างการรับรู้ใหม่ ถ้าต้องการความปลอดภัย ต้องร่วมมือและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น แต่วันนี้พอแตะอะไรก็มีเรื่องสิทธิมนุษยชน ละเมิดสิทธิ ทำไมไม่ไปเล่นงานคนวางระเบิดแบบนั้นละเมิดสิทธิใครหรือเปล่า โดยยืนยันว่าจะดูแลสถานการณ์เต็มที่ อย่าไปขยายความว่าวันไหน มันก็มีวันแบบนั้นทุกปี ทุกวัน ทั้งปีด้วยซ้ำ มันคือวันเก่าๆ เรื่องเก่าๆ ถ้าเราให้ความสำคัญมากๆ ก็ไม่ได้ในทางสื่อสาร แต่ในทางปฏิบัติต้องเข้มงวด

"ผมบอกหลายทีแล้วเรื่องภาคใต้ เราทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ในเรื่องมาตรการเสริม มาตรการพิเศษ ห้ามใช้ถนนก็ไม่ได้ เคอร์ฟิวไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้หมด แล้วต้องใช้ทหาร ตำรวจ ต้องเท่าไร ไปเฝ้าทุกเส้นทาง มันมีกี่เส้น และมีกี่กลุ่มที่ต้องดูแล ครู นักเรียน ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ก็โดนกันหมด ซึ่งต้องไปบังคับกลุ่มคนที่มาพูดคุยกับเรา ทำเรื่องนี้ให้มันชัดเจนขึ้น จะมีมาตรการแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร ถึงจะไปสู่กระบวนการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ถ้ามาต่อรองด้วยการใช้ความรุนแรง ผมก็ต้องใช้กฎหมายให้เข้มข้นขึ้น ประชาชนก็เดือดร้อน ไม่มีสูตรอื่น อย่างไรก็ตามตอนนี้ไม่มีรายงานข่าวความเคลื่อนไหวอะไร ซึ่งฝ่ายความมั่นคงได้ติดตามอยู่แล้ว" นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า มีข่าวว่า นายกฯ จะยกเครื่องข่าวกรองใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ข่าวกรองก็คือข่าวกรอง ข่าวกรองต้องเข้าใจมันจะมีข่าวทางยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี นำยุทธศาสตร์กว้างๆ มาสู่การปฏิบัติ ซึ่งข่าวที่ได้มามีหลายความน่าเชื่อถือ บางทีก็เป็นข่าวบอกกันมา ต้องไปสู่กระบวนการตรวจสอบ บางครั้งอาจไม่ทันเพราะข่าวเยอะมาก แต่ก็ต้องสรุปให้ได้โดยเร็ว ซึ่งเขาก็ทำอยู่ ประเด็นก็คือพื้นที่กว้าง แต่ไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ เพราะทุกคนต้องทำ ดังนั้นมาตรการสำคัญคือมาตรการป้องกันเชิงรุก ต้องวางกำลังป้องกันเข้มแข็ง การหาข่าวก็จะรู้แต่ข่าวกว้างๆ ว่าจะเกิดในพื้นที่ไหน แต่คงไม่มีใครบอกว่าจะเกิดระเบิดจุดใด ต่างประเทศก็ทำไม่ได้ขนาดนั้นเพียงแต่เขาใช้มาตรการป้องกันเชิงใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ห้ามเข้าห้ามออกรถทุกคันต้องตรวจ เขาทำแบบนั้นจึงทำได้ แต่บ้านเราทำไม่ได้ ตนไม่ได้โทษประชาชน แต่ประชาชนต้องร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมาย ช่วยกันคนละทางสองทางก็ดีเอง จะพูดคุยหรือพัฒนาอย่างเดียวก็ไม่ใช่ ไม่ใช้กฎหมายก็ไม่ใช่ ต้องใช่ทุกอย่าง และประชาชนก็จะเป็นผู้รับผลกรรม ฉะนั้นต้องเห็นใจเขา เวลาเสนอข่าวอะไรออกไป เพราะบางครั้งเกิดสถานการณ์บางพื้นที่ บางอำเภอ ไม่ได้เกิดทั้งหมด แต่กลับไปบอกว่าเกิดสี่จังหวัด ก็จะยิ่งไปกันใหญ่ เดิมเกิดหลายหมู่บ้าน แต่วันนี้ลดลงเยอะ ปัญหาคือจะไปไล่ล่าอย่างไรในพื้นที่ มันทำไม่ได้ แต่จะต้องปิดล้อม สกัดกั้นทั้งหมดทุกเส้นทาง เพื่อไม่ให้ขยายไปที่อื่น แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะประชาชนต้องการเสรี ตรงนี้ต้องช่วยกันคิดสร้างความเข้าใจ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขอให้เข้าใจว่าเราไม่ได้รบกับชาวบ้าน แต่เราไปรบกับโจรต้องบังคับกฎหมาย อย่าให้ไปพันกับเรื่องสิทธิมนุษยชน เขาเป็นอาชญากรรมร้ายแรง เป็นอาชญากร ซึ่งเราพร้อมให้อภัย แต่ต้องมาสู่กระบวนการยุติธรรม มีคณะทำงานไม่รู้กี่คณะ โครงการพาคนกลับบ้านก็มี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็มี เพื่อกลับคืนสู่สังคมคนดี และก็มีคนกลับมาเยอะ ส่วนบางคนที่ไม่กลับต้องมาดูว่าทำไมไม่กลับ ขออย่าไปเขียนเพราะหลักการเหตุผลพันกัน

"ใครจะรู้มากกว่าผม ซึ่งอยู่ฝ่ายความมั่นคงมาตลอดชีวิต การแก้ปัญหาภาคใต้ก็แก้มาก่อนหน้าผม รัฐบาลที่แล้วผมก็บอกว่า การพูดคุยเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ข้อสรุปที่เดียว ต้องทำอย่างอื่นไปด้วย ทั้งการพัฒนาและเรื่องการศึกษา ซึ่งวันนี้ผมก็ทำใหม่ทั้งหมด ผมลงลึกถึงขนาดที่ว่าสอนภาษาไทยกันอย่างไร จะต้องท่องจำกันหรือเปล่าให้เข้าใจว่าคืออะไร เหมือนฝึกทหารใหม่ ซึ่งมันมีวิธีการอยู่ที่ระบบการศึกษา ยืนยันว่ารัฐบาลนี้ทำเต็มที่ เร่งรัดหมดโดยเฉพาะห้องเรียนกีฬา ที่เสนอมาหลายรัฐบาลแล้วไม่เกิด ก็เลยมาทำเอง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหภาพยุโรประบุถึงสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสซิกาใน 4 จังหวัดของไทย คือ จ.จันทบุรี จ.เพชรบูรณ์ จ.บึงกาฬ และ จ.เชียงใหม่ อยู่ในระดับสีแดงว่า กระทรวงมหาดไทย (มท.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำลังติดตามอยู่ ซึ่งมีอยู่ 3-4 จังหวัด ทุกอย่างเราไม่ต้องกังวล เรามีแผนงานและมาตรการรองรับไว้แล้ว เมื่อมันเกิดเราก็ต้องแก้ไขและอย่าให้คนเป็นอีก ทั้งนี้เราได้ตั้งศูนย์ในแต่ละภูมิภาคเอาไว้รองรับแล้ว รัฐบาลนี้ให้งบประมาณลงไปจัดทำห้องคนไข้พิเศษ ห้องปฏิบัติการดูแลโรคระบาดร้ายแรง ซึ่งมีทุกโรงพยาบาลใหญ่

"ตอนนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กำลังดูแลอยู่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็กำชับลงไปในพื้นที่ในสายการปกครอง บางโรคบางทีก็ติดต่อง่าย เพียงถ้ารักษาทันเวลาก็ไม่เป็นไร บางครั้งก็ได้ยาผิด กินยาผิดกันเองบ้าง ไม่ไปหาหมอเลยไม่รู้อาการบ้าง เราต้องสร้างการรับรู้โรคไวรัสซิกา มีอาการอย่างไร มันก็เป็นกันทั้งโลกและหลายประเทศ เราขึ้นชื่อว่าเราเป็นประเทศที่บริหารจัดการเรื่องโรคระบาดได้ดีที่สุดในอาเซียน เรามีชื่อเสียง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว.

นายกฯ ขออย่าให้ความสำคัญวันครบรอบเบอร์ซาตู ยัน ดูแลความปลอดภัยเต็มที่ วอนสื่ออย่าเสนอข่าวเหมาเหตุเกิดทั้ง 4 จังหวัด รับ ใช้กฎหมายแรง ก็โดนตีละเมิดสิทธิ โวไทยรับมือโรคระบาดดีที่สุดในอาเซียน ขอ ปชช.อย่ากังวลซิการะบาด 30 ส.ค. 2559 19:26 30 ส.ค. 2559 22:04 ไทยรัฐ