วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' ยัน 'บิ๊กหมู-บิ๊กโชย' เมินนั่งเก้าอี้ รมต.ลั่นปฏิรูปก่อน ลต.

"บิ๊กตู่" ปิดประตู ให้ "โอฬาร" กลับไปเลี้ยงหลาน ยัน "บิ๊กหมู-บิ๊กโชย" ไม่รับเก้าอี้ รมต. ระบุอำนาจอยู่ที่ตนจะเลือกใคร ลั่นต้องปฏิรูปการเมืองให้สำเร็จก่อนเลือกตั้ง ชี้คนรุ่นใหม่ขยาดไม่อยากมีประวัติเสียหาย

เมื่อวันที่ 30 ส.ค.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า มีรายชื่อของ นายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ว่า "ไม่มี ผมไม่รู้จัก ไม่มี โอฬารเป็นใคร ใครคือโอฬาร" เมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่า นายโอฬาร เป็นอธิบดีที่จะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "แล้วผมจะเอาอธิบดีมาเป็นรัฐมนตรีทำไม ส่วนที่เขาจะเกษียณฯ ก็ให้เกษียณฯ ไป กลับบ้านไปเลี้ยงหลาน ถึงวันนี้ยังไม่มีแนวคิดหรือคิดที่จะเชิญใครมา ส่วนที่ผมเคยพูดว่ามีตำแหน่งรัฐมนตรีว่าง 2 ตำแหน่งนั้น มันว่างตั้งนานแล้ว เดิมผมกะว่าจะหาคนมาตั้งให้พวกเขา และคนที่จะตั้งมานั้น จะเป็นคนที่ผมกำหนดเอง"

เมื่อถามว่า มีข่าวว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้มีการหารือกับนายกฯ แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ผมถาม พล.อ.ฉัตรชัย เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา ท่านยืนยันว่าไม่รู้จักชื่อที่กล่าวมาทั้งหมด ที่มีการไประบุว่า จะมีการแต่งตั้งนั้น พล.อ.ฉัตรชัย บอกว่าไม่เกี่ยวเลย ยังไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น เรื่องนี้ให้เป็นเรื่องของผม"

ส่วนที่มีชื่อ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และพล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก นั้น เป็นเพราะสื่อตั้งกันขึ้นมาเองไม่ใช่หรือ จะให้คนนั้นคนนี้ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรี มันไม่มีตำแหน่ง ถึงมีเขาก็ไม่มา

"ผมถาม ผบ.ทบ. แล้วว่า เฮ้ยอยากเป็นอะไรบ้าง เขาก็ตอบมาว่าไม่อยากเป็น ซึ่งไม่ใช่ว่าผมถามว่าจะให้มาเป็นรัฐมนตรี เป็นการพูดคุยกันเฉยๆ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ภายหลังเกษียณอายุราชการ จะมีตำแหน่งให้ทั้งสองคนนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ทั้งสองคนก็เป็น สนช.อยู่แล้ว ก็พอแล้ว จะเอาอะไรอีก ส่วนรัฐมนตรีอีกสองคนที่จะมีการแต่งตั้งเข้ามา จะมาจากไหนก็ไม่รู้ กำลังหาอยู่ สื่อไม่สมัครเข้ามาก็ขอให้อยู่กันเฉยๆ วันนี้ก็ต้องหากันไป ก็หาแล้วเข้าจะเป็นหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ไม่ใช่ตนจะมาตั้งเรื่อยเปื่อย เป็นเรื่องการตอบแทนบุญคุณ ไม่มี ทุกคนเป็นทหารต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน จะไปตอบแทนอะไรกันนักหนา สื่อชอบเขียนโยงไปมา เขาเสียหายไปหมด ไม่มีใครอยากเป็นอะไรสักคน อยากพักผ่อนกันทั้งนั้น เขาไม่อยากเข้ามาให้สื่อโขกสับหรอก"
 
เมื่อถามถึงแนวทางการปฏิรูปนักการเมืองและพรรคการเมือง ให้ยึดโยงกับประชาชน ไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจนายทุนพรรค พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีหลายอย่างขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการทำกฎหมายปฏิรูปพรรคการเมือง โดยฝ่ายกฎหมาย สปท.-สนช.-กรธ. ต้องพูดคุยกันอยู่ว่าพรรคการเมืองจะทำอย่างไร ทั้งนี้ต้องยึดโยงกับคำว่าประชาธิปไตยสากล แต่ของเรามันหลุดจากกรอบไปเยอะ สิ่งสำคัญเราจะทำอย่างไร จะได้คนดีเข้ามาสู่ระบบการเมือง จะไปออกระเบียบอะไรมันก็ไม่ได้อีก ถ้าคนไม่ดี ดังนั้นต้องมีระบบคัดกรองที่ดี วันนี้รัฐธรรมนูญร่างมาเพื่อให้คนที่ไม่มีปัญหาเข้ามาก็ยังโดนต่อต้านเยอะแยะไปหมด

"เรื่องนายทุนอะไรต่างๆ นั้น ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการเป็นพรรคการเมือง นักการเมืองต้องใช้เงินอะไรมากน้อยไหน เพราะวันนี้ผมก็ไม่ได้ใช้เงินเหล่านั้นเลย ที่จะทำให้คนต้องมารักผม แต่เขาอาจจำเป็นหรือไม่ในการที่ต้องใช้เงินของ ส.ส.ไปดูและประชาชนที่เขาบอกว่าต้องมีแล้วมาจากไหน อย่างวันนี้นักธุรกิจใหญ่ๆ มันก็ต้องอยู่ในประเทศไทย ก็ร่วมมือกับผมดีในการทำงาน และไม่เห็นต้องเสียสตางค์ให้ผมสักคน ไม่ต้องบำรุงพรรคผม ผมต้องไปดูกฎหมายการบำรุงพรรคอะไรทำนองนี้ เขาดูหมดทั้งบุคคลการเข้าสู่การเมือง ดูไปถึงบทลงโทษกำลังพิจารณากันอยู่ การปฏิรูปการเมืองอยู่ประเด็นที่ต้องทำให้เสร็จก่อนการเลือกตั้ง อย่างน้อยเป็นกติกาที่จะทำให้คนรุ่นใหม่เข้ามาในการเมือง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า แล้วกฎหมายที่จะออกมาจะสามารถดึงคนที่ดีๆ หรือนักการเมืองสายเลือดใหม่ให้เข้ามาได้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "มีใครไหมล่ะ ไปหามาสิ ที่ผมเป็นรัฐบาลมา 2 ปี หาคนใหม่ๆ เข้ามาไม่มีใครเข้ามากับผมสักคน อาจจะไม่เฉพาะกลัวว่าเป็นรัฐบาลรัฐประหารหรอก แต่เขาไม่อยากให้ประวัติมาเสียหาย กับการที่ไปเป็นคนสาธารณะ ซึ่งบางเรื่องมันก็ก้าวล่วงชีวิตส่วนตัวเขามากเกินไป เป็นปัญหาสำคัญของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ไม่เข้ามา เรื่องการแสดงบัญชีทรัพย์สินเขาไม่ตั้งใจจะโกง ทรัพย์สินเขามีอยู่แล้วแต่ต้องมาตีแผ่ให้คนสงสัย เขาก็รับไม่ได้ ถึงไม่อยากเข้ามา แต่เข้ามาอย่างไรก็ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน บางอันเป็นกรรมการทางธุรกิจนี่โน่นต้องยกเลิกหมดเลย เพราะมันมีผลประโยชน์ทับซ้อนแล้วต้องมารับเงินเดือนนิดหน่อย เขาไม่อยากมาหรอก คือ เขาไม่อยากมีประวัติใหม่ ไม่ต้องการจะโกงแล้วต้องมาถูกตีแผ่ และการบริหารเชิงรุกของเขามันทำไม่ได้นั่นแหละ มันติดขัดที่คนรุ่นใหม่ไม่กล้าเข้ามาหรอก คนรุ่นใหม่เขาตั้งใจดี ที่ผมขับเคลื่อนอยู่ก็ได้ความคิดจากคนเหล่านี้แหละ แต่ถามว่ามาเป็นไหมไม่เป็นหรอก ถามว่า ส.ส.ใหม่ไม่สมัคร เขาก็ไม่ชอบ ไม่มีใครชอบหรอก ผมก็ไม่ชอบ แต่ผมจำเป็นต้องทำตอนนี้แค่นั้น ผมขอให้เข้ามาเป็นรัฐมนตรี ไม่มีใครเข้ามาสักคน".

"บิ๊กตู่" ปิดประตู ให้ "โอฬาร" กลับไปเลี้ยงหลาน ยัน "บิ๊กหมู-บิ๊กโชย" ไม่รับเก้าอี้ รมต. ระบุอำนาจอยู่ที่ตนจะเลือกใคร ลั่นต้องปฏิรูปการเมืองให้สำเร็จก่อนเลือกตั้ง ชี้คนรุ่นใหม่ขยาดไม่อยากมีประวัติเสียหาย 30 ส.ค. 2559 18:01 ไทยรัฐ