วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แอมเนสตี้ ยื่นทางการมาเลย์ยกเลิกข้อหาผู้เห็นต่างทางการเมือง

ตัวแทนแอมเนสตี้ ยื่นหนังสือเรียกร้องทางการมาเลเซียยกเลิกข้อหาปลุกระดมมวลชนต่อผู้เห็นต่าง ชี้เป็นการละเมิดเสรีภาพประชาชนในการแสดงความคิดเห็น...

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 30 ส.ค.2559 ตัวแทนแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย รวมตัวที่หน้าสถานทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย ถ.สาทรใต้ กรุงเทพฯ เพื่อยื่นจดหมายเรียกร้องทางการมาเลเซียยกเลิกกฎหมายปลุกระดมมวลชนและกฎหมายอื่นๆ ที่ถูกใช้เพื่อปิดปากผู้ที่มีความคิดเห็นต่าง ชี้เป็นการละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างสงบของประชาชน

นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ตัวแทนมอบจดหมายเปิดเผยว่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล มีความกังวลต่อเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนมาเลเซียที่กำลังตกอยู่ในอันตราย ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีนักกิจกรรมจากภาคประชาสังคม นักวิชาการ นักการเมืองฝ่ายตรงข้าม และคนที่ออกมาพูดต่อต้านรัฐบาลถูกตั้งข้อหาจากกฎหมายปลุกระดมมวลชน ตลอดจนกฎหมายอื่นๆ ที่กดขี่เสรีภาพของกลุ่มผู้เห็นต่าง

ล่าสุดทางการมาเลเซียตัดสินลงโทษจำคุกนายโมฮัมเหม็ด ฟากรูลราซี โมฮัมเหม็ด มอกตา รองหัวหน้าพรรคกรรมกรมาเลเซีย (Parti Amanah Negara Youth) เป็นเวลา 8 เดือนด้วยข้อหาปลุกระดมมวลชน โดยแอมเนสตี้เรียกร้องให้ทางการมาเลเซียยกเลิกคำตัดสินดังกล่าว และระบุว่าการตัดสินจำคุกนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาลครั้งนี้เป็นการละเมิดเสรีภาพในการแสดงออก เรียกร้องยกเลิกคำตัดสินและเลิกใช้กฎหมายดังกล่าว

ผอ.แอมเนสตี้ฯ ประเทศไทย กล่าวอีกว่า พ.ร.บ.ปลุกระดมมวลชนของมาเลเซียถือเป็นกฎหมายที่ละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างชัดเจนและถูกใช้เป็นเครื่องมือสำหรับปิดปากคนเห็นต่าง กฎหมายนี้ไม่ควรมีอยู่ในสังคมสมัยใหม่ที่เคารพสิทธิมนุษยชน และควรถูกยกเลิกทันที ดังนั้นแอมเนสตี้จึงเรียกร้องทางการมาเลเซียยกเลิกข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.ปลุกระดมมวลชนต่อประชาชนที่ถูกพิจารณาคดีจากการใช้เสรีภาพในการแสดงออกอย่างสงบ และยกเลิกกฎหมายปลุกระดมมวลชนและกฎหมายอื่นๆ ที่กดขี่เสรีภาพในการแสดงออก ตลอดจนปฏิบัติตามมาตรฐานและกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

หากประชาชนถูกตั้งข้อหาที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ปลุกระดมมวลชนและกฎหมายการสื่อสารและมัลติมีเดียจะมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 ริงกิต (ประมาณ 45,000 บาท) หรือจำคุกสูงสุด 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับสำหรับผู้กระทำความผิดครั้งแรก และไม่เกิน 5 ปี สำหรับผู้กระทำความผิดซ้ำ

ด้าน สถานทูตมาเลเซียได้ส่ง Ms.Leowania Leow Sui Yin เลขานุการโท (Second Secretary) สถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทยออกมารับจดหมาย พร้อมกล่าวขอบคุณที่แสดงออกอย่างสงบ

ตัวแทนแอมเนสตี้ ยื่นหนังสือเรียกร้องทางการมาเลเซียยกเลิกข้อหาปลุกระดมมวลชนต่อผู้เห็นต่าง ชี้เป็นการละเมิดเสรีภาพประชาชนในการแสดงความคิดเห็น... 30 ส.ค. 2559 15:47 ไทยรัฐ