วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายจ้างแสบ ล่อลวง แม่บ้านป.4

ให้เซ็นเอกสาร เข้าประมูลงาน เจอรัฐฟ้องคดี ชดใช้เงิน1.3ล. ขออัยการช่วย

ทนายนำ “แม่บ้าน ป.4” ดวงซวยร้องทุกข์ อสส. หลังถูกนายจ้างหลอกใช้ชื่อและนำเอกสารไปทำธุรกรรมทางการเงินและประมูลงาน ก่อสร้างของหน่วยงานราชการ ก่อนจะทิ้งงานทำให้แม่บ้านถูกหน่วยงานราชการแจ้งความ และถูกดีเอสไอแจ้งข้อหา 3 คดี ซ้ำยังมีคดีต่อเนื่องอีก 10 คดี เผยร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดให้ส่งสำนวนกลับไปที่ดีเอสไอเพื่อสอบสวนใหม่ ระบุยังไม่ได้ตรวจพิสูจน์ลายมือ และขอให้กันเหยื่อเป็นพยาน

แม่บ้าน ป.4 ร้องทุกข์ อสส. ขอความเป็นธรรมถูกนายจ้างสวมชื่อทำผิดกฎหมาย เปิดเผยขึ้นที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 ส.ค. น.ส.สมพิศ บุญทัน อายุ 44 ปี อาชีพแม่บ้าน ผู้ต้องหาคดีร่วมกันปลอมเอกสาร และใช้เอกสารสิทธิปลอม พร้อมทีมทนายความ เดินทางมายื่นหนังสือถึง ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด โดยมี ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้รับหนังสือแทน

ทีมทนายความกล่าวว่า น.ส.สุพิศ บุญทัน ถูกดำเนินคดีปรากฏเป็นเอกสารแนบท้ายคำร้องขอความเป็นธรรม มีรายละเอียดว่า เมื่อปี 2552 เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้ประกาศเปิดประมูลโครงการก่อสร้างอาคารเรียน 4/12 โรงเรียนเมืองพัทยา 4 มีบริษัทกิจการร่วมค้าได้งาน คือบริษัทนิติบุคคลลีโอ (นามสมมติ) กับ หจก.ถิรวิศวัจนะ โดยมี น.ส.สุพิศ เป็นผู้แทนนิติบุคคล มีหนังสือค้ำประกันจากธนาคารยูโอบี 2 รายการ มูลค่า 2.17 ล้านบาท วางค้ำประกัน จากนั้นเมืองพัทยาก็จ่ายค่าจ้างงวดแรก 1.3 ล้านบาท แต่เมื่อตรวจสอบเอกสารค้ำประกันต่างๆ พบว่าเป็นเอกสารปลอม จึงดำเนินคดีกับ หจก.ถิรวิศวัจนะ กับพวกรวม 7 คน และเรียกเงินค่างวด 1.3 ล้านบาท คืน โดย หจก.ถิรวิศวัจนะ มี น.ส.สุพิศ จบเพียงประถมศึกษาปีที่ 4 (ป.4) และเป็นแม่บ้าน กลายเป็นผู้บริหารสูงสุดของ หจก.ดังกล่าว

ทีมทนายความกล่าวอีกว่า น.ส.สมพิศ บุญทัน ถูกนายจ้างหลอกใช้ชื่อและนำเอกสารไปทำธุรกรรมทางการเงินและประมูลงานก่อสร้างของหน่วยงานราชการ ก่อนจะทิ้งงานทำให้ น.ส.สมพิศถูกหน่วยงานราชการแจ้งความ โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้สรุปสำนวนแจ้งข้อหาถึง 3 คดี รวมถึงคดีร่วมกันปลอมเอกสาร และใช้เอกสารสิทธิปลอม เพื่อใช้ในการประมูลงานก่อสร้างของหน่วยงานราชการ และยังมีคดีต่อเนื่องอีก 10 คดี โดยดีเอสไอมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องและส่งสำนวนมาที่อัยการแล้ว แต่ในสำนวนไม่ได้ตรวจพิสูจน์ลายมือของผู้ต้องหาว่าเป็นผู้เซ็นเอกสารประมูลงานก่อสร้างของทางราชการจริงหรือไม่ จึงร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดให้ส่งสำนวนกลับไปที่ดีเอสไอเพื่อสอบสวนใหม่ และขอให้กัน น.ส.สมพิศ เป็นพยาน

ส่วน น.ส.สมพิศ บุญทัน กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า เป็นเพียงแม่บ้านจบชั้น ป.4 ไม่ได้ทำความผิดตามที่ถูกแจ้งข้อหา และไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องดังกล่าว แต่ถูกนายจ้างขอเอกสารและให้เซ็นเอกสาร ตนอ่านหนังสือไม่เก่ง ไม่ทราบว่าเอกสารที่นำมาให้เซ็นมีข้อความอย่างไร

ด้าน ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า จะรับเรื่องร้องทุกข์ไว้รวมทั้งสอบสวน น.ส.สมพิศ บุญทัน อย่างละเอียดเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง และส่งเรื่องให้ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์–บริภาร อัยการสูงสุด พิจารณาดำเนินการต่อไป

ทนายนำ “แม่บ้าน ป.4” ดวงซวยร้องทุกข์ อสส. หลังถูกนายจ้างหลอกใช้ชื่อและนำเอกสารไปทำธุรกรรมทางการเงินและประมูลงาน ก่อสร้างของหน่วยงานราชการ ก่อนจะทิ้งงานทำให้แม่บ้านถูกหน่วยงานราชการแจ้งความ และถูกดีเอสไอแจ้งข้อหา 30 ส.ค. 2559 07:36 ไทยรัฐ