วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ออกหมายจับ ล่าเพิ่มอีกคน หนุ่มปัตตานี มือบึมหัวหิน พันป่วนสมุย

ออกหมายจับ ล่าเพิ่มอีกคน หนุ่มปัตตานี มือบึมหัวหิน พันป่วนสมุย

  • Share:

“ศรีวราห์” หอบหลักฐานขอศาลทหารมณฑลทหารบกที่ 15 ออกหมาย จับมือบึมตลาดหัวหินเพิ่มอีก 1 คน หลังออกไปแล้ว 1 คน ข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดและพยายามวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่นทำให้เกิดเหตุระเบิดมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ พบประวัติเป็นชาว จ.ปัตตานี เคยมีหมายจับศาลจังหวัดยะลาและบึมเกาะสมุยเมื่อปี 58 มั่นใจยังกบดานอยู่ในพื้นที่ชายแดนใต้

ตำรวจยังคงตามล่าคนร้ายลอบก่อวินาศกรรมวางเพลิงและระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ประกอบด้วยตรัง ภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 11 และ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดศาลทหารออกหมายจับมือระเบิดตลาดหัวหิน จ.ประจวบฯ เพิ่มอีก 1 คน โดยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 ส.ค.ที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 15 (มทบ.15) อ.เมืองเพชรบุรี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.เดชา ชวยบุญชุม ผู้ช่วย ผบ.ตร. นำเอกสารหลักฐานยื่นขออนุมัติหมายจับผู้ต้องสงสัยในคดีก่อเหตุวางระเบิดในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11-12 ส.ค. คนร้ายก่อเหตุวางระเบิดในเขตเทศบาลเมืองหัวหินรวม 4 จุด จุดที่ 1 บริเวณหน้าร้านจอห์นนี่ 56 ถนนเดชานุชิต จุดที่ 2 บริเวณหน้าร้านเรนทรี สปา ถนนพูนสุข ตัดซอยเสละคาม จุดที่ 3 บริเวณจุดนั่งรอรถโดยสาร หลังหอนาฬิกาเมืองหัวหิน และจุดที่ 4 หน้าโรงเรียนวัดหัวหิน จากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุให้ชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติบาดเจ็บ 26 คน และเสียชีวิต 2 คน หลังเกิดเหตุตำรวจสืบสวนสอบสวนหาข่าวจนพบเบาะแสของผู้ต้องสงสัยจากกล้องวงจรปิดในจุดใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุเป็นชาย 3 รายและมีการขออนุมัติหมายจับต่อศาล มทบ.15 ไปแล้ว 1 รายเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดเผยภายหลังว่า ตำรวจยื่นหลักฐานต่อศาลมณฑลทหารบกที่ 15 ขออนุมัติหมายจับชายไทยต้องสงสัยที่คาดว่าก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.หัวหิน เพิ่มอีก 1 ราย คือนายอัสมีน กาเต็มมาดี อายุ 29 ปี เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย อยู่บ้านเลขที่ 6 ซอย 5 ถนนนาเกลือ ต.อาเนาะรู อ.เมืองปัตตานี ในความผิดฐานร่วมกันมีวัตถุระเบิดซึ่งใช้เฉพาะแต่การสงครามและพยายามวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่นทำให้เกิดเหตุระเบิดมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ขณะนี้ศาลได้อนุมัติออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว

รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า นายอัสมีนเป็นหนึ่งใน 3 คนร้ายที่ร่วมก่อเหตุใน อ.หัวหิน และเคยถูกออกหมายจับจากศาลจังหวัดยะลาเมื่อวันที่ 23 เม.ย.58 ความผิดฐานเป็นผู้ต้องสงสัยตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินปี 2548 และหมายจับศาลจังหวัดเกาะสมุยวันที่ 18 พ.ค.2558 ในความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีไว้ในความครอบครองและใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้โดยผิดกฎหมาย และร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ผู้อื่น

“ลักษณะการกระทำผิดในพื้นที่หัวหินและพื้นที่ภาคใต้มีพฤติการณ์เหมือนกัน และมั่นใจว่าคนร้ายยังคงอยู่ในประเทศ และเชื่อว่าการก่อเหตุแต่ละจังหวัดเป็นทีมเดียวกัน เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกัน ส่วนผู้ต้องสงสัยอีก 1 รายกำลังรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เมื่อชัดเจนกว่านี้จะขออนุมัติต่อศาลอีกครั้ง ยืนยันยังสามารถสืบสวนได้อย่างต่อเนื่องไม่ตัน แต่ต้องขอเวลาการสอบสวนสืบสวนซักระยะเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด เพราะเป็นเรื่องความมั่นคง” พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว

ต่อมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ พร้อมคณะลงพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ก่อนนำทีมเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติมบริเวณสี่แยกเสละคามเชื่อมต่อกับถนนพูลสุข ซึ่งเป็นจุดระเบิดจุดที่ 2 มี พล.ต.ต.กษณะ แจ่มสว่าง ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมตรวจสอบ โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ได้ให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติมในทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการประกอบคดี ส่วนผู้ต้องหาล่าสุดที่ถูกออกหมายจับเป็นรายที่ 3 คนแรกคือนายอาหามะ เลงฮะ เชื่อมโยงกับเหตุที่ จ.ภูเก็ต และนายรุสลัน ใบมะ ที่ก่อเหตุใน อ.หัวหิน ถูกออกหมายจับเมื่อวันที่ 24 ส.ค.เบื้องต้นตามหลักฐานที่ปรากฏเพียง 3 รายเท่านั้น ยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงไปยังบุคคลกลุ่มอื่น และข้อมูลที่ปรากฏเชื่อว่าคนร้ายทั้ง 3 ราย ยังคงหลบหนีและกบดานอยู่ในภาคใต้ ยังไม่ได้หลบหนีออกนอกประเทศ

ที่ จ.พังงา นายภัคพงษ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.พังงา มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อัคคีภัย) กรณีมีการวางเพลิงเมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมาบริเวณร้านค้าตลาดนัดบางเนียง หมู่ 5 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า มีร้านค้ากว่า 80 ร้าน มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท มีผู้ประสบภัยทั้งสิ้นจำนวน 47 ราย ได้ให้ความช่วยเหลือรายละ 11,000 บาท รวมวงเงินทั้งสิน 517,000 บาท ส่วนความคืบหน้าทางด้านคดี ล่าสุดตำรวจ สภ.เขาหลัก ยังจับกุมคนร้ายไม่ได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้ จะมีการออกภาพสเกตช์ 1 ใน 3 ผู้ต้องสงสัยขณะซื้อตั๋วรถทัวร์สายหนึ่งเพื่อเดินทางไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ก็ยังไม่มีการจับกุมคนร้ายแต่อย่างใด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้