วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ในจุดที่หลังพิงกำแพง

จากคนเงียบๆสไตล์นักรบหมวกไบเลย์แดง ไม่ค่อยมีข่าวกับใคร

แต่ชั่วโมงนี้ “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ที่ปกติจะนัดเตะบอลกับทีมนักข่าวเป็นประจำ สังเกตได้เลยว่าแมตช์สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยสื่อมวลชนล้อมหน้าล้อมหลัง เกาะติดทำข่าว สัมภาษณ์ ทำสกู๊ป รายงานพิเศษเส้นทางว่าที่ ผบ.ทบ.คนใหม่

เรียกว่ามาแบบเซอร์ไพรส์ แต่ก็เป็นอะไรที่ฮือฮาแล้วก็จบเลย

พอสื่อเสนอข่าวโผทหารชัดว่าใครเป็นใครกระแสก็ซาลงไป ไม่มีแรงกระเพื่อมใดๆ เป็นการแต่งตั้งโยกย้ายทหารที่คลื่นสงบราบเรียบที่สุด

นั่นหมายถึง “จุดตัดสิน” เป็นอะไรที่ต้องยอมรับทุกฝ่าย

ไม่ใช่วัดกันที่พลังของบ้านใหญ่ย่านเทเวศร์ หรือบ้านใหญ่ย่านโชคชัย 4 แบบที่มองกันเท่านั้น

ในอารมณ์แบบ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หัวหน้า คสช. แกล้งฟ้อง “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ในวันตบเท้าอวยพรวันเกิด ต่อหน้า “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม

สื่อชอบทำให้ทะเลาะกัน ไม่มี ชาติหน้าก็ไม่ทะเลาะ

มันก็น่าจะสะท้อนจากปรากฏการณ์จริงๆที่ไม่มีอะไรในกอไผ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตำนาน “3 ป บูรพาพยัคฆ์” ความผูกพันระหว่าง 3 คนพี่น้อง พี่ใหญ่ “บิ๊กป้อม” น้องเล็ก “บิ๊กตู่” และพี่รองคือ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย

ที่ “พี่ใหญ่” ยืนยันเองกับปาก ไม่มีวัน “หักกัน” ไม่ว่ากรณีใดๆ

ตามรูปการณ์ โผทหารรอบนี้มาจากไฟต์บังคับที่บีบให้ “ลงล็อก” เองตามบุญตามกรรม

แต่แน่นอน โดยโพยที่ออกมาถือว่า เข้าสถานการณ์การคืนความชอบธรรมให้กับกองทัพ ให้โอกาส “ทหารอาชีพ” ที่เติบโตมาตามสายงาน

ล้างภาพกองทัพจากบริษัทจำกัด ตัดไลน์นักรบบูรพาพยัคฆ์ต่อคิวยึดเก้าอี้จ่าฝูงกองทัพบกยาวจนปลายแถวอยู่เชิงสะพานพุทธฯ

จุดนี้เลยอาจทำให้ขุมข่าย “นักรบเสือตะวันออก” สะดุด

แต่สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ นาทีนี้ไม่ว่าใครจะนั่งแท่น ผบ.ทบ.คอยคุ้มกันหลังให้ก็ไม่สำคัญ

นั่นก็เพราะสัญญาณจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนในคิวโหวตประชามติ และเสียงจากผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองอย่าง “ป๋าเปรม” ที่พูดชัด จะทำทุกอย่างเพื่อช่วย “บิ๊กตู่” บรรลุภารกิจสำคัญของชาติ นี่แหละคือกองกำลังการ์ดคุ้มกันที่แน่นปึ้กสุด

“นายกฯประยุทธ์” อยู่ในจุดที่มีกำแพงพิงหลังแน่นๆ

และทุกอย่างกำลังเข้าล็อกเดินหน้าตามแผน ตามจังหวะที่เจ้าตัวแบะท่าล้อตามกระแส พูดออกอากาศดังๆให้ได้ยินทั้งในประเทศและต่างประเทศ

จะอยู่ต่อด้วยกลไกประชาธิปไตยที่สง่างาม แต่ยังไม่รู้จะมาอย่างไร

แปลไทยเป็นไทยในภาษาทางการเมือง

นายกรัฐมนตรีคนต่อไปชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” แน่

ตามเหลี่ยมที่โคตรเซียนการเมืองอ่านทางไว้ ต้องมีการชิงจังหวะ “ปล่อยของ” ในห้วงกระแสน้ำขึ้น เพื่อส่งสัญญาณให้นักการเมือง ทุนการเมือง ได้เลือกข้างถูก

เอาเป็นว่า เกมไหลมาถึงตรงนี้ โจทย์ของนักการเมืองไม่ได้อยู่ที่การท้าทาย “บิ๊กตู่” มาสู้ในเกมเลือกตั้งที่ตัวเองถนัด ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์หรือค่ายเพื่อไทยที่หวังดีแฝงประสงค์ร้ายกวักมือเรียกหัวหน้า คสช.ตั้งพรรคการเมืองสู้เพื่อความสง่างาม

ซึ่งคำตอบก็รู้กันอยู่แก่ใจ มันไม่มีทางเป็นไปได้

ในเมื่อเส้นทางที่ปูทางไว้ ไม่ใช่ “นายกรัฐมนตรีคนนอก” แต่เป็น “นายกรัฐมนตรีคนกลาง” ตามแบบ “ป๋าเปรมโมเดล” ที่พรรคการเมืองต้องเอาเสลี่ยงไปเชิญมา

โดยสถานการณ์ “นักเลือกตั้งอาชีพ” ต้องรีบเกาะขบวนพิเศษ คสช.ให้ทัน

วันนี้ประชาธิปัตย์ต้องหาทางโยก “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่โหวตสวนประชามติ ออกจากหัวหน้าพรรคก่อน เพราะภาพขัดขาทหาร ไม่เช่นนั้นก็คงร่วมงานรัฐบาลเปลี่ยนผ่านกับ พล.อ.ประยุทธ์ยาก

แต่ที่ลำบากกว่าก็คือพรรคเพื่อไทย เพราะภาพที่ยืนอยู่ขั้วตรงข้าม คสช.

จะเลี้ยวหักมุมยังไงไม่ให้คว่ำเทกระจาด.

ทีมข่าวการเมือง

30 ส.ค. 2559 03:48 30 ส.ค. 2559 03:48 ไทยรัฐ