วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต่างด้าวรุกคืบแย่งอาชีพค้าขาย ไม่ถูกจับ! เหตุจ่ายส่วย-คนไทยสมรู้ร่วมคิด

สศช. เปิดผลสำรวจพบต่างด้าวแห่แย่งอาชีพค้าขายคนไทย โดยจดทะเบียนเป็นกรรมกรแต่กลับเข้ามาขายของ ผิดกฎหมายเต็มๆ หนำซ้ำยังเป็นเจ้าของร้านเอง มีเงินเก็บ ไร้หนี้สิน หอบเงินส่งกลับประเทศเพียบ แต่แทบไม่ถูกจัดการ เหตุจ่ายส่วยเจ้าหน้าที่ ให้คนไทยรับหน้าเป็นนายจ้าง หรือมีเครือข่ายเตือนล่วงหน้าไม่ให้ถูกจับกุม

นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 2 ปี 59 ว่า สศช.ได้ร่วมกับบริษัท ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ จำกัด ดำเนินโครงการสำรวจการประกอบอาชีพค้าขายรายย่อยของแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย โดยรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 4 พ.ค.-22 มิ.ย.59 ในพื้นที่กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, เชียงใหม่, นครราชสีมา, หนองคาย, ชลบุรี และสงขลา พบว่า แรงงานต่างด้าวมีการค้าขายในทุกระดับ โดยในระดับศูนย์สรรพสินค้ามีต่างด้าวเป็นเจ้าของร้าน 6.9% ของจำนวนผู้ค้าทั้งหมด, เป็นเจ้าของแผงในตลาดนัด 1.8%, เป็นเจ้าของแผงในตลาดสด 20.9% และเป็นเจ้าของร้านในตลาดชุมชน 9.7% ซึ่งต่างด้าวที่เป็นเจ้าของร้าน หรือแผงค้ามีสัญชาติเมียนมา 44.5%, กัมพูชา 21.4%, ลาว 19.8%, เวียดนาม 4.4%, จีน 1.6%, ชนกลุ่มน้อย 5.5% และอื่นๆ 2.7%

ขณะเดียวกัน ยังพบว่าผู้ค้าคนไทยและต่างด้าวขาดการรับรู้กฎหมาย โดยผู้ค้าชาวไทย 3 ใน 4 รับรู้ว่ามีคนต่างด้าวมาทำอาชีพค้าขาย แต่มีเพียงครึ่งหนึ่งที่ทราบว่า อาชีพค้าขายของแรงงานต่างด้าวเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ขณะที่ผู้ค้าต่างด้าวที่รู้ว่าผิดกฎหมายมีเพียง 1 ใน 4 ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวที่เป็นเจ้าของเอง อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบเฉพาะผู้ค้ารายย่อยที่เป็นต่างด้าว พบว่า เป็นเจ้าของ 42.9% เป็นลูกจ้าง 45.8% และค้าขายให้กับครอบครัว หรือญาติ 11.3% สะท้อนว่า แม้จะจ้างแรงงานต่างด้าวจดทะเบียนเป็นกรรมกร แต่ในทางปฏิบัติ นายจ้างกลับต้องการแรงงานมาทำงานหลากหลาย รวมถึงช่วยขายของหน้าร้าน และมีจำนวนไม่น้อยที่เป็นเจ้าของเอง

นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้ค้าต่างด้าวที่เป็นเจ้าของ ที่เข้ามาประกอบอาชีพค้าขายโดยตรงมีสัดส่วน 41.3% อาจเป็นเพราะมีเพื่อน ญาติ หรือเครือข่าย ทำให้มีช่องทางค้าขาย ขณะที่ 1 ใน 3 ของผู้ค้าต่างด้าว เป็นเจ้าของร้านหลังเข้ามาทำงานในไทยแล้ว 2-3 ปี แม้จะมีการจับกุม แต่กว่าครึ่งหนึ่งกลับมาค้าขายใหม่ ส่วนการสำรวจด้านรายได้พบว่า ผู้ค้าต่างด้าว 47.4% มีเงินเก็บและไม่มีหนี้สิน และกว่า 80% ส่งเงินกลับประเทศ โดยส่งกลับครั้งละ 1,001-5,000 บาท คิดเป็น 52%, ส่งเงินกลับครั้งละ 5,001-10,000 บาท คิดเป็น 35.1%

นายปรเมธีกล่าวต่อว่า จากผลสำรวจพบว่า การเข้าสู่อาชีพค้าขายของคนต่างด้าวมีหลายรูปแบบ ทั้งเข้าเมืองโดยมีนายหน้า หรือนายจ้างรับรองถูกต้องตามกฎหมาย แต่เปลี่ยนมาค้าขายรายย่อย หรือตั้งใจเข้ามาแบบผิดกฎหมาย เช่น ถือวีซ่านักท่องเที่ยว แต่มีวัตถุประสงค์อื่น, ถูกนายหน้าหลอก และลักลอบเข้าเมืองทางรอยต่อชายแดน และบางส่วนเคยเป็นแรงงานเถื่อนที่ไม่ได้รับการคุ้มครองและเข้าสู่การค้าขายรายย่อย ส่วนรูปแบบการเป็นผู้ขาย ได้แก่ ลักลอบขายเอง, มีคนรับสมอ้างเป็นนายจ้าง และมีนายทุน โดยนายทุนจะเตรียมรถเข็น และสินค้า และตกลงแบ่งผลประโยชน์กัน ทั้งรับจ้างรายวัน แบ่งตามสัดส่วนกำไร และเหมาไปขายโดยกำไรเป็นของพ่อค้าต่างด้าวทั้งหมด

สำหรับการคงสภาพอาชีพค้าขายไว้ของต่างด้าว ประกอบด้วย 1.การจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ 2.การให้คนไทยรับหน้าเป็นนายจ้าง 3.การวนเวียนไปกลับประเทศไทยกับประเทศต้นทาง เช่น ถูกส่งกลับแล้วกลับมาใหม่ หรือกลับไปต่อวีซ่านักท่องเที่ยว และ 4.การมีเครือข่ายแจ้งเตือนล่วงหน้าทำให้ไม่ถูกจับกุม และเมื่อกลุ่มคนต่างด้าวถูกจับแล้วจะมีกระบวนการที่ทำให้สามารถกลับมาค้าขายใหม่

ส่วนผลกระทบต่อผู้ค้ารายย่อยของไทยนั้น จากการสำรวจ ผู้ค้าคนไทยเห็นว่าการเข้ามาค้าขายของ คนต่างด้าวมีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยผลดีคือ ส่งเสริม ให้ตลาดมีความคึกคัก ดึงดูดคนต่างด้าวอื่นๆมาซื้อสินค้า และทำให้มีสินค้าหลากหลาย ส่วนผลเสียคือ การแย่งอาชีพคนไทย โดยมักขายสินค้าประเภทเดียวกัน ได้แก่ ผักสด/ผลไม้, อาหารสำเร็จรูป, เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และไข่/เนื้อสัตว์ นอกจากนี้ ยังเห็นว่าทำให้รายได้จากการขายสินค้าของคนไทยลดลง มีการขายตัดราคาโดยใช้ของคุณภาพต่ำ, แย่งชิงสินค้าและวัตถุดิบ ทำให้ราคาแพงขึ้น รวมทั้งมีการตั้งกลุ่มอิทธิพล นอกจากนี้ ยังมีความเห็นเรื่องผลกระทบอีกหลายด้าน เช่น ด้านสุขภาพอนามัย มาตรฐานด้านความสะอาดและสุขอนามัยที่แตกต่างจากคนไทย, เงินรั่วไหลออกนอกประเทศ, ปัญหาอาชญากรรมและการทะเลาะ วิวาท, การแพร่ระบาดของโรค, ความต้องการทรัพยากรพื้นฐาน และงบประมาณที่ต้องใช้การดูแล

“สศช.มีข้อเสนอแนะคือ ไทยต้องพัฒนาแรงงานในภาพรวม, มีการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว เช่น การปรับปรุงฐานข้อมูล นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อป้องกันการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย หรือประกอบอาชีพที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้ง ปรับปรุงและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อระดับประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องกฎหมายการทำงานในไทยให้แรงงานต่างด้าวรับรู้ถึงอาชีพที่สามารถทำได้ก่อนเข้ามาทำงาน หรือก่อนถูกส่งเข้าตลาดแรงงานไทย”.

สศช. เปิดผลสำรวจพบต่างด้าวแห่แย่งอาชีพค้าขายคนไทย โดยจดทะเบียนเป็นกรรมกรแต่กลับเข้ามาขายของ ผิดกฎหมายเต็มๆ หนำซ้ำยังเป็นเจ้าของร้านเอง มีเงินเก็บ ไร้หนี้สิน หอบเงินส่งกลับประเทศเพียบ แต่แทบไม่ถูกจัดการ 30 ส.ค. 2559 03:37 30 ส.ค. 2559 03:37 ไทยรัฐ