วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตรัง ยังผวาบึม พบกระเป๋าต้องสงสัย สุดท้ายแค่โน้ตบุ๊ก

ตรัง ยังผวาบึม พบกระเป๋าต้องสงสัย สุดท้ายแค่โน้ตบุ๊ก

  • Share:

ตรัง ยังผวาระเบิด พบกระเป๋าต้องสงสัย วางหน้าบริษัทประกันภัย ตร.โร่ไปที่เกิดเหตุ สั่งปิดจราจรวุ่น ชาวบ้านแตกตื่น พบเป็นกระเป๋าโน้ตบุ๊กวางทิ้งไว้

วันที่ 29 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนท.ตร.รับแจ้งจากศูนย์วิทยุสื่อสาร 191 สภ.เมืองตรัง ว่า มีวัตถุต้องสงสัยเป็นกระเป๋าสะพายเป้สีดำ วางอยู่หน้าบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง โดยถูกนำมาวางทิ้งไว้ ต่อมา พ.ต.ต.สิทธิพันธ์ พันธ์คีรี สวป.สภ.เมืองตรัง นำกำลังสายตรวจเข้าปิดกั้นพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ บริเวณ ถ.เพลินพิทักษ์ ต.ทับเที่ยง เขตเทศบาลนครตรัง พบกระเป๋าดังกล่าว ตามที่ได้รับแจ้งวางอยู่ จากนั้นได้นำเชือกกั้นพื้นที่บริเวณนั้น สั่งปิดการจราจรเส้นทางดังกล่าว ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาเด็ดขาด รอเจ้าหน้าที่ชุด EOD หน่วยเก็บกู้ระเบิด มาตรวจสอบ

จากการสอบถาม น.ส.สุภาพร อินนุรักษ์ อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงเด็ก โรงเรียนพัฒนาภาษาอังกฤษ อยู่บ้านเลขที่ 18/79 ถ.เพลินพิทักษ์ อ.เมืองตรัง ซึ่งเป็นผู้แจ้งเหตุ เล่าว่า ตอนเช้าตรู่เวลาประมาณ 07.30 น. ตนเองมาเปิดร้าน และเจอกระเป๋าวางอยู่ สอบถามผู้คนแถวนั้นก็ไม่มีใครเป็นเจ้าของ แต่สังเกตกระเป๋ามีลักษณะคล้ายของผู้บริหาร แต่ตนก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปหยิบ จึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปแจ้ง 191 เข้าตรวจสอบ และโทรศัพท์ติดต่อผู้บริหารของตนให้ทราบ

ต่อมา นางจารุวรรณ แฮพเพิล หรือ ครูอร อายุ 34 ปี สอนภาษาอังกฤษ อยู่โรงเรียนปิยบุตรศึกษากร พร้อมด้วย นายเอริค แฮพเพิล สามีชาวอังกฤษ อยู่บ้านเลขที่ 86/43 ถ.โคกขัน ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง เป็นครูสอนภาษาประจำโรงเรียนวิเชียรมาตุ และเป็นเจ้าของโรงเรียนพัฒนาภาษาอังกฤษ เดินทางมายังที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งยืนยันว่า กระเป๋าดังกล่าวเป็นกระเป๋าของตน เปิดออกมาพบภายในกระเป๋ามีโน้ตบุ๊ก จำนวน 1 เครื่อง

นางจารุวรรณ หรือ ครูอร เล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่า ตอนเช้าตนได้ไปส่งลูกไปโรงเรียน แต่บังเอิญว่าลูกคนเล็กของตนได้หิ้วกระเป๋าออกมาแล้วไปวางเอาไว้โดยไม่บอกให้ตนทราบ จึงได้เกิดเรื่องวุ่นวายดังกล่าวขึ้น ตนจึงฝากขอโทษทุกคนด้วย ที่ทำให้เกิดความวุ่นวาย ส่งผลให้การจราจรติดขัด และประชาชนที่แตกตื่นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฯ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า การขับเคลื่อนตาสับปะรดของ จ.ตรัง ที่เพิ่งมีการก่อตั้งขึ้นมาของภาคประชาสังคมประสบความสำเร็จในการเฝ้าระวัง เพราะประชาชนให้ความสำคัญ และคอยสอดส่องความผิดปกติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของตนโดยไม่นิ่งดูดาย ไม่เปิดช่องทางให้ผู้ที่คิดกระทำผิดต่อบ้านเมืองได้เข้ามาก่อเหตุ หลังจากที่เกิดเหตุลอบวางระเบิดที่ตลาดเซ็นเตอร์พอยท์ และเพลิงไหม้ในห้างลีมาร์ท ซุปเปอร์ค้าส่ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถออกหมายจับติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้