วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กต๊อก จ่อใช้ ม.44 ลดระดับยาบ้าเป็นประเภท 2 ดึงแอมเฟตามีนรักษาคนป่วย

รมว.ยุติธรรม เตรียมใช้ ม.44 ลดระดับยาบ้า เป็นยาเสพติดประเภท 2 แต่ยังคงโทษประหารชีวิต ด้าน สธ.หนุนดึงแอมเฟตามีนรักษา-บำบัดผู้ป่วย

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 59 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "บูรณาการควบคุม (เมท) แอมเฟตามีนอย่างสร้างสรรค์ และนวัตกรรมยุติธรรมตามร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด" ใน 5 มิติ ได้แก่ 1. ด้านองค์ความรู้ยาเสพติด (ทักษะสังคมเพื่อลดอันตราย) 2. ด้านสังคม 3. ด้านการแพทย์และสาธารณสุข 4. ด้านเศรษฐกิจ และ 5. ด้านกฎหมายและการบังคับใช้ โดยมี นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงาน ป.ป.ส. บช.ปส. และศูนย์บริการสาธารณสุข เข้าร่วม

พล.อ.ไพบูลย์ เผยว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังศึกษาการปรับยาบ้า จากเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1 ให้เป็นประเภทที่ 2 แต่หากกระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมในการนำยาบ้าไปใช้ในการบำบัดผู้ติดยา หรือมีความพร้อมครบทุกด้าน อาจใช้ ม.44 ประกาศใช้เลย แต่ก็ขึ้นอยู่กับกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก นอกจากนี้ อย่าลืมว่าเมื่อ 30-40 ปีที่ผ่านมา สหประชาชาติ เคยประกาศสงครามยาเสพติดมาแล้วแต่ไม่ได้ผล จนกระทั่งปัจจุบันแนวคิดดังกล่าวไม่สามารถใช้ได้ และต้องมีการปรับระบบทำงาน 3 ด้าน 1. ป้องกัน 2. ปราบปราม 3. บำบัดฟื้นฟู เชื่อว่า 3 ระบบนี้ ต้องเดินไปควบคู่กัน มีหลาย 10 ประเทศ นำนโยบายนี้ไปใช้จนประสบความสำเร็จ ดังนั้น ป.ป.ส. ต้องเป็นหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการทั้งภาครัฐและเอกชนในการแก้ไขเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง

"ที่ผ่านมาประเทศไทยมีหลายโครงการแล้ว แต่อาจไม่มีการบูรณาการหรือติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่องจนยังไม่สำเร็จเท่าที่ควร ปริมาณยาเสพติดที่ออกมาจากแหล่งผลิตถือว่ายังมีจำนวนมาก ผมเคยพูดเรื่องสามเหลี่ยมทองคำกับนานาประเทศ จะต้องกำจัดแหล่งผลิตอย่างจริงจังไม่ให้ป้อนเข้าสู่ประเทศไทยได้ อีกทั้งความต้องการของยาบ้ามองว่าอาจเป็นสินค้าเศรษฐกิจหรือไม่ เพราะสร้างผลกำไรอันมหาศาล ถ้าทำให้ตัวยาบ้าถูกลงอาจจะลดปริมาณผู้ขายได้หรือไม่ ก็เป็นหัวข้อที่ควรนำมาพูดคุยกัน แต่ในอีกมุมหนึ่งหากยาบ้าราคาถูกลงคนซื้อก็จะซื้อเพิ่มขึ้น อันนี้ต้องไปทำวิจัยและชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจด้วย แต่เรื่องการลงโทษผู้ค้ายาเสพติด รัฐบาลก็จะไม่ลดหย่อนโทษให้ ยืนยันว่ายังคงต้องโทษประหารชีวิต โทษดังกล่าวยังจำเป็นสำหรับประเทศไทย ส่วนยาเสพติดประเภท 5 พวกกัญชา ใบกระท่อม หลายหน่วยงานกำลังประชุมกันอยู่ว่า ถ้ามีคนปลูกเป็นยาสามัญประจำบ้านก็ไม่น่ามีปัญหา แต่หากปลูกเพื่อนำมาเป็นส่วนผสมยาเสพติดถือว่าผิดกฎหมาย ต้องดูรายละเอียดกัน เพราะปัจจุบันการแพทย์พิสูจน์มาแล้วว่าสามารถช่วยรักษาโรคได้ โดยรัฐต้องเป็นผู้แยกกฎหมายให้ชัดเจน" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

ด้าน นพ.โสภณ กล่าวว่า ทางกระทรวงสาธารณสุข มองว่าผู้เสพยาเสพติดเป็นผู้ป่วย หากมีผู้เข้าเกณฑ์ก็สามารถส่งตัวมารักษาหรือใช้มาตราอื่นๆ ตามแนวทางที่เสนอไป หากเป็นยาเสพติดประเภท 1 ไม่สามารถสั่งใช้ได้ แต่ประเภท 2 แพทย์หรือหมอสามารถนำไปใช้ในการรักษาได้ โดยในต่างประเทศมีการศึกษาและนำไปใช้บำบัดรักษาผู้ป่วยมาแล้ว หลังจากนี้จะมีการพูดคุยกับหลายหน่วยงานเพื่อได้ข้อสรุปในการรักษาให้ได้ผลสำเร็จต่อไป เบื้องต้น กระทรวงสาธารณสุข พูดคุยกันแล้วว่า ตัวเมทแอมเฟตามีนอาจไม่ได้ใช้ แต่จะใช้ในตัวแอมเฟตามีนมากกว่า เพราะมีการศึกษาอยู่ในเชิงระบบบำบัดรักษาด้านประสาท การกระตุ้นทางจิตประสาท แต่ต้องไปหารือในทางวิชาการกันอีกครั้ง ถึงความจำเป็นทางการแพทย์ 

สำหรับความพร้อมในการดูแลผู้ป่วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกัน แต่เรื่องการคัดกรองผู้ป่วยจะต้องอบรมบุคลากรของเราทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลระดับอำเภอเป็นศูนย์คัดกรองอยู่แล้ว และในการบำบัดรักษามีทั้งรักษาแบบผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ก็ต้องประเมินอีกครั้ง โดยข้อมูลปัจจุบันพบว่าร้อยละ 90 ของผู้ต้องขังมาจากปัญหาเมทแอมเฟตามีน และร้อยละ 11 ที่เป็นผู้เสพ ส่วนบุคคลที่เข้ามาบำบัดในกระทรวงสาธารณสุข 200,000 ราย มีร้อยละ 35 ที่สมัครใจรับการบำบัด

ขณะที่ นพ.วิโรจน์ วีรชัย ผู้อำนวยการสถาบันธัญญารักษ์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตามปกติการจะใช้ยาอะไรต้องหาที่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย ต้องมีการชั่งน้ำหนักระหว่างพิษและประโยชน์ ในส่วนของแอมเฟตามีนมีประโยชน์ในทางการแพทย์ ใช้สำหรับการรักษาโรคสมาธิสั้น ซึ่งปัจจุบันทั่วโลกมีใช้กว่า 10 ยี่ห้อ อีกทั้งมีการศึกษาทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย พบว่าสามารถนำมาใช้รักษาผู้ที่ติดยาบ้าในระดับรุนแรงหรือติดงอมแงมได้ โดยใช้เป็นสารทดแทนในช่วงรักษาบำบัด 2-3 เดือนแรก แต่ประเทศไทยยังไม่ใช้ยานี้ในการรักษาผู้ป่วยสมาธิสั้นและใช้เป็นสารทดแทนในการบำบัดผู้ติดยาบ้าระดับหนัก ซึ่งมีประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากแอมเฟตามีนจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ส่วนเมทแอมเฟตามีนไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เพราะมีเป็นพิษต่อสมอง ระบบประสาท และการทำงานของหัวใจ

"ที่ผ่านมาจัดแอมเฟตามีนทั้งกลุ่มให้อยู่ในยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ทำให้เมืองไทยไม่ได้ใช้ประโยชน์แอมเฟตามีนในทางการแพทย์ จึงเห็นด้วยที่จะปรับลดกลุ่มแอมเฟตามีนให้อยู่ในวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 ซึ่งจะส่งผลให้แพทย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ เพราะแอมเฟตามีนจะมีฤทธิ์ในการติดต่ำ แต่เมทแอมเฟตามีนจะมีฤทธิ์ในการติดสูง" นพ.วิโรจน์ ระบุ.

รมว.ยุติธรรม เตรียมใช้ ม.44 ลดระดับยาบ้า เป็นยาเสพติดประเภท 2 แต่ยังคงโทษประหารชีวิต ด้าน สธ.หนุนดึงแอมเฟตามีนรักษา-บำบัดผู้ป่วย 29 ส.ค. 2559 15:27 29 ส.ค. 2559 20:24 ไทยรัฐ