วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โฆษกแจง รอง อสส. กำลังพิจารณาสำนวน 'บรรยิน' ยังไม่ฟันฟ้องหรือไม่

ทนายผู้ต้องหา ยื่นหนังสือ อสส. ขอทราบคำส่ังฟ้องหรือไม่คดี "บรรยิน" ด้านโฆษกแจง อยู่ระหว่างให้รองอัยการ พิจารณาสำนวนต่อจากสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ด้านครอบครัวชูวงษ์ จ่อเป็นโจทก์ร่วม หากมีคำสั่งฟ้อง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ส.ค. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายเสกสรร เสนาชู ทนายความของ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล อดีตพริตตี้ ผู้ต้องหาที่ 2 ถูกกล่าวหาร่วม พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้ต้องหาที่ 1 ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิการโอนหุ้นของ นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ รวมมูลค่า 300 ล้านบาท เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมถึง ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด เพื่อขอทราบคำส่ังฟ้องหรือไม่ฟ้อง ของอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ที่รับผิดชอบสำนวนมีคำสั่งไม่ฟ้อง ในคดีที่ถูกกล่าวหา โดยมี ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และ นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้รับหนังสือแทน

นายเสกสรร กล่าวว่า ได้ทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่า อัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องในคดีดังกล่าว เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมา จึงไปยื่นคำร้องที่สำนักงานอัยการกรุงเทพใต้ เพื่อขอทราบคำสั่ง แต่ได้รับแจ้งจากพนักงานอัยการว่าส่งสำนวนมาที่อัยการสูงสุด ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. ซึ่งช่วงเวลาที่ผ่านมา อัยการเจ้าของสำนวนยังไม่เคยแจ้งให้ผู้ต้องหาไปรับทราบคำสั่งคดี ดังนั้น วันนี้จึงขอทราบรายละเอียดคำสั่งไม่ฟ้องดังกล่าว พร้อมทั้งขอให้อัยการสูงสุด ส่งสำนวนคดีไปถึง ผบ.ตร. เพื่อพิจารณาตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145 ต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายครอบครัวของ นายชูวงษ์ ผู้เสียหาย ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมทั้งอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ และอัยการสูงสุด จึงเกรงว่าอัยการสูงสุด จะลำบากใจในการสั่งคดี พร้อมยืนยันว่า ลูกความได้รับโอนมาโดยสุจริต ไม่มีนิติกรรมอำพราง

ด้าน โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าอัยการสูงสุด เรียกสำนวนคดีดังกล่าวมาตรวจสอบ แต่ไม่ทราบว่าสำนวนมาถึงหรือยัง โดยอัยการสูงสุด ได้มอบให้รองอัยการสูงสุดพิจารณาสำนวนของอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ เสนอมา หากดูแล้วเห็นตามนั้นก็ต้องส่งสำนวนไปให้ ผบ.ตร. พิจารณาทำความเห็นมาตามขั้นตอนประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145 ถ้า ผบ.ตร. เห็นแย้งให้ฟ้อง ก็ต้องส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาด หรือถ้ารองอัยการสูงสุด มีความเห็นให้ฟ้อง ก็จะดำเนินการนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องศาล คดีนี้จึงยังไม่จบขั้นตอน

"ในกระบวนการเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งคดีอื่นก็มีการยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม อัยการสูงสุด ก็ต้องพิจารณาตามระเบียบอย่างรอบคอบ แต่คิดว่าคงใช้เวลาไม่นาน" โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าว

ขณะที่ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เผยว่า เบื้องต้นทราบว่า อัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 เจ้าของสำนวน มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง แต่รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ มีความเห็นแย้งให้ฟ้อง โดยเมื่ออธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ พิจารณาแล้วสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งฝ่ายผู้เสียหายก็ได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด จึงต้องรอให้ รองอัยการสูงสุด ที่ได้รับมอบหมายพิจารณาและมีความเห็นก่อน

"ยืนยันว่าอัยการมีอิสระในการใช้ดุลพินิจ ซึ่งรองอธิบดี และอธิบดีอัยการฯ ยังมีความเห็นต่างกันอยู่" สำนักงานอัยการสูงสุด กล่าว

ต่อมาเวลา 11.00 น. นางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง และ นางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ ภรรยาและพี่สาวของนายชูวงษ์ พร้อมด้วย นายอเนก คำชุ่ม ทนายความ ก็เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดเช่นกัน แต่เป็นคดีที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตกเป็นผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่า นายชูวงษ์ หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ภรรยาและพี่สาวเคยมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมคดีโอนหุ้นแล้ว โดยวันนี้มี โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด รับหนังสือแทน

ส่วน ทนายความของครอบครัวนายชูวงษ์ กล่าวว่า วันนี้มายื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด สำนวนคดีเรื่องการตายของนายชูวงษ์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคดีปลอมเอกสารการโอนหุ้น ครอบครัวผู้เสียหายเห็นว่า เมื่อเรื่องมีความเกี่ยวพันกันน่าจะมีการกลั่นกรองที่ดีกว่านี้ จึงขอให้อัยการสูงสุด กลั่นกรองสำนวนคดีฆาตกรรมที่เกี่ยวพันคดีโอนหุ้นด้วย เมื่อถามถึงคดีโอนหุ้นที่เบื้องต้นอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ สั่งไม่ฟ้อง นายอเนก กล่าวว่า ครอบครัวเชื่อมั่นสำนวนที่พนักงานสอบสวนทำ แต่ก็ไม่ก้าวล่วงความเห็นของอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ครอบครัวยังไม่เห็นคำสั่งทางการจึงยังไม่สบายใจ ขณะที่มูลค่าความสูญเสียมีมากถึง 300 ล้านบาท โดยคดียังมีอีกหลายขั้นตอนซึ่งเราก็จะร้องขอความเป็นธรรม ดังนั้น จึงต้องรอดูคำสั่งของอัยการ ถ้าอัยการสั่งฟ้อง ครอบครัวก็จะขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม แต่ถ้าสุดท้ายแล้วสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาด ทางครอบครัวก็จะใช้สิทธิ์ทางกฎหมายยื่นฟ้องเอง

นอกจากนี้ ร.ท.สมนึก กล่าวอีกว่า จะรับหนังสือนี้เสนอให้อัยการสูงสุด พิจารณาให้ความเป็นธรรมต่อผู้เสียหาย ซึ่งสำนวนคดีฆาตกรรม ยังไม่มาถึงอัยการ แต่ก็จะส่งให้อัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ที่จะต้องรับผิดชอบพิจารณาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีปลอมเอกสารโอนหุ้นนั้น มีผู้ต้องหา 4 ราย ประกอบด้วย พ.ต.ท.บรรยิน, น.ส.กัญฐณา, น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล อาชีพโบรกเกอร์ และ น.ส.ศรีธรา พรหมา มารดาของ น.ส.อุรชา ตามลำดับ ซึ่งพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาฐานร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร, ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอมการโอนหุ้น โดยขั้นตอนการส่งคดีของอัยการเป็นลำดับดังนี้ เมื่อตำรวจเห็นว่าการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ให้ทำความเห็นเสนออัยการตามมาตรา 140 จากนั้นให้นำตัวส่งให้อัยการพร้อมสำนวนตามมาตรา 142 ต่อมาอัยการต้องพิจารณาสำนวน โดยจะส่ังให้สอบพยานเพิ่มเติม หรือเรียกพยานมาซักถามได้ ตามมาตรา 143 โดยหากส่ังฟ้องก็ให้เอาตัวไปยื่นฟ้อง ถ้าสั่งไม่ฟ้องให้ออกคำส่ังไม่ฟ้องแล้วแจ้งผู้เสียหายกับฝ่ายผู้ต้องหาทราบ ก่อนให้ดำเนินการส่งสำนวนให้ ผบ.ตร. ทำความเห็นแย้งตามมาตรา 145/1 ถ้าตำรวจส่ังฟ้อง ก็ให้เอาตัวไปฟ้อง ถ้าตำรวจเห็นควรไม่ฟ้องก็ให้อัยการสูงสุดเพียงคนเดียวที่จะส่ังฟ้องไม่ฟ้อง ถ้าระหว่างนั้นอายุความจะขาดก็ให้ฟ้องไปก่อน.

ทนายผู้ต้องหา ยื่นหนังสือ อสส. ขอทราบคำส่ังฟ้องหรือไม่คดี "บรรยิน" ด้านโฆษกแจง อยู่ระหว่างให้รองอัยการ พิจารณาสำนวนต่อจากสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ด้านครอบครัวชูวงษ์ จ่อเป็นโจทก์ร่วม หากมีคำสั่งฟ้อง 29 ส.ค. 2559 13:51 ไทยรัฐ