วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บีเจซี ทุ่มงบ 2,000 ล้าน ขยายการลงทุนในธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้ว

บีเจซี ทุ่มงบ 2,000 ล้าน ขยายการลงทุนในธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้ว

  • Share:

บีเจซี ทุ่มเม็ดเงิน 2,000 ล้าน ขยายการลงทุนในธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้ว สร้างเตาหลอมแห่งใหม่ ที่โรงงานไทยมาลายากลาส สระบุรี มีกำลังการผลิต 300 ตันต่อวัน รองรับธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารของประเทศเติบโตแข็งแกร่ง...

วันที่ 29 ส.ค.59 นายปฐพงศ์ เอี่ยมสุโร ผู้จัดการใหญ่ กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี เปิดเผยว่า ในปี 2559 นี้ กลุ่มบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (บีเจซี) ได้ขยายการลงทุนในธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์ ด้วยการลงทุนมูลค่า 2,000 ล้านบาท ในการก่อสร้างเตาหลอมแห่งใหม่ ที่โรงงานไทยมาลายากลาส จังหวัดสระบุรี ซึ่งจะเริ่มทำการผลิตได้ในปลายปี 2560 โดยมีกำลังการผลิต 300 ตันต่อวัน

ในปัจจุบัน กลุ่มบริษัทบีเจซี มีกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วทั้งสิ้น 2,700-2,800 ตันต่อวัน โดยเมื่อการสร้างเตาหลอมแห่งใหม่ ซึ่งเป็นเตาที่ 4 (SB 4) ณ โรงงาน ไทยมาลายากลาสแห่งนี้แล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กลุ่มบริษัทบีเจซี มีกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วทั้งสิ้น อยู่ที่ 3,100 ตันต่อวัน เพื่อเป็นการตอบรับกับตลาดที่กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ของบีเจซี ได้ขยายยกกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารของประเทศไทยกำลังมีการเติบโต ทั้งในด้านของการบริโภคในประเทศและเป็นสินค้าส่งออกสำคัญ ซึ่งธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารต่างก็ต้องการบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เพราะบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับสูงจะช่วยรักษาคุณภาพของเครื่องดื่มและอาหารได้เป็นอย่างดี ด้วยเพราะคุณภาพระดับสูงของผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์แก้วและการออกแบบที่สวยงามทันสมัย ทำให้ธุรกิจกลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์เป็นกลุ่มธุรกิจที่ทำรายได้สูงสุดให้แก่กลุ่มบริษัทบีเจซี

"ซึ่งหากมองการผลิตในประเทศ จะเห็นได้ว่า การผลิตไม่เพียงพอต่อการบริโภค ในขณะที่ผู้ผลิตรายอื่นๆ ชะลอการผลิต บางรายอาจจะต้องหยุดทำการผลิตไป แต่บีเจซีเรามุ่งขยายการลงทุนอีก 2,000 ล้านบาทในปีนี้ เราดูแลลูกค้าภายในกลุ่มและนอกกลุ่มอย่างเต็มที่ และลูกค้าหลักๆ อยู่กับเราอย่างเหนียวแน่น เพราะคุณภาพและมาตรฐานการผลิตที่ยังรักษามาตรฐานในระดับสูงมาโดยตลอด เราเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งธุรกิจเครื่องดื่มและอาหาร เพราะธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารต่างต้องการบรรรจุภัณฑ์แก้วที่สะอาดปลอดภัย ถูกสุขอนามัย ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค ลูกค้าสามารถมั่นใจในความปลอดภัย ว่าขวดทุกใบที่ออกจากโรงงานผลิตของบีเจซี มีความสะอาดปลอดภัยอย่างแน่นอน นอกจากนี้ในกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วกลุ่มบริษัทบีเจซีของเราได้ให้ความสำคัญในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด โดยใช้วัสดุรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบในการผลิต พร้อมทั้งมีกระบวนการผลิตที่ไม่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม" นายปฐพงศ์ กล่าว

สำหรับยอดจำหน่ายสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์แก้วในครึ่งปีแรก ของปี 2559 เท่ากับ 5,356 ล้านบาท เติบโตที่ 15.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อันเป็นผลมาจากตลาดมีความต้องการบรรจุภัณฑ์แก้วสูงขึ้น จากลูกค้าทั้งกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกลุ่มเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์

นอกจากนี้ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วในประเทศมาเลเซีย (Malaya Glass Products : MGP) และเวียดนาม (Malaya Vietnam Glass : MVG) เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน สอดคล้องกับการเติบโตตลาดในภูมิภาคอาเซียนอย่างแข็งแกร่งและมีศักยภาพของกลุ่มบริษัทบีเจซี ในการเติบโตด้วยความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาด CLMV

สำหรับภาพรวมของกลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ในครึ่งปีแรก ของปี 2559 มียอดจำหน่ายเท่ากับ 9,253 ล้านบาท เติบโตที่ 8.7% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน.