วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วัฒนธรรมเชื่อม "ไทย-นอร์เวย์"

เฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 110 ปี "รัชกาลที่5" เสด็จประพาสกลุ่มประเทศนอร์ติก

110 ปี นับเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานของการมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่าง 2 ประเทศ

หากย้อนอดีตกลับไปในปี พ.ศ.2450 หรือ ค.ศ.1907 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เสด็จประพาสกลุ่มประเทศนอร์ติก และถือเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ไทย-นอร์เวย์ ในปี พ.ศ.2560 นี้ จึงนับเป็นโอกาสครบรอบ 110 ปี

โดยความสัมพันธ์ไทย-นอร์เวย์ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ความสัมพันธ์ด้านการเมือง ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดทางการเมืองในระดับที่ดีระหว่าง 2 ประเทศ ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ ที่มีการค้าขายและการลงทุนร่วมกันค่อนข้างมาก และความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรม แบบประชาชนสู่ประชาชน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะนำไปสู่ความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ

ด้วยโอกาสอันดีในการครบรอบ 110 ปี การเสด็จประพาสของรัชกาลที่ 5 กระทรวงวัฒนธรรมจึงร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ใน 2 เมือง คือ เมืองดรัมเมน และ เมืองออสโล ระหว่างวันที่ 18-22 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเชื่อมสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์ไทย และแสดงศักยภาพต่อสายตาคนต่างชาติอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการแสดงหลากหลายทั้ง การบรรเลงเดี่ยวระนาดเอก การแสดงโขนตอนหนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา ฟ้อนตรีศิลป์ การแสดงศิลปะการป้องกันตัว ศิลปะแม่ไม้มวยไทย บรรเลงเพลงโปงลาง รำสี่ภาค ฟ้อนภูไท เซิ้งโปงลาง เป็นต้น ทั้งยังมีการหารือถึงการจัดกิจกรรมในโอกาสครบรอบ 110 ปี การเสด็จประพาสกลุ่มประเทศนอร์ติกของรัชกาลที่ 5 อีกด้วย

ทีมข่าววัฒนธรรม ได้มีโอกาสร่วมเดินทางไปกับกระทรวงวัฒนธรรม นำทีมโดย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ทำให้สัมผัสได้ถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศนอร์เวย์ และที่ประจักษ์แก่สายตาคือการแสดงต่างๆที่ประเทศไทยนำไปจัดแสดงก็นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะแต่ละการแสดงล้วนสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับชาวต่างชาติ และไม่เว้นแม้แต่คนไทยที่ไปใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนอร์เวย์

รมว.วัฒนธรรม กล่าวถึงการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับนอร์เวย์ว่า การมาเผยแพร่วัฒนธรรมในประเทศนอร์เวย์ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่จะนำการแสดงมาให้ชาวต่างชาติได้รับชม หรือเน้นแต่เพียงเรื่องของประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังมีการเผยแพร่เรื่องการท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งคนไทยในนอร์เวย์เปรียบเสมือนเป็นทูตวัฒนธรรมที่จะเป็น

ตัวเชื่อมความสัมพันธ์และเผยแพร่วัฒนธรรมไทยได้อย่างรอบด้าน และการที่กระทรวงวัฒนธรรมมาจัดงานก็ถือเป็นอีกตัวช่วยในการส่งเสริมความเข้าใจระดับประชาชนสู่ประชาชน ช่วยสร้างความเชื่อมั่นทางวัฒนธรรม โดยเมื่อชาวต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นต่อวัฒนธรรมไทยแล้ว ก็จะส่งผลดีต่อด้านอื่นๆตามมาอีกด้วย

“การมาครั้งนี้นอกจากจะตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีงามของ 2 ประเทศแล้ว ยังมีอีกโอกาสที่สำคัญคือในปี 2560 จะครบรอบ 110 ปี การเสด็จประพาสนอร์เวย์ของรัชกาลที่ 5 โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำประเทศนอร์เวย์ จะมี การปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ของรัชกาลที่ 5 ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรมเองก็จะมี การทำเรื่องประวัติศาสตร์การทำศูนย์วัฒนธรรมที่ประเทศนอร์เวย์ ที่ถือเป็นแห่งแรกในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย และในอนาคตจะมีการต่อยอดไปยังประเทศอื่นๆต่อไป พร้อมทั้งขยายวัฒนธรรมไทยไปยังเมืองย่อยๆของนอร์เวย์อีกด้วย” นายวีระ เล่าเสริมถึงการเตรียมการจัดงานในโอกาสครบรอบ 110 ปี การเสด็จประพาสประเทศนอร์เวย์ของรัชกาลที่ 5

ขณะที่ นายจักร บุญหลง เอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ขยายภาพความสำคัญของการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้ประจักษ์แก่สายตาต่างชาติ ว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่ 16 แล้ว ที่มีการนำวัฒนธรรมไทยมาจัดแสดง และถือว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีขึ้นทุกปี ยิ่งปีนี้ถือเป็นปีที่มีการแสดงอย่างยิ่งใหญ่ และเป็นที่สนใจของผู้เข้าร่วมชม เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มีการสนับสนุนด้านการแสดง ซึ่งวัฒนธรรมถือเป็นสิ่งสำคัญที่ก้าวข้ามความขัดแย้ง ความแตกต่าง ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ ศาสนา และวัฒนธรรม และถือเป็นตัวเชื่อมให้คนรู้จักไทยผ่านทางวัฒนธรรม

“นอร์เวย์มีประชากรประมาณ 5 ล้านคน เป็นคนไทยอาศัยอยู่ประมาณ 16,000 คน การจัดงานเทศกาลไทยก็เพื่อส่งเสริมให้ชาวต่างชาติเข้าไปเที่ยวเมืองไทยมากๆ และอยากให้รู้จักวัฒนธรรมไทยที่หลากหลาย ควรได้เห็นวัฒนธรรมชั้นสูง การร่ายรำที่สวยงาม มีความหลายหลากของวัฒนธรรม ซึ่งจะทำให้ได้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวมากมาย เพราะแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์ไปเที่ยวประเทศไทยประมาณ 150,000 คน ดังนั้น หากเรามีวัฒนธรรมการแสดงมากขึ้นก็จะทำให้ต่างชาติรู้ข้อมูลของไทยมากขึ้น และส่งผลให้สนใจมาไทยเพิ่มขึ้น” เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ กล่าวปิดท้าย

ทีมข่าววัฒนธรรม มั่นใจว่ากระแสตอบรับที่ดีจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาร่วมชมการแสดงผ่านทางเสียงปรบมืออย่างกึกก้อง พร้อมด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ รวมถึงการออกมาร่วมร่ายรำ ซึ่งบางรายมีความสุขและประทับใจจนไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้นี้ เท่ากับยืนยันได้ว่าวัฒนธรรมเปรียบเสมือนตัวเชื่อมความสัมพันธ์ที่สำคัญ แบบประชาชนสู่ประชาชน ซึ่งสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของเชื้อชาติ ศาสนา และภาษาและนั่นหมายถึงคนไทยทุกคนสามารถเป็นทูตวัฒนธรรม เพื่อช่วยเปิดประตูประเทศให้ต่างชาติได้เห็นแง่มุมที่งดงามของสยามประเทศ.

ทีมข่าววัฒนธรรม

หากย้อนอดีตกลับไปในปี พ.ศ.2450 หรือ ค.ศ.1907 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เสด็จประพาสกลุ่มประเทศนอร์ติก และถือเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ไทย-นอร์เวย์ ในปี พ.ศ.2560 นี้... 29 ส.ค. 2559 12:52 29 ส.ค. 2559 12:55 ไทยรัฐ