วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระวัง! แก๊งฟอกเงิน หลอกยืมบัญชีธนาคาร


สัปดาห์ที่แล้ว ผมได้นำเสนอกรณี “อุทาหรณ์! ให้ยืมบัญชีธนาคารตกเป็นผู้ต้องหาแบบไม่รู้ตัว”  แต่ยังไม่หมดครับเพราะอีกปัญหาที่จะติดตามมา หากผู้ที่ขอยืมเลขที่บัญชีธนาคารไปใช้นั้น ได้นำไปใช้กระทำความผิด ซึ่งมีโทษทางอาญา หรือเพื่อการประกอบธุรกิจอันเป็นการฟอกเงิน ประกอบไปด้วยความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน หรือความผิดเกี่ยวกับการยักยอกหรือฉ้อโกงหรือประทุษร้ายต่อทรัพย์ หรือกระทำโดยทุจริตตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือความผิดเกี่ยวกับการกรรโชกทรัพย์หรือรีดเอาทรัพย์ หรือความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากร ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย หรือความผิดเกี่ยวกับการพนัน หรือความผิดเกี่ยวกับการปลอมเอกสารสิทธิ บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือความผิดเกี่ยวกับการปลอม หรือการแปลงเงินตรา เป็นต้น

โดยปัจจุบันนั้น ได้มีการเพิ่มเติม "ความผิดมูลฐาน" ในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จากเดิมเมื่อปี 2542 มีความผิดมูลฐาน 7 ประเภท ต่อมาในปี 2556 ได้มีการเพิ่มเติมความผิดมูลฐานเป็น 21 ประเภท และมีความผิดมูลฐานในกฎหมายอื่นๆ อีก 4 ประเภท รวมทั้งสิ้น 25 ประเภท

การฟอกเงิน คือ การเปลี่ยนแปลงเงิน หรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดมูลฐานทั้ง 25 ประเภทดังกล่าว ให้กลายเป็นเงิน หรือทรัพย์สินที่ดูเหมือนว่าได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งการประกอบกิจการบังหน้า หรือการให้บุคคลอื่นถือเงินไว้แทนในบัญชีธนาคารนั้น ถือเป็นหนึ่งในหลายๆ วิธีที่ผู้กระทำความผิดมักนำมาใช้ในการฟอกเงิน

ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้กระทำความผิดทางอาญา ซึ่งได้กระทำความผิดตามความผิดมูลฐานทั้ง 25 ประเภทดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนเส้นทางทางการเงินครับ โดยผู้ที่ทำการฟอกเงินจะมีความผิด ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมาตรา 5 ผู้ใด...

1. โอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดเพื่อซุกซ่อน หรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินน้ัน หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะหรือหลังการกระทําความผิด มิให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลงในความผิดมูลฐาน

2. กระทําด้วยประการใดๆ เพื่อปกปิดหรืออําพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มาแหล่งที่ตั้ง การจําหน่าย การโอน การได้สิทธิใดๆ ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิด

3. ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สิน โดยรู้ในขณะที่ได้มาครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สินน้ันว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการ กระทําความผิดผู้นั้นกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

ในส่วนของผู้ที่รู้เห็นเป็นใจ หรือสนับสนุนผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงินย่อมมีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มาตรา 7 ในความผิดฐานฟอกเงิน ผู้ใดกระทําการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้อง ระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดน้ัน

1. สนับสนุนการกระทําความผิดหรือช่วยเหลือผู้กระทําความผิดก่อนหรือขณะกระทําความผิด

2. จัดหาหรือให้เงินหรือทรัพย์สิน ยานพาหนะ สถานที่ หรือวัตถุใดๆ หรือกระทําการใดๆ เพื่อช่วยให้ผู้กระทําความผิดหลบหนีหรือเพื่อมิให้ผู้กระทําความผิดถูกลงโทษ หรือเพื่อให้ได้รับประโยชน์ในการกระทําความผิด

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนในการฟอกเงิน จะต้องรับโทษ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินมาตรา 60 ผู้ใดกระทําความผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

จากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ผมได้นำเสนอในบทความครั้งนี้ ผมเชื่อว่า ต่อไปผู้อ่านจะใช้ความระมัดระวังใน เรื่องของการให้ยืมเลขที่บัญชีธนาคารขึ้นมากนะครับ บทความต่อไป ผมจะขอนำเสนอกรณีที่นำเลขที่บัญชีธนาคารไปให้ผู้ค้ายาเสพติดใช้ในการซื้อขายยาเสพติด

สำหรับใครที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com  ได้เลยครับ

Facebook: ทนายเจมส์ LK

ทนายเจมส์


สัปดาห์ที่แล้ว ผมได้นำเสนอกรณี “อุทาหรณ์! ให้ยืมบัญชีธนาคารตกเป็นผู้ต้องหาแบบไม่รู้ตัว” แต่ยังไม่หมดครับเพราะอีกปัญหาที่จะติดตามมา หากผู้ที่ขอยืมเลขที่บัญชีธนาคารไปใช้นั้น ได้นำไปใช้กระทำความผิด ซึ่งมีโทษทางอาญา 29 ส.ค. 2559 12:27 ไทยรัฐ