วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมอเลี้ยบมีดฟ้าลั่น

ผมดูข่าวหมอเลี้ยบ (สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี) ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินจำคุก 1 ปี แล้วเกิดความรู้สึกเหงาๆเศร้าๆ พยายามจับต้นชนปลาย...

อะไรทำให้วิถีชีวิตที่ควรองอาจสง่างามตามแบบหมอทั่วไป...พลิกผันไปได้ขนาดนี้

ผมไม่ค้นลึกไปถึง...หมอเลี้ยบคนเดิมตอนรักษาคนไข้...เป็นหมอแบบไหน ขอจำแต่ตอนที่หมอมาเป็นโซ่ข้อกลาง...เชื่อมโยงโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค...จากหมอ สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ มาให้รัฐบาลทักษิณ

ค่ารักษาในโรงพยาบาล แอกอันหนัก ถูกปลดออกจากบ่าประชาชน นี่คือคุณูปการยิ่งใหญ่ที่ควรจารึกไว้อีกนาน เก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงไอทีซี รางวัลที่ทักษิณยื่นให้ น่าเสียดาย หมอเลี้ยบกลายเป็นบททดสอบคำโบราณ

อีกด้านของวาสนาคือเภทภัย

ดูภาพหมอเลี้ยบในหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ผมจินตนาการถึงหนังจีนกำลังภายในที่ได้ดูแล้วจำฝังใจตอนเป็นวัยรุ่น ใครที่สนใจอยากดูหนังยุคนี้ เปิดช่อง 32 ไทยรัฐทีวี คงได้ดูหลายเรื่อง

ตอนนั้น หนังของชอว์บราเดอร์ส กำลังขึ้นหม้อ...ฝีมือ “จางเชอะ” กำกับ พระเอกดังก็ต้อง “หวังหยู่” ผมดวงสมพงศ์ เรืออวนลากเข้าอ่าว... วันที่หนังเรื่องไอ้หนุ่มมีดฟ้าลั่นกำลังเข้าฉาย

หวังอยู่ เดชไอ้ด้วน เกี่ยงขอเพิ่มค่าตัว เจ้าสัวชอว์แกหมั่นไส้ ปั้นเด็กใหม่ เดวิดเจียง เล่นแทน

พระเอกหน้าใหม่...ไม่เรียกชื่อ แต่เรียกสมญา ขุนดาบเร่ร่อน...ดาบไว กำลังภายในดี...เดินเร็วโลดแล่นเหมือนเหาะได้ แต่พลาดท่าไปรับใช้กังฉิน

ไอ้หนุ่มสู้ยิบตา ถูกรุมกินโต๊ะแทงทะลุอกหลายที แต่ก็ยังเหินลิ่วขึ้นไปยืนบนคบไม้ ฉีกยิ้ม เลือดทะลักจากมุมปาก คนดูชอบใจตบมือ เชียร์กันสนั่นโรง

ฉากสุดท้าย นางเอกหมวยไร้เดียงสารู้ว่าพระเอกจะตาย แต่ทำใจว่าเขาจะไม่ตาย เล่นบทกลั้นน้ำตา... “ขุนดาบเร่ร่อน ฉันไม่ร้องไห้ๆ ฟื้นขึ้นมาๆ” ทำเอาน้ำตาแทบจะท่วมโรงหนัง

ทีเด็ดของหนังชอว์บราเดอร์ส หลายเรื่อง กระชากหัวใจคนดูได้ เพราะมักให้พระเอกตายตอนจบ

ผมเป็นแฟนหนังสือกำลังภายในมาก่อน อ่านเรื่องแรก เทพีแห่งโลกันต์ ประยูร พิศนาคะ แปล พระเอกเป็นยอดฝีมือสำนักบู๊ตึ๊ง อ่านตั้งแต่หัวค่ำไปถึงตีสาม ไปถึงเล่มที่ 7

ไม่มีเล่มที่ 8 ...ความอยากอ่านต่อ งุ่นง่านอาการลงแดงเหมือนคนติดฝิ่น

เพลินจิตต์ ออกนิตยสารขนาดแท็บลอยด์ สองเล่มเป็นคู่ขนาน เล่มหนึ่งเริงรมย์ อีกเล่มหรรษา ผมติดงอมแงม เรื่องโต๊ะฮุ่นกี้ ธงปลิดวิญญาณ

ส่วนหนังสือเล่ม...มังกรหยก ตั้งแต่ภาค 1 ถึงภาค 4 จำลอง พิศนาคะ แปลถูกใช้ให้ไปซื้อทันทีที่รถไฟถึงสถานีแม่กลอง...ก็ตรงที่เป็นตลาดร่มหุบ ดังไปทั้งโลกวันนี้ ไม่รอวางแผงหรอก ฉีกออกจากห่อกันเลย

เมื่อความฝันจากการอ่าน ถูกนำมาปั้นเป็นตัวในหนัง...ไม่แปลกที่เมื่อเรือเข้าอ่าว มีเวลาก็ต้องไปดู

หมดยุคหนังบู๊เลือดท่วมจอ ของจางเชอะ ผลัดสู่ยุค ฉู่เอี๋ยน หนังสวยงามนุ่มนวล...เรื่องซับซ้อนซ่อนเงื่อน...อย่างชุด วัง เริ่ม ตั้งแต่ศึกวังน้ำทิพย์

ตอนนี้ผมเป็นนักข่าวแล้ว เคยเดินตามคอลัมนิสต์ใหญ่ ไปดูฉากประทับใจ

ตี้หลุง เล่นเป็น 1 โจร คนซื่อ ถูก เยียะหัว เล่นเป็นหนึ่งสงฆ์ คนโกง...(แต่งได้ไง...พระเป็นไอ้ขี้โกง โจร เป็นคนดีแสนดี) หลอกไปใช้ฝีมือเหนือกว่าแทง นอนอ่อนระทวย บนชิงช้า

“ท่านเคยบอกว่า เราเป็นเพื่อน” พระเอกตัดพ้อ “ไฉนท่านจึงทรยศต่อเพื่อน”

“ข้าพเจ้าไม่เคยทรยศต่อเพื่อน” หนึ่งสงฆ์ตอบนุ่มๆ “ข้าพเจ้าไม่เคยมีเพื่อน”

ออกจากโรงหนังค่ำวันนั้น วันรุ่งขึ้น ประโยคนี้ก็อยู่ในวรรคท้าย สังคมหน้า 4 หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่

หนังชีวิต เรื่องหมอเลี้ยบมีดฟ้าลั่น ไม่มีหนึ่งสงฆ์เป็นตัวโกง ไม่มีหนึ่งโจรเป็นคนดี...ไม่มีใครหักหลังใคร แต่เมื่อตอนจบหมอติดคุก...ทำให้ผมใจหาย ถ้าหมอรู้ชะตาล่วงหน้า...หมอคงจะเลือกรักษาคนไข้ต่อไป ไม่เลือกมาเล่นการเมือง.

กิเลน ประลองเชิง

29 ส.ค. 2559 09:59 29 ส.ค. 2559 09:59 ไทยรัฐ