วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทหารแก่ไม่เคยตาย สำนวนเก่าที่กลับมาฮิต

โดย ซูม

แม้จะมีข่าวออกมาว่าในวันเกิดป๋าที่ผ่านมา (26 ส.ค.) ท่านจะไม่เปิดบ้านสี่เสาให้ใครตบเท้าเข้าอวยพรวันเกิดครบ 8 รอบ หรือ 96 ปีของท่าน เพราะป๋าไม่เคยเปิดบ้านวันเกิดอยู่แล้ว นอกจากปีใหม่และสงกรานต์

แต่สำหรับปีนี้ท่านเปิดให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับคณะเข้าอวยพรไปหนึ่งคณะ เมื่อ 25 ส.ค. ก่อนวันเกิดหนึ่งวัน ถือเสียว่ากฎก็ต้องมีการยกเว้นบ้าง

ในการเข้าอวยพรวันเกิดป๋าครั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ได้รับพรและคำพูดดีๆที่เป็นกำลังใจอย่างยิ่งจากป๋ากลับออกมาหลายประโยค

รวมทั้งประโยคที่ว่า “ขอให้ตู่มั่นใจว่าพวกทหารแก่ๆอย่างเราจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้ตู่สามารถบรรลุภารกิจอันยิ่งใหญ่ของชาติให้ได้...ถ้าไม่ได้ก็ต้องทำต่อไปจนได้ ต้องทำให้จงได้”

คำว่า “ทหารแก่อย่างเรา” ที่ป๋าใช้ในประโยคนี้หมายถึงบิ๊กป้อม, บิ๊กเจี๊ยบ และอีกหลายๆบิ๊กที่ไปอวยพรป๋า และที่กำลังมีบทบาทในการช่วยเหลือบิ๊กตู่อยู่ในขณะนี้ ในตำแหน่งต่างๆ

รวมทั้งป๋าเองด้วย ที่ย้ำหลายครั้งว่า แม้จะช่วยอะไรไม่ได้มาก เพราะท่านเองก็แก่แล้วเช่นกัน แต่ก็จะช่วยให้กำลังใจบิ๊กตู่เต็มที่

ทำให้คำว่า “ทหารแก่” กลับมาฮิตอีกครั้งในโลกโซเชียล และในสภากาแฟต่างๆ พร้อมกับสำนวนอมตะสำนวนหนึ่งที่ว่า “ทหารแก่ไม่เคยตาย” ก็กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งหนึ่ง

ประโยคเต็มๆของสำนวนนี้ในภาษาอังกฤษก็คือ “Old soldiers never die, they just fade away” อยู่ในเนื้อเพลงที่ร้องกันเล่นในกรมทหารแห่งหนึ่งของอังกฤษในสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่งแปลง่ายๆว่า “ทหารแก่ไม่เคยตาย พวกเขาจะค่อยๆเลือนหายไป” หรือบางท่านก็แปลว่า “ทหารแก่ไม่เคยตาย เพียงแต่จะเร้นกายไปเท่านั้น” เป็นเพลงสนุกๆ และตลกๆ บรรยายถึงทหารแก่ๆที่ไม่เคยตาย แต่หิวกระหายอยากจะรับประทานอาหารดีๆบ้าง เพราะในโรงอาหารของทหารมีแต่อาหารประเภทฝืดคอไปเสียทั้งนั้น

เพลงนี้กลับมาดังอีกครั้ง เมื่อเดือนเมษายน ปี 1951 หรือ พ.ศ.2494 ผมเพิ่งเรียนจบประถมปีที่ 4 พอดิบพอดี เมื่อท่านนายพล ดักลาส แมคอาเธอร์ ผู้พิชิตญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 และต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสหรัฐฯและแม่ทัพสหประชาชาติ ในการทำสงครามกับเกาหลีเหนือและจีนใน พ.ศ.ดังกล่าว แต่ถูกประธานาธิบดี แฮร์รี ทรูแมน สั่งปลดจากตำแหน่งกลางอากาศ

ในข้อหาจะใช้ระเบิดปรมาณูถล่มจีน เพื่อยุติสงครามเกาหลี แต่ท่านประธานาธิบดีไม่เห็นด้วย เพราะเกรงจะเป็นการดึงรัสเซียมาเข้าสงคราม กลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 ได้

แมคอาเธอร์ได้รับการเรียกตัวมาให้การแก่รัฐสภาอเมริกัน แต่กลายเป็นมากล่าวสุนทรพจน์ไป เพราะพูดอยู่คนเดียวบนโพเดียมพิเศษ และในตอนจบได้ทิ้งท้ายว่า ท่านก็เหมือนทหารแก่ในเนื้อเพลงดังกล่าว ที่ยังไม่เคยตาย แต่กำลังจะเลือนหายไป โดยจะปิดชีวิตข้าราชการแต่เพียงนี้ และขอเลือนหายหรือเร้นกายไปในที่สุดนับแต่บัดนี้

ได้รับเสียงปรบมือกระหึ่มรัฐสภาและเป็นข่าวใหญ่ทั่วสหรัฐฯและประโยคทองที่ว่า “Old soldiers never die, they just fade away” ก็กลายเป็นประโยคอมตะของโลกมาจนถึงวันนี้

โดยเฉพาะประเทศไทยเราดูจะฮิตที่สุด เพราะผมได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ (ตอนจบ ป.4 อย่างที่ว่า) แล้วก็ยังได้ยินมาเรื่อยๆจนบัดนี้

ต่างกันตรงที่ทหารแก่ของไทยเรา นอกจากไม่เคยตายแล้ว ยังไม่ค่อยเลือนหาย หรือเร้นกายไปไหนง่ายๆ มักจะกลับมาช่วยบ้านเมืองในกรณีต่างๆอยู่เสมอ แม้ในปัจจุบันสถานการณ์ก็ยังเป็นเช่นนี้อยู่

ดังนั้น ถ้าจะร้องเพลงนี้ให้กับทหารแก่ของประเทศไทยเรา ก็คงต้องเปลี่ยนเนื้อร้องเสียใหม่จากของเดิมมาเป็น “Thai old soldiers never die and never fade away”

ผมไม่แน่ใจว่าภาษาของผมจะถูกต้องหรือไม่ ท่านผู้รู้กรุณาชี้แนะด้วย ผมตั้งใจจะบอกว่า ทหารแก่ของไทยแลนด์เรานอกจากไม่เคยตายแล้ว ยังไม่ค่อยเลือนหาย หรือเร้นกายไปไหนเหมือนฝรั่งเขาน่ะครับ

ไม่ได้ตัดพ้อต่อว่า หรือวิจารณ์หรือบ่นพึมพำหรือกระแนะกระแหนอะไรนะครับ เพียงแต่สะท้อนความเป็นจริงเท่านั้นแหละจ้า.

“ซูม”

29 ส.ค. 2559 09:32 29 ส.ค. 2559 09:32 ไทยรัฐ