วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เล็งตั้งพรรคทหาร สปท.ปูดเพื่อน 'บิ๊กตู่' มาปรึกษาหาช่องทาง

กรธ.จ่อปิดจ๊อบแก้ไขร่าง รธน. ศาล รธน.เด้งรับพร้อมบรรจุเข้าวาระด่วน สนช.ดิ้นสุดแรงหวังได้เอี่ยวเกมอำนาจชงชื่อนายกฯ “เสรี” เตือน “บิ๊กตู่” ระวังเล่ห์นักการเมือง “สมพงษ์” เผยเพื่อนนายกฯมาถามวิธีตั้งพรรคทหาร แต่ไม่เอาแบบสามัคคีธรรม ยุส่งลุยโลดมีโอกาสชนะเลือกตั้งได้ “ไพบูลย์” ท้าเหยงพรรคตกยุค แน่จริงพูดให้ชัดไม่เอา “ประยุทธ์” เป็นนายกฯ เย้ยพวกวาดฝันเอาตัวเองเข้าสภาให้ได้ก่อน ปชป.จี้ดูแลปากท้องชาวบ้านก่อนพูดเรื่องอำนาจ “วัฒนา” ซัดไล่บี้คดีจำนำข้าว หวังจัดการฝ่ายตรงข้ามโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ โพลชี้เรตติ้ง “บิ๊กตู่” ยังกระฉูด ปลัด มท.เซ็นตั้ง กก.สอบ “สุขุมพันธุ์” หลัง ป.ป.ช.กล่าวหากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีแต่งตั้งข้าราชการ 5 รายโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โยนหินถามทางว่า อาจอยู่เป็นนายกฯต่อด้วย กลไกประชาธิปไตยที่มีความสง่างาม จนถูกฝ่ายการเมืองประกาศท้าทายให้ตั้งพรรคการเมือง มาลงสนามเลือกตั้งแข่งขันกันให้รู้ดำรู้แดงไปเลยนั้น

กรธ.จ่อปิดจ๊อบแก้ไขร่าง รธน.

เมื่อวันที่ 28 ส.ค. นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า การประชุม กรธ.วันที่ 29 ส.ค. เพื่อหารือข้อสรุปการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 272 เพื่อให้สอดคล้องกับคำถามพ่วงประกอบการออกเสียงประชามติ โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ฝากการบ้านให้ กรธ. ไปสำรวจและพิจารณาความเห็นของบุคคลต่างๆ ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยว่ามีประเด็นอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ พร้อมกับให้นำเนื้อหาไปตรวจทาน หากมีประเด็นข้อความเห็นอื่น และพบความบกพร่องของถ้อยคำ ให้นำมาพิจารณาและแก้ไขให้ชัดเจน เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยต่อไป ส่วนการเขียนคำปรารภในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น นายมีชัยฝากให้ฝ่ายเลขานุการ กรธ.ไปพิจารณาทำเนื้อหาว่าจะเติมข้อความอย่างไรตามผลการออกเสียงประชามติ

เด้งรับชงพิจารณาเป็นวาระด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลรัฐธรรมนูญว่า หากกรธ.ส่งเรื่องได้ภายในวันที่ 29 ส.ค. คาดว่าศาลรัฐธรรมนูญน่าจะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาได้ในวันที่ 31 ส.ค. เพราะถือเป็นเรื่องเร่งด่วน และศาลรัฐธรรมนูญเตรียมการรองรับไว้อยู่แล้ว เนื่องจากมีกรอบเวลาที่กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 37/1 จากนั้นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะนัดอภิปรายเพื่อประกอบการวินิจฉัย ส่วนต้องเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญว่ามีประเด็นที่จะต้องไต่สวนเพิ่มเติมหรือไม่

“พล.อ.นิวัติ” ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว

เมื่อเวลา 16.20 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.นิวัติ ศรีเพ็ญ กรธ. ได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคมะเร็งตับอ่อนที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ภายหลังจากเข้ารับการรักษาจากอาการวูบกลางห้องประชุม กรธ. เมื่อช่วงกลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา โดยจะมีพิธีบำเพ็ญกุศล ณ ศาลาสยามสิทธิการ (ศาลา 4) วัดธาตุทอง มีพิธีรดน้ำศพเวลา 17.00 น. วันที่ 29 ส.ค. กำหนดตั้งสวดพระอภิธรรม 5 วัน และพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 3 ก.ย.นี้

สนช.ดิ้นสุดแรงขอแจงศาล รธน.

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม กรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ที่ประชุม กมธ.หารือกรณี กรธ. มีมติไม่ให้ ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีแล้ว คาดว่า สนช.คงต้องไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญในฐานะผู้ตั้งคำถามพ่วง แต่ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีหนังสือแจ้งมาก่อน ยืนยันว่า กรธ.กับ สนช.ไม่ขัดแย้งกัน เป็นเพียงความเห็นแตกต่างในข้อกฎหมาย ยังทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ประเทศได้ อย่างไร ก็ตาม ส่วนตัวยังเห็นแย้งว่าการเลือกนายกฯในรอบสองหากรอบแรกไม่สามารถโหวตเลือกได้ ควรให้ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ร่วมกันเสนอชื่อได้

ฮึดสู้ต้องได้เอี่ยวชงชื่อนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. และประธานคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สั่งการเจ้าหน้าที่ กมธ. รวบรวมเอกสารบันทึกการประชุม สนช. วันที่ สนช.มีมติตั้งคำถามพ่วง เพื่อนำคำอภิปรายของ สนช. และคำชี้แจงที่ สนช.ไปลงพื้นที่ตามต่างจังหวัดช่วงรณรงค์ออกเสียงประชามติ เพื่อเป็นข้อมูลส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาต่อไป โดย กมธ.ส่วนใหญ่ดูหลักการเรื่องการเลือกนายกฯตามมติ กรธ.แล้ว เห็นว่ามีบางประเด็นที่อาจไม่สอดคล้องกับคำถามพ่วงประชามติ อย่างน้อยที่สุด ส.ว.ควรมีสิทธิร่วมลงมติว่าจะให้การรับรองรายชื่อผู้เสนอตัวเป็นนายกฯ ตามที่ ส.ส.เสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาด้วย ไม่ใช่แค่ให้ ส.ว.รอโหวตในขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น

“เสรี” คาดสรุป ก.ม.ลูกจบ 30 ส.ค.

ขณะที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า การพิจารณาร่างกฎหมายลูก 4 ฉบับ คาดว่า จะพิจารณาเสร็จในวันที่ 30 ส.ค. จากนั้นจะนำรายงานเข้าที่ประชุมวิป สปท. เพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม สปท. และเสนอ กรธ.ต่อไป จะพยายามดำเนินการให้เร็วที่สุด เรื่องนี้ช้าไม่ได้ สำหรับร่างกฎหมายลูกทั้ง 4 ฉบับ มีหลักการสำคัญ คือ การจัดการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม การได้นักการเมืองที่ดี การปฏิรูประบบพรรคการเมือง และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ หลักสำคัญเหล่านี้มีอยู่ในเรื่องการปฏิรูปการเมืองอยู่แล้ว

เตือน “บิ๊กตู่” ระวังเล่ห์นักการเมือง

นายเสรีกล่าวว่า ส่วนที่หลายฝ่ายเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยู่เป็นนายกฯไปยาวๆนั้น ต้องดูว่าข้อเสนอมาจากไหน ก็เสนอกันไปตามแต่คนจะมอง ส่วนที่พรรคการเมืองเสนอให้ตั้งพรรคการเมืองตามครรลองนั้น ถ้าเป็นฝ่ายการเมืองเสนอมาต้องระมัดระวัง พวกนี้ไม่ค่อยหวังดีอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นฝ่ายประชาชนเสนอแสดงว่าประชาชนต้องการ ส่วน พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกฯต่อด้วยการตั้งพรรคการเมือง หรือเป็นนายกฯคนนอก เป็นดุลพินิจของท่านเอง

เผยเพื่อนนายกฯถามวิธีตั้งพรรค

นายสมพงษ์ สระกวี กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. กล่าวว่า กรณีฝ่ายการเมืองเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์–โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จัดตั้งพรรคการเมืองเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งสมัยหน้า ว่า อยากให้นายกฯลงสนามประชาธิปไตยมาเลือกตั้งให้ถูกวิธี โดยการตั้งพรรคการเมืองเช่นกัน ถ้าทำได้จะมีความสง่างามตามกลไกประชาธิปไตยอย่างที่นายกฯพูด ดีกว่าใช้วิธีนายกฯคนนอก คิดว่ามีความเป็นไปได้ที่นายกฯจะตั้งพรรคการเมือง เพราะระยะหลังมีกลุ่มเพื่อนนายกฯมาสอบถามความเห็นตนว่า ถ้าทหารจะตั้งพรรคการเมืองโดยไม่ให้เป็นแบบเก่า จะทำอย่างไร เพราะกลัวว่าจะไปไม่รอดเหมือนทหารที่ออกมาตั้งพรรคการเมืองในอดีต และไม่อยากใช้วิธีไปรวบรวม ส.ส.จากพรรคต่างๆมา ในลักษณะเดียวกับพรรคสามัคคีธรรม

ยุส่งตั้งพรรคมีโอกาสชนะเลือกตั้ง

นายสมพงษ์กล่าวว่า เพื่อนนายกฯสอบถามว่าหากจะตั้งพรรคควรทำอย่างไรให้มีความสง่างามและแข็งแรง แต่ไม่ได้บอกชัดเจนถึงขั้นว่านายกฯจะมาตั้งพรรค ตนฟังดูแล้วเห็นเป็นแนวโน้มที่ดี เพราะไม่ได้คิดจะใช้วิธีการไปรวบรวมเสียง ส.ส.มาตั้งพรรค จึงสนับสนุนและอยากให้ทหารที่เกษียณอายุหากต้องการเล่นการเมือง ควรมาตั้งพรรคการเมืองลงสนามเลือกตั้ง เชื่อว่าหากนายกฯจะตั้งพรรคจริง สามารถหาสมาชิกพรรค 4-5 ล้านเสียงได้แน่ และมีโอกาสชนะเลือกตั้งได้ นักการเมืองอย่าไปท้าให้มาก

“ไพบูลย์” ท้าเหยงพวกพรรคตกยุค

นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตกลุ่ม 40 ส.ว.และผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า เสียงเรียกร้องจากนักการเมืองและฝ่ายการเมือง ให้ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งพรรคการเมืองเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกฯอีกสมัยนั้น เป็นปกติของนักการเมืองและพรรคการเมืองเหล่านั้น ที่ยังทำใจไม่ได้หลังถูกประชาชนสั่งสอนจากการทำประชามติวันที่ 7 ส.ค. ประชาชนมอบฉันทามติให้มี ส.ว. 250 คนโหวตเลือกนายกฯได้ หมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์มีเสียงสนับสนุนแล้ว 250 เสียง จึงขอท้าพรรคการเมืองเหล่านี้ต้องกล้าประกาศหาเสียงตอนเลือกตั้งกับประชาชนทั้งประเทศ ว่าแต่ละพรรคจะไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ โดยจะชูหัวหน้าพรรคตัวเองเป็นนายกฯ เอากันให้ชัด ที่สำคัญขอให้พรรคเหล่านี้รณรงค์หาเสียงให้ได้ ส.ส.มากกว่า 375 เสียง จาก 500 ที่นั่ง แล้วค่อยมาอ้างว่าประชาชนไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ เชื่อว่าพรรคการเมืองตกยุคเหล่านี้จะถูกประชาชนตบหน้าสั่งสอนอีกครั้ง ช่วงปลายปี 2560

เย้ยเอาตัวเองเข้าสภาให้ได้ก่อน

“พรรคไหนที่ฝันอะไรไว้ วาดฝันไว้อย่างไร หรือแม้แต่นักการเมืองที่ออกมาพูดเรื่องนี้ ควรเอาตัวเองให้รอดเข้าสภามาให้ได้ก่อน โดยเฉพาะพวกที่เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งพรรค และลงสมัครเลือกตั้งนั้น ปิดหูปิดตาตัวเองหรือ จึงไม่รู้ว่านายกฯประกาศตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะเข้ามาแก้ไขปัญหาหมักหมมของประเทศ ที่นักการเมืองบางส่วนสร้างไว้ ท่านไม่ประสงค์จะเป็นสมาชิกพรรคใด เพราะไม่ต้องการยึดการเมืองเป็นอาชีพ สอดคล้องกับยุคของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่เป็นรัฐบาลบริหารมา 8 ปี สามารถดูแลพรรคร่วมรัฐบาล พัฒนาประเทศ ไม่ ทุจริตคอร์รัปชัน โดยที่ท่านเองก็ไม่ได้ตั้งพรรคการเมืองหรือเป็นสมาชิกพรรคใด ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ไม่จำเป็นต้องตั้งพรรค” นายไพบูลย์กล่าว

ปชป.จี้ดูแลปากท้องชาวบ้านก่อน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มีสมาธิกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วม ขออย่าหลงใหลได้ปลื้มไปกับกองเชียร์ที่ขอให้เป็นนายกฯคนนอก หรือการตอบสื่อในประเด็นการเมืองเรื่องอำนาจจนเกินไป จะเป็นการผิดกาลเทศะในสถานการณ์ที่พี่น้องประชาชนกำลังเดือดร้อน เชื่อว่านายกฯเป็นคนเก่ง หากทุ่มเทแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ ปัญหาสินค้าเกษตรกรตกต่ำ และปัญหาเศรษฐกิจปากท้องได้ในเวลาหนึ่งปีครึ่งนับจากนี้ ความสง่างามจะเกิดขึ้นเอง

“วัฒนา” จับโกหกคำพูด “ประยุทธ์”

วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า “ไม่ต้องเหนียมอายกันแล้ว” กรณี พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 44 นิรโทษกรรมให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง อาญา และวินัย ดังนั้นคำแก้ตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ว่าไม่ได้เร่งรัด หรือไม่ได้สั่งเจ้าหน้าที่ไม่ต้องสนใจกระบวนการยุติธรรม จึงสวนทางข้อเท็จจริง เป็นวิธีจัดการฝ่ายตรงข้ามโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ ไม่ให้ความเป็นธรรม และไม่ต้องรับผิดชอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์และจำเลยในคดีจำนำข้าว ไม่มีสิทธิป้องกันตัวเอง เพราะมีการนิรโทษกรรมทุกคนไว้ล่วงหน้าแล้ว สงสารแต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคนไทยอีก 10.59 ล้านคนที่เลือกข้างประชาธิปไตย นับจากนี้คงแสวงหาความยุติธรรมยากลำบาก การปรองดองที่ใช้เป็นข้ออ้างการยึดอำนาจยิ่งห่างไกลความจริงมากขึ้น หากความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคีก็ไม่มีทางเกิด หรือนี่คือวิบากกรรมของคนไทยที่ต้องดิ้นรนแสวงหาความเป็นธรรมกันเอง

“ปนัดดา” บอกกรรมใครกรรมมัน

ด้าน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “คำสอนที่ทำให้ครอบครัวมีความสุข คำสอนของบุพการี ความไม่โลภโมโทสัน และยึดมั่นความพอเพียง” พ่อสอนว่าเกิดมาเป็นคนไทย ต้องมีความกตัญญูรู้คุณต่อบรรพชน ครูอาจารย์ มีความจงรักภักดีเหนือสิ่งอื่นใด ต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่เป็นนิจ ไม่เห่อเหิมลืมตัว ใครเขาทำดี ทำไม่ดี ทำผิดทำชั่วไม่เหมือนกัน เป็นเรื่องของเวรกรรม ใครก่อใครรับ จงรักษามรดกแห่งเกียรติยศ มีเอกชนจำนวนมากคิดสร้างศูนย์การค้ากลางเมือง แม้สถานทูตต่างประเทศแห่งหนึ่งจะมาขอซื้อขอเช่าวังวรดิศด้วยจำนวนเงินมหาศาล แต่พ่อไม่เคยโลภ ต้องการให้วังเป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นโรงเรียนสอน คำสอนชีวิตของบุพการี จึงถือเป็นของขวัญอันล้ำค่าที่สุด และเป็นความจริงที่สุด”

ปลัด มท.ตั้ง กก.สอบ “สุขุมพันธุ์”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติส่งเรื่องกล่าวหา ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล กรณีแต่งตั้งข้าราชการ 5 รายโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น โดยมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ทั้งนี้ นายกฤษฎาได้เรียกประชุมคณะกรรมการสอบชุดดังกล่าว รวมทั้งคณะกรรมการสอบสวนโครงการประดับไฟช่วงปีใหม่ของ กทม. มูลค่า 39 ล้านบาท ที่ สตง.มีมติให้เอาผิดทั้งทางวินัยและอาญา ต่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์และพวกก่อนหน้านี้ โดยกำชับให้ทั้ง 2 ชุดเร่งรัดการสอบสวนให้เสร็จตามเงื่อนเวลาที่กำหนด และให้ระมัดระวัง อย่าเอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง เพราะอาจถูกร้องเรียนและโดนตั้งคณะกรรมการสอบเอง

โฆษกฯโต้โซเชียลปล่อยข่าวมั่ว

นายวสันต์ มีวงษ์ ที่ปรึกษาและโฆษกประจำตัว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า คาดว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์น่าจะเดินทางกลับถึง กทม.แล้ว ภายหลังรับทราบคำสั่ง คสช. ก็ได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ขณะนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์อยู่ระหว่างพักเครื่องที่ฮ่องกง โดยผู้ว่าฯ กทม.กล่าวกับตนระหว่างร่วมคณะเดินทางไปราชการที่กรุงโซล เกาหลีใต้ ว่าหากเปลี่ยนเครื่องได้จะกลับ กทม.ทันที แต่ทำไม่ได้ จึงเดินทางต่อจนถึงปลายทางก่อนแยกตัวจากคณะ ซึ่งท่านจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนของตัวเองทั้งหมด เพื่อไม่ให้ใครต้องลำบากใจ ส่วนการปฏิบัติราชการที่กรุงโซล นางรัชนีวรรณ อัศวธิตานนท์ รองปลัด กทม. เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน ส่วนที่มีกระแสข่าวในสังคมออนไลน์อันเป็นข้อมูลเท็จ ว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ไม่ยินดีรับคำสั่ง คสช.นั้น ยืนยันว่าท่านน้อมรับคำสั่งอย่างเคร่งครัด และพร้อมให้ตรวจสอบทางกฎหมายทุกกรณี

เด็ก ปชป.เย้ย “ชายหมู” ช้ำหนัก

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตรผู้ว่าฯ กทม. ยังไม่เดินทางกลับประเทศไทยหลังถูกคำสั่งหัวหน้า คสช. ให้พักการปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม.นั้น อย่าว่าแต่กลับ กทม.เลย แม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เคยมาตั้งแต่หลังรัฐประหาร ซึ่งพรรคแถลงตัดขาด ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ไปนานแล้ว เพราะปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาพี่น้อง กทม. ไม่เข้าร่วมประชุมกรรมการบริหารพรรค ทั้งที่ได้รับการเลือกตั้งในนามพรรค ส่วนที่ยังไม่กลับมาไทยคงจะเสียความรู้สึก เพราะไม่คิดว่านายกฯจะใช้มาตรานี้ ได้ข่าวมาก่อนหน้านี้ว่าเคยขอร้องนายกฯไม่ให้ยกเลิก คำสั่ง คสช. ห้ามพรรคการเมืองประชุม คงคิดว่าสนิท คิดว่าเส้นใหญ่พอจะไม่โดนมาตรา 44 พักงาน เหมือนนายก อบต.บ้านนอกทั่วไป

“บิ๊กตู่” นัดจ้อผลงาน 2 ปีรัฐบาล

อีกเรื่อง พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการแถลงผลงานรัฐบาลครบรอบ 2 ปี ว่า วันที่ 9 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะชี้แจงผลงาน 2 ปีรัฐบาล ผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ จากนั้นวันที่ 12 ก.ย. นายกฯจะพบกับสื่อมวลชนไทยและสื่อต่างประเทศ เพื่อชี้แจงเจตนารมณ์และแนวทางตามโรดแม็ป จะเปิดให้สื่อมวลชนซักถาม หากเป็นประเด็นที่ลงลึกไปในรายละเอียด นายกฯอาจมอบหมายให้รองนายกฯที่รับผิดชอบแต่ละกลุ่มงานเป็นผู้ชี้แจงแทน รวมถึงจะมีการจัดฉายวีทีอาร์ความยาว 10 นาที และจัดทำเอกสารแจก และจะนำเสนอผลงานรัฐบาลผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทย แบ่งเป็น 13 กลุ่มงาน เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย. ไปจบช่วงต้นเดือน ต.ค.

ป.ป.ช.จ่อฟันอีก 4 อดีต ส.ส.พท.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า การประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ช่วงต้นเดือน ก.ย. มีวาระการพิจารณาสำคัญ คือ การลงมติกรณีกล่าวหาอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย 4 คน ได้แก่ นายคมเดช ไชยศิวามงคล อดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ นายนริศร ทองธิราช อดีต ส.ส.สกลนคร นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต ส.ส.มหาสารคาม และนายอุดมเดช รักตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี กระทำความผิดทางอาญาในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นเรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตามที่คณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงการกระทำผิดทางอาญาของบุคคลทั้งสี่ได้พิจารณาเสร็จแล้ว และเตรียมสรุปสำนวนส่งให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ลงมติ โดยในส่วนของนายคมเดช นายนริศร และนายยุทธพงศ์ พบว่า มีพฤติการณ์เสียบบัตร และกดคะแนนออกเสียงแทนกัน ขณะที่นายอุดมเดชพบว่ามีพฤติการณ์สลับร่างแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีเนื้อหาไม่ตรงกับฉบับที่เข้าชื่อเสนอขอแก้ไขไปเปลี่ยนใช้ในวาระรับหลักการ ถือว่าเข้าข่ายความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ราชการ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

โพลชี้เรตติ้ง “บิ๊กตู่” ยังกระฉูด

วันเดียวกัน นายไพฑูรย์ เจตธำรงชัย ผอ.ศูนย์เชี่ยวชาญการตลาดภูมิภาคเอเชีย คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า จากผลสำรวจความเห็นประชาชน “ภาวะเศรษฐกิจไทยกับบทบาทการทำงาน 2 ปีของรัฐบาล” พบว่าระดับเศรษฐกิจความกินดีอยู่ดีของคนไทยรอบ 2 ปี คะแนนเต็ม 10 ได้ 6.65 ถือว่าดีขึ้นเมื่อเทียบกับการสำรวจรอบ 1 ปีครึ่งที่ได้ 5.75 เพราะปัญหาเริ่มคลี่คลายโดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ทั้งปัญหาภัยแล้ง ราคาสินค้าเกษตร รวมถึงปัญหา IUU ที่รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิผล สำหรับบทบาทรัฐบาลในการส่งเสริมความกินดีอยู่ดีของคนไทย จากคะแนนเต็ม 10 ได้ 6.02 โดยรัฐมนตรีที่มีประชาชนมองว่าช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องปากท้องประชาชนมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้ 8.63 คะแนน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ได้ 8.41 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ 8.32 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้ 7.94 และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาได้ 7.85

สุดปลื้มปราบคอร์รัปชันอยู่หมัด

ด้านสวนดุสิตโพล เปิดผลสำรวจความคิดเห็น “ความเชื่อมั่นของคนไทยต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์” จากประชาชน 1,293 คน พบว่าส่วนใหญ่ค่อนข้างเชื่อมั่นในตัว พล.อ.ประยุทธ์ คณะรัฐมนตรี และผลงานรัฐบาลในภาพรวม โดยผลงานที่ประชาชนชื่นชอบ 5 อันดับแรก 1.การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันทั้งภาครัฐและเอกชน 2.มาตรการทวงคืนผืนป่า 3.การดูแลความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง 4.กวาดล้างยาเสพติด 5.การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ส่วนผลงานที่ต้องเร่งดำเนินการ 5 อันดับแรก คือ 1.แก้ปัญหาเศรษฐกิจ 2.แก้ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ 3.แก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดภาคใต้ 4.การร่างรัฐธรรมนูญ การร่างกฎหมายลูก การแก้กฎหมาย และ 5.แก้ปัญหาภาคการเกษตร ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ

คนยังงงอำนาจ ส.ว.ชงชื่อนายกฯ

ขณะที่นิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ความเข้าใจของประชาชนในคำถามพ่วงที่ผ่านการลงประชามติ” พบว่า ร้อยละ 36.24 มีความเข้าใจว่า ส.ว.สรรหามีสิทธิทั้งเสนอชื่อผู้สมควรเป็นนายกฯ และร่วมกับ ส.ส.โหวตเลือกนายกฯ รองลงมาร้อยละ 33.68 ไม่เข้าใจ และไม่ทราบรายละเอียด และร้อยละ 27.60 เข้าใจว่า ส.ว.สรรหามีสิทธิร่วมกับ ส.ส.ในการโหวตเลือกนายกฯเท่านั้น เมื่อถามถึงความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับคุณสมบัติบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 47.68 เข้าใจว่าเป็นการพิจารณาเลือกนายกฯจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ หรือคนนอกก็ได้ รองลงมาร้อยละ 26.56 เข้าใจว่าเป็นการเลือกจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้เท่านั้น โดยมีถึงร้อยละ 24.08 บอกว่าไม่เข้าใจ และไม่ทราบรายละเอียด

เชื่อมั่นทิศทางประเทศไทยไปโลด

ส่วนกรุงเทพโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง ความเชื่อมั่นประเทศไทยหลังผ่านการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พบว่าจากคะแนนเต็ม 10 ประชาชนให้ความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศ ไทยเฉลี่ยในภาพรวม 5.41 คะแนน โดยเชื่อมั่นด้านการเมืองมากที่สุด รองลงมาคือด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัดด้านการเมืองที่ประชาชนเชื่อมั่นมากที่สุด คือความสามารถในการบริหาร ประเทศของรัฐบาลชุดปัจจุบันและ คสช. ขณะที่ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนน้อยที่สุด คือด้านความรักและความสามัคคีของคนในชาติ เมื่อถามว่าทิศทางการพัฒนาประเทศไทยจะเป็นอย่างไร หลังผ่านการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 55.8 บอกว่าจะดีขึ้นและเดินมาถูกทางแล้ว ร้อยละ 31.8 มองว่ายังเหมือนเดิม มีร้อยละ 7.1 ที่เห็นว่าแย่ลงกว่าเดิม

กรธ.จ่อปิดจ๊อบแก้ไขร่าง รธน. ศาล รธน.เด้งรับพร้อมบรรจุเข้าวาระด่วน สนช.ดิ้นสุดแรงหวังได้เอี่ยวเกมอำนาจชงชื่อนายกฯ “เสรี” เตือน “บิ๊กตู่” ระวังเล่ห์นักการเมือง “สมพงษ์” เผยเพื่อนนายกฯมาถามวิธีตั้งพรรคทหาร 29 ส.ค. 2559 07:43 29 ส.ค. 2559 07:44 ไทยรัฐ