วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุยปฏิรูปตร. พร้อมรับรธน.

สภ.เมืองชลบุรีเจ๋ง เสร็จนําร่องบช.ภ.2

“พงศพัศ พงษ์เจริญ” รอง ผบ.ตร. เกาะติดงานปฏิรูปตำรวจ ออกตรวจที่ สภ.เมืองชลบุรี หลังสามารถจัดชุดบูรณาการงานสอบสวนประจำสถานีได้เป็นที่แรกของ บช.ภ.2 เผยงานปฏิรูปเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมจับต้องได้ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ทั้ง 10 นาย ที่รับผิดชอบงานปฏิรูปแต่ละด้าน ยืนยันไม่นานสังคมเห็นความเปลี่ยนแปลงแน่นอน ทั้งหมดเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยรวม

ปฏิรูปตำรวจคืบหน้าเป็นรูปธรรม โดยเมื่อวันที่ 28 ส.ค. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจ พร้อม พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. หัวหน้าคณะทำงาน พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผบช.สพฐ.ตร. เดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานตามแนวทางการปฏิรูประบบงานสอบสวนและนิติวิทยาศาสตร์ที่ สภ.เมืองชลบุรี โดยมี พ.ต.อ.สมโชค ตาผล ผกก.สภ.เมืองชลบุรี บรรยายสรุปความคืบหน้าการปฏิบัติ สามารถจัดชุดบูรณาการสอบสวนเตรียมพร้อมตลอด 24 ชม.ตามแนวทางปฏิรูปตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแห่งแรกของ บช.ภ.2

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า สถานีตำรวจทั่วประเทศ 514 แห่ง ที่อยู่ระหว่างการขับเคลื่อนการปฏิรูประบบงานสอบสวนและนิติวิทยาศาสตร์ สามารถดำเนินการเป็นไปตามแผนงานและกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ ในพื้นที่ บช.ภ. 2 มีสถานีตำรวจที่จะต้องปฏิรูปทั้งหมด 65 แห่ง และ สภ.เมืองชลบุรี เป็นโรงพักแห่งแรกในพื้นที่ที่มีชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุอยู่ประจำสถานี เป็นนโยบายสำคัญของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่ต้องการเห็นชุดบูรณาการสอบสวนไปถึงที่เกิดเหตุและรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว ครบถ้วนสมบูรณ์

พล.ต.อ.พงศพัศยังกล่าวถึงกรณีร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่จะประกาศใช้ กำหนดให้มีการปฏิรูปตำรวจด้วยว่า ในเรื่องนี้ ผบ.ตร.เตรียมการมาโดยตลอด ก่อนจะมีการกำหนดแนวทางการปฏิรูปองค์กรตำรวจทั้ง 10 ด้าน ประกอบด้วยการปรับปรุงการบริหารงานบุคคล การกระจายอำนาจการปฏิบัติงาน การพัฒนาระบบงานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย ค่าตอบแทนและสวัสดิการ การจัดหาอุปกรณ์ประจำกายและประจำหน่วยที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงาน การป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน การสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและการทำงานร่วมกับท้องถิ่น การจัดระบบนิติวิทยาศาสตร์เพื่อช่วยเหลืองานด้านการอำนวยความยุติธรรม การสรรหาและฝึกอบรมข้าราชการตำรวจให้มีความพร้อมและการถ่ายโอนภารกิจที่ไม่ใช่งานในหน้าที่หลักของ สตช. โดยนำเนื้อหาจากร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวดการปฏิรูปประเทศ ม. 258 ข้อ ง. ที่กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรมรวม 4 ด้าน มาพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อกำหนดเป็นแนวทางการปฏิรูปองค์กรตำรวจ ระหว่างนี้แม้จะยังไม่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แต่ ผบ.ตร.เร่งรัดดำเนินการปฏิรูปอย่างเต็มที่ตามร่างรัฐธรรมนูญ ม.259 ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐปฏิรูปโดยอาศัยอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ไปก่อน

“ส่วนกรณีร่างรัฐธรรมนูญ ม.260 กำหนดให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง โดยคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเข้ามาเพื่อดำเนินการตามกรอบของ ม.258 ง. (4) ว่าด้วยการปรับปรุงกฎหมาย อำนาจหน้าที่และภารกิจของตำรวจ รวมทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลในมิติต่างๆที่ต้องแล้วเสร็จใน 1 ปีนั้น เป็นเรื่องที่ ผบ.ตร. ริเริ่มดำเนินการแล้วในหลายส่วน โดยเฉพาะเรื่องการบริหารงานบุคคลและความก้าวหน้าในสายงาน การกระจายอำนาจ การพัฒนาบริหารงานตำรวจและการถ่ายโอนภารกิจ เชื่อว่าหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว รัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการคณะดังกล่าวโดยเร็ว ส่วน ผบ.ตร.ที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการชุดนี้ จะเสนอแนวทางและข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจให้คณะกรรมการรับทราบเพื่อร่วมดำเนินการต่อ ยืนยันว่า ผบ.ตร.และตำรวจในทุกระดับและทุกหน่วยงาน ต่างพร้อมที่จะร่วมมือร่วมใจปฏิรูปตำรวจให้เป็นไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญ ให้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง” พล.ต.อ.พงศพัศกล่าว

สำหรับความคืบหน้าการปฏิรูปองค์กรตำรวจทั้ง 10 ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า ได้รับรายงานจาก ผู้ช่วย ผบ.ตร. ทั้ง 10 ท่าน ที่ควบคุมดูแลการปฏิรูปแต่ละด้านว่า มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เป็นไปตามแผนงานและขั้นตอนที่กำหนดไว้ อีกไม่นานสังคมจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน ทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพการปฏิบัติงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน การบังคับใช้กฎหมาย การให้บริการแก่ประชาชน รวมทั้งขวัญกำลังใจของข้าราชการตำรวจโดยรวม

“ต่อไปการเดินทางไปสถานีตำรวจของพี่น้องประชาชนจะได้รับความสะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานที่จอดรถ ห้องน้ำ ทางลาดสำหรับรถเข็นผู้พิการ สถานที่รับแจ้งความ หากเป็นงานธุรการทั่วไป อาทิ การแจ้งเอกสารหาย เสียค่าปรับ จะได้รับการบริการที่รวดเร็ว ส่วนเรื่องของการรับแจ้งความและสอบสวนจะมีทีมพนักงานสอบสวนบูรณาการอยู่ประจำเตรียมปฏิบัติหน้าที่ ทำให้การออกไประงับเหตุ ตรวจสถานที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นไปด้วยความรวดเร็วและครบถ้วนมากขึ้น ส่วนผู้เกี่ยวข้องกับคดีจะได้รับแจ้งถึงความคืบหน้าต่างๆอย่างต่อเนื่อง” พล.ต.อ.พงศพัศกล่าว

“พงศพัศ พงษ์เจริญ” รอง ผบ.ตร. เกาะติดงานปฏิรูปตำรวจ ออกตรวจที่ สภ.เมืองชลบุรี หลังสามารถจัดชุดบูรณาการงานสอบสวนประจำสถานีได้เป็นที่แรกของ บช.ภ.2 เผยงานปฏิรูปเริ่มเห็นเป็นรูปธรรมจับต้องได้ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ทั้ง 10 นาย 29 ส.ค. 2559 07:39 29 ส.ค. 2559 07:44 ไทยรัฐ