วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สคร.ยอมรับปีนี้เศรษฐกิจโตไม่ถึง 4-5% เร่งจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ

สคร.คุยผลจากการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจได้เพิ่ม 10% ช่วยหนุนจีดีพีโต 3.5% เดินหน้าลงทุนโครงการขนาดใหญ่ต่อ พร้อมเร่งฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหา ขณะที่ยอมรับปีนี้เศรษฐกิจโตไม่ได้ถึง 4-5% เหตุมูลค่าลงทุนภาครัฐมีสัดส่วนแค่ 6%ของจีดีพี

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวในงานสัมมนาสร้างความรู้ความเข้าใจในการปฏิรูปและแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจว่า สคร.ได้ช่วยขับเคลื่อนนโยบายด้านการลงทุนภาครัฐผ่านการใช้จ่ายงบลงทุนด้วยการเร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจตั้งแต่ 1 ต.ค.58 ถึงไตรมาส 2 ปีนี้ หรือไตรมาส 3 ของปีงบประมาณ 59 ได้ช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวจาก 2.8% สิ้นปีที่ผ่านมา ขยับมาเป็น 3.5% ในไตรมาส 2 ปี 59 เป็นผลจากการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10% แต่ยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยไม่สามารถขยายตัวได้ 4-5% เนื่องจากขนาดการลงทุนภาครัฐและรัฐวิสาหกิจรวมกันมีสัดส่วนเพียง 6% ของมูลค่าจีดีพีประเทศเท่านั้น

สำหรับการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจปีงบ ประมาณ 59 มีเป้าหมาย 124,000 ล้านบาท ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา นำส่งรายได้ 116,000 ล้านบาท จากเป้าหมาย 110,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 6,000 ล้านบาท ส่วนการลงทุนร่วมมือภาครัฐ-เอกชน (PPP) นั้น ครม.อนุมัติแล้ว 3 โครงการได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สายสีชมพู และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินวงเงินรวม 334,000 ล้านบาท คาดว่าเม็ดเงินจะทยอยเบิกจ่ายออกสู่ระบบ ถือว่าการสร้างรถไฟฟ้าได้สร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชน ทำให้มีการลงทุนคอนโดฯตามแนวรถไฟฟ้า นอกจากนี้คณะกรรมการ PPP เตรียมพิจารณาโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-ระยอง และกรุงเทพฯ-หัวหินด้วย

ส่วนการฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจ 7 แห่ง ในส่วนธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ได้เตรียมตั้งบรรษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เดือน ก.ย.นี้ เพื่อแยกภาระหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จำนวน 53,000 ล้านบาท ออกมาบริหาร ส่วนรูปแบบการจัดตั้ง AMC เน้นขนาดเล็กที่สุด ด้วยการจ้างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาบริหารสินทรัพย์ที่ได้มาจากไอแบงก์ เนื่องจากไม่ต้องการตั้งรัฐวิสาหกิจแห่งใหม่ขึ้นมาอีก คาดจะเสนอ ครม.เดือน ต.ค.นี้ ผ่านการเพิ่มทุนกว่า 10,000 ล้านบาท ขณะที่ไอแบงก์กำลังหาพันธมิตรเข้าร่วมถือหุ้น แม้มีบางรายสนใจเข้ามาถือหุ้น แต่ยังกังวลเรื่องกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS) ที่ติดลบถึง 20% จึงขอให้แก้ไขปัญหานี้ก่อน

ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาติดตามสัญญาเช่าที่ดิน ปัจจุบัน ร.ฟ.ท.มีที่ดินปล่อยเช่าถึง 36,000 ไร่ จึงต้องหาประโยชน์จากที่ดินให้มากที่สุด โดยค่าเช่าที่ดินต้องเป็นไปตามราคาปัจจุบัน สำหรับการแก้ปัญหาบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (CAT) และบริษัท ทีโอที จำกัด (TOT) ปัจจุบันมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานซ้ำซ้อนกัน ดังนั้น คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) จึงแบ่งหน้าที่หากเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศมอบหมายให้ TOT รับผิดชอบ ส่วนต่างประเทศให้ลงทุนโดย CAT ส่วนการแก้ปัญหาองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่ขาดทุนจำนวนมาก ได้ฟื้นฟูโดยแยกหน้าที่กำกับดูแลโอนไปให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ขณะที่ ขสมก.ทำหน้าที่ให้บริการประชาชนเท่านั้น สำหรับบริษัทการบินไทยปัจจุบันผลประกอบการดีขึ้นจากเดิมขาดทุน โดย 6 เดือนที่ผ่านมา มีกำไรดีขึ้นจากการปรับประสิทธิภาพการทำงาน.

สคร.คุยผลจากการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจได้เพิ่ม 10% ช่วยหนุนจีดีพีโต 3.5% เดินหน้าลงทุนโครงการขนาดใหญ่ต่อ พร้อมเร่งฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหา ขณะที่ ยอมรับปีนี้เศรษฐกิจโตไม่ได้ถึง 4-5% 29 ส.ค. 2559 02:29 29 ส.ค. 2559 02:32 ไทยรัฐ