ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    สถานการณ์สุกงอม อย่าใช้ความรุนแรง

    ไทยรัฐออนไลน์14 มี.ค. 2553 05:01 น.
    SHARE

    บันทึกไว้อีกครั้งกับสถานการณ์ของประเทศไทยที่กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดง หรือ นปช. ประกาศรวมพลนัดชุมนุมใหญ่กดดันรัฐบาลในวันที่ 14 มีนาคม หวังผลให้ รัฐบาลลาออก หรือยุบสภาฯ เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกตั้ง

    เงื่อนไขเพื่อการยกเครื่องเปลี่ยนแปลงรัฐบาล

    แต่ก่อนชุมนุมใหญ่ได้มีการระดมกำลังมวลชนเสื้อแดงข่มขวัญรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา

    กระจายรอบเขตพื้นที่ กทม. หลายจุดใหญ่ เริ่มที่ริมถนนวิภาวดีรังสิตแยกดินแดง รวมพลตั้งแต่เที่ยงวันแล้วเดินแสดงพลังไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

    จุดสำคัญวงเวียนบางเขนบริเวณอนุสาวรีย์ ปราบกบฏใกล้กับกรมทหารราบที่ 11 ที่ฝ่ายรัฐบาลใช้เป็นกองบัญชาการ กลุ่มเสื้อแดงได้ประกอบพิธีบวงสรวงแล้วเคลื่อนขบวน

    นอกจากนั้น ยังมีบริเวณสี่แยกบางนา มวลชนคนเสื้อแดงก็ไปชุมนุมพร้อมเคลื่อนตัวแสดงพลังเข้ากลางกรุงบริเวณสี่แยกปทุมวัน หรือบริเวณอนุสาวรีย์ ร.6 สวนลุมพินี กลุ่ม นปช. รวมพลแล้วเคลื่อนขบวนเข้าย่านธุรกิจการค้าและบริเวณวงเวียนใหญ่

    ทุกจุดนัดรวมพลเคลื่อนไปรวมกันที่ เวทีชุมนุมใหญ่บริเวณลานผ่านฟ้าถนนราชดำเนิน...ถนนสายประวัติศาสตร์ที่มีเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงสำคัญๆเกิดขึ้นเสมอ

    จะมีการปิดถนนหลักหลายเส้น จนทำให้ ทางการจราจรโกลาหล ปั่นป่วน

    ประกาศเข้มไม่เกรงกลัวประกาศ พ.ร.บ. ความมั่นคงในราชอาณาจักรของฝ่ายรัฐบาล พร้อมแตกด่านฝ่าฝืนเพื่อเคลื่อนไหวเข้ากดดันรัฐบาลทุกหนทาง



    แต่ฝ่ายรัฐบาลที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศแข็งกร้าว ไม่มีอ่อนข้อให้กลุ่มเสื้อแดง ยันไม่มียุบสภา หรือลาออก

    โยนอำนาจเด็ดขาดให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบด้านความมั่นคง เป็นผู้รับ ผิดชอบ

    จัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ  หรือ  ศอ.รส.  ระดมกำลังทหาร  30,000 นาย   ตำรวจ   10,000   นาย   อาสาพลเรือน 10,000     นาย     เพื่อดูแลรักษาความสงบบ้านเมืองให้ได้

    ฝ่ายรัฐบาลมีการประเมินสถานการณ์รุนแรงเต็มที่ ทั้งก่อวินาศกรรมใหญ่ 3-4 จุด ระเบิดย่อย 30-40 จุด เป็นข่าวที่ทำให้เกิดความหวาดผวากับการเคลื่อนไหวชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช. ทั้งที่ข้อเท็จจริงรัฐบาลได้สั่งทหาร ตำรวจ และหน่วยงานความมั่นคงประกบแกนนำกลุ่ม นปช. ไว้ทั้งหมด

    ไม่น่าจะมีโอกาสเข้ามาฉกฉวยสร้างสถานการณ์...

    อย่างมากต่างฝ่ายต่างใช้ข่าวมาเป็นเครื่องมือ มีปล่อยข่าว ใส่ร้าย ป้ายสี โจมตีกันเอง เพื่อช่วงชิงมวลชน

    นอกจากเป็นฝีมือของกลุ่มคนที่สาม หรือกลุ่มคนที่จงใจใช้สถานการณ์ชุมนุมมาเป็นเงื่อนไขเปลี่ยนแปลงประเทศ

    สถานการณ์ขณะนี้อาจเข้าจุดแตกหัก......



    ลำพังม็อบคนเสื้อแดงไม่น่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีทันใด ต้องอาศัยเหตุการณ์เข้ามาก่อเหตุ ก่อวินาศกรรมเพื่อให้มองว่ารัฐบาลควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ต้องอาศัยกฎหมายพิเศษเข้ามาจัดระเบียบประเทศกันใหม่

    น่าเห็นใจสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ต้องแบกรับภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง ต้องปฏิบัติตามแผนของ กอ.รมน.ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยทหาร มีแม่ทัพภาคเป็นผู้ควบคุมในเขตพื้นที่ ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักรและต้องเตรียมกำลังเพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินพี่น้องประชาชนและกลุ่มผู้ชุมนุม

    พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งจัดตั้ง ศปก.ตร.ที่ พล.ต.อ.ปทีป นั่งเป็น ผอ.ศปก.ตร. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. เป็นรอง ผอ.ศปก.ตร. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็น ผู้ช่วย ผอ.ศปก.ตร. ต้องคุมเกมประชาสัมพันธ์และเป็นตัวแทนเข้าร่วมทีมงานโฆษกรัฐบาล ทำความเข้าใจพี่น้องประชาชน

    โดยกำลังไม่พ้น "บิ๊กฐาน" พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ที่รับผิดชอบพื้นที่เขตนครบาล

    รวมทั้ง  ผบช.ทุกพื้นที่เข้ามาควบคุมสั่งการโดยอาศัย ศปก.ตร.  เพราะพื้นที่ไม่ได้ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง  เป็นหน้าที่ของตำรวจ

    ระดมกำลังตำรวจเต็มพื้นที่ บช.น. ขึ้นยุทธการทหาร 40 กองร้อย กำลังเสริม 220 กองร้อย จัดวางกำลังจุดเสี่ยง สถานที่ราชการ ทหาร สถาบันการเงิน ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ

    ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ปทีป ที่ไม่ต้องการใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม

    การชุมนุมครั้งนี้   นปช.หวังผลมากกว่าการชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมา  ย่อมเสี่ยงกับการนองเลือด   การรบราฆ่าฟันพี่น้องคนไทยร่วมชาติ ปฏิวัติรัฐประหาร ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ตัวแปรผู้ชุมนุมมากน้อยแค่ไหน ต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวัน



    เป็นไปได้ทั้งนั้นกับสถานการณ์ประเทศไทยที่ไม่มีทางออก.......

    ยิ่งในวันที่ 15-16 มีนาคม อย่ากะพริบตาเด็ดขาด.........

    เพราะสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการโหมกระพือข่าว สร้างกระแส ทำให้คนหวั่นไหว หวาดกลัว เพื่อให้ฝ่ายรัฐบาลหามาตรการเข้มข้นเข้ามาควบคุมสถานการณ์ เป็นสถานการณ์พิเศษของประเทศ โดยเฉพาะข่าว แดงปลอม เข้ามาฉวยโอกาสผสมโรง ต้องการทำให้ทุกฝ่ายยอมรับการใช้กำลังเข้าควบคุมสถานการณ์

    ภาพเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงของกลุ่มพันธมิตรฯเป็นความเจ็บปวดของคนไทยมาแล้ว

    หรือช่วง เมษาเลือด เป็นบทเรียนราคาแพงของกลุ่มคนเสื้อแดง ต้องทบทวนให้หนักหากย้อนเหตุการณ์ชุมนุมที่ยืดเยื้อยาวนาน ไม่ใช่เรื่องของคนไทยส่วนใหญ่ แต่เป็นเหตุ ขัดแย้งของคนไม่กี่คนที่ขัดแย้งผลประโยชน์ แต่อ้างแนวคิดมาเป็นชนวนให้แตกแยกของพี่น้องคนไทย

    สังคมต้องการให้ทุกฝ่ายมีความเห็นอกเห็นใจ ประนีประนอม ไม่ใช้ความรุนแรงเข้ามาแก้ไขปัญหา

    อดทนต่อการยั่วยุ ต้องใช้ความอดทนอดกลั้น มีสติยับยั้ง ไม่ใช้ความรุนแรงผู้ที่มีอำนาจ อย่าสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง ใช้เป็นเงื่อนไขเปลี่ยนแปลงประเทศ



    ยิ่งพวกมือที่สามที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ ต่างๆหลายเหตุการณ์ด้วยแล้ว การข่าวต้องติดตามใกล้ชิด อย่าปล่อยให้กระทำการสร้างความวุ่นวายได้

    ที่สำคัญมวลชนคนเสื้อแดงที่มาร่วมชุมนุมตามความคิดเห็นของตัวเองก็ต้องช่วยกันสอดส่องดูแลและประคับประคองอย่าให้ใครมาก่อเหตุได้

    ความเปลี่ยนแปลงทุกประการย่อมเป็นนิรันดร์ไม่มีอะไรจะมาหยุดยั้งได้

    ถ้าคนมาหลายแสนเรือนล้าน รัฐบาลย่อมต้องทบทวนจะปล่อยเลยตามเลยต่อไปไม่ได้เด็ดขาด

    พลังของการชุมนุมจะเกิดขึ้นอย่างอเนกอนันต์ ถ้าทุกฝ่ายมองเห็นประเทศชาติเป็นที่อยู่ ที่อาศัยและพร้อมปกป้องจากผู้ไม่หวังดี ทำให้ บ้านเมืองแตกแยก

    ชุมนุมด้วยสันติ อหิงสา รัฐบาลอย่าใช้ความรุนแรง นี่คือสิ่งที่ทุกคนต้องการ

    ไม่เช่นนั้นเชื่อแน่ว่าพลังมหาชนผู้ บริสุทธิ์นับไม่ถ้วนจะออกมาเคลื่อนไหวทัน ทีเพื่อเรียกร้องความชอบธรรมกลับคืนมา.

    ทีมข่าวอาชญากรรม

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้