วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ปัญญา' นำทีม ตร.ลุยพังงา-ภูเก็ต หาหลักฐานคนร้ายแฮก ATM ธ.ออมสิน

'พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น' นำทีม ตร.ลงพื้นที่พังงา-ภูเก็ต เพื่อหาข้อมูลเชื่อมโยงหลักฐาน คดีคนร้ายปล่อยมัลแวร์แฮกตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสิน สูญเงินกว่า 12 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 28 ส.ค.59 พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดพังงา และภูเก็ต เพื่อตรวจสอบความคืบหน้าของคดีชาวต่างชาติแฮกตู้กดเงินสดของธนาคารออมสิน โดยใช้โปรแกรมมัลแวร์เข้าไปแฮกระบบตู้เอทีเอ็มของธนาคาร และใช้บัตรกดเงินออกไปครั้งละ 40,000 บาท จำนวน 21 ตู้ ใน 5 จังหวัด เสียหายไปกว่า 12 ล้านบาท โดยมีตู้เอทีเอ็มในภูเก็ต 6 ตู้ สุราษฎร์ธานี 2 ตู้ ชุมพร 2 ตู้ ประจวบคีรีขันธ์ 2 ตู้ เพชรบุรี 2 ตู้ และกรุงเทพฯ 5 ตู้

พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า จากการตรวจสอบและได้ประมวลจากตู้กดเงินสดบริเวณบ้านท่าอยู่ พบว่าคนร้ายมีจำนวน 3 คน เห็นหน้าชัดเจน 1 คน และรถยนต์หนึ่งคัน คาดว่าน่าจะเป็นหัวหน้าใหญ่ด้วย ซึ่งพฤติกรรมของคนร้ายก่อเหตุตั้งแต่วันที่ 13 – 16 มี.ค.59 โดยการป้อนไวรัสเข้าไปในเครื่องกดเงินสด และมากดเงินออกจากตู้ในช่วงกลางดึกตั้งแต่เวลา 00.18 – 03.30 น. รวมจำนวนที่กดเงิน 5 ครั้ง ของวันที่ 17 มี.ค.59 รวมเงินที่กดออกไปจำนวน 4,563,700 บาท ทั้งนี้น่าจะเชื่อมโยงกับตู้กดเงินสดอีก 21 ตู้ ที่โดนแฮกไป และกลุ่มคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันด้วย เพราะบัตรที่ใช้กดเงินเป็นบัตรเดียวกันกับที่กดเงินในพื้นที่ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และ กทม. 

พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวอีกว่า สิ่งบอกเหตุคือ เมื่อมีการดำเนินการควบคุมตู้ไปในช่วงกลางเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา มีคนร้าย 2 ชุด โดยชุดหนึ่งใช้รถฟอร์จูนเนอร์ สีขาว เริ่มปฏิบัติการในวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยตระเวนกดเงินด้วยการใช้การ์ด ซึ่งทำมาจากประเทศอังกฤษ หรือ ยูเค เมื่อเสียบบัตรเข้าไปและกดยกเลิกจะมีเงินออกมา ซึ่งทำลักษณะเช่นนี้กับตู้เอทีเอ็มของธนาคารออมสินในพื้นที่ จ.ภูเก็ต จำนวน 5 ตู้ ตั้งแต่บริเวณพื้นที่บ้านท่าฉัตรไชยเรื่อยมาในตัวเมืองภูเก็ต และไปจบที่พื้นที่ใกล้กับสนามบินภูเก็ต เวลา 01.00 น. วันที่ 28 ก.ค.59 โดยเราเชื่อว่าหลังจากนั้นคนร้ายได้นั่งเครื่องบินไปที่กรุงเทพฯ

จากนั้นกลุ่มคนร้ายดังกล่าว ซึ่งมี 1-2 คน ออกจากสนามบินไปกดเงินตู้แรกในพื้นที่บางนา สาขาไปรษณีย์ เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 29 ก.ค. จากนั้นมากดในพื้นที่สุขุมวิท 23 โดยมีการปิดบังใบหน้า ลักษณะรูปร่างเป็นชาวยุโรป ต่อมาในเวลา 21.00 น. วันเดียวกัน ได้ไปเงินในพื้นที่วิภาวดีรังสิต และในเวลาต่อมากดอีกหนึ่งครั้งในพื้นที่ดังกล่าว รุ่งเช้าวันที่ 30 ก.ค. เวลาประมาณ 20.00 น. เริ่มกดที่วิภาวดีรังสิต จากนั้นเวลาประมาณ 03.00 น. บริเวณสุขุมวิทและบางนาอีกรอบ ซึ่งเป็นชุดที่ดำเนินการที่ จ.ภูเก็ต ก่อนจะไปกดต่อที่กรุงเทพฯ 

ส่วนคนร้ายอีกชุด ใช้รถวีออสสีขาว เชื่อว่าออกจากภูเก็ตในวันที่ 31 ก.ค. โดยกดครั้งแรกวันที่ 1 ส.ค. เวลาประมาณเที่ยงคืนที่ จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 4 ตู้ ต่อจากนั้นไปดำเนินการต่อที่ จ.ชุมพร จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.เพชรบุรี จากนั้นย้อนกลับมาที่ จ.ภูเก็ต ในส่วนของคนร้ายจึงสามารถจำลองภาพได้ คือ ชุดใหญ่ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมดำเนินการที่ จ.พังงา ในช่วงเดือน มี.ค. ส่วนอีกชุดมาติดตั้งอุปกรณ์ใน จ.ภูเก็ต ประมาณกลางเดือน ก.ค.รวมไปถึงในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานีด้วย เนื่องจากมีภาพวงจรปิดปรากฏ และอีกชุดเริ่มปฏิบัติการกดเงิน คาดว่าจะเป็นชุดเดียวกันกับชุดติดตั้งอุปกรณ์โดยใช้รถฟอร์จูนเนอร์ สีขาวใน จ.ภูเก็ต จากนั้นเอารถจอดไว้และเดินทางไปดำเนินการที่กรุงเทพฯ ก่อนจะกลับมาที่ จ.ภูเก็ต ส่วนอีกชุดใช้รถยนต์วีออสกดเรื่อยไปจนถึงเพชรบุรี

พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวด้วยว่า ในส่วนของเงินจากตู้เอทีเอ็มที่กดได้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เบื้องต้นที่ได้รับแจ้งจำนวน 1 ล้านบาทเศษ เหตุที่ จ.ภูเก็ตได้น้อย อาจเป็นเพราะเงินในตู้มีน้อย หรือคนร้ายอาจจะอยู่ในพื้นที่จึงทำให้ไม่เกิดความเสียหายมากนัก ทั้งนี้เชื่อว่ารถที่ใช้ ทั้งวีออสสีขาวและรถฟอร์จูนเนอร์ เป็นรถที่เช่าในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งหากร้านเช่าใดเห็นว่ามีจีพีเอสที่ปรากฏในการนำรถมาคืนในช่วงดังกล่าวในพื้นที่สุราษฎร์ธานี เพชรบุรีจนถึง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบด้วย รวมไปถึงในส่วนของรถยนต์ซีวิคสีขาว ซึ่งพบว่ามีการนำมาใช้ในการกดเงินด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่ารถดังกล่าวเช่าจากร้านใด ซึ่งหากทราบจะทำให้คืบหน้าได้มากกว่านี้

ในส่วนของคนร้ายนั้นก็มีข้อมูลที่จะติดตามได้หลายทาง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปทั้งหมด อยู่ระหว่างการติดตาม ที่สำคัญที่สุด คือ ติดตามเพื่อให้ได้มาซึ่งหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต เพราะเชื่อว่าคนร้ายเป็นคนต่างชาติ เพื่อจะได้ออกหมายจับได้ชัดเจน เบื้องต้นคาดว่าเป็นต่างชาติทั้งหมด แต่ก็ยังไม่ทิ้งประเด็นในส่วนของคนไทยซึ่งอาจจะช่วยเหลือบางอย่าง ส่วนจำนวนคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะมีจำนวนไม่เกิน 10 คน

กรณีของพนักงานธนาคารฯ ในชั้นสอบสวนยังไม่พบความเกี่ยวพัน ซึ่งพยายามสืบสวนในส่วนต่างๆ หากมีเบาะแสก็สามารถแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ได้ รวมทั้งอยากขอร้องว่า หากพบเห็นผู้ที่ยืนอยู่หน้าตู้เอทีเอ็มเป็นเวลานาน และเป็นชาวต่างชาติ ในช่วงเวลากลางคืน ก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เพราะกรณีนี้เบื้องต้นคาดว่าผู้ก่อเหตุเป็นชาวยุโรปตะวันออก ซึ่งจะมีการปิดบังหน้าตา เพราะหากเป็นสุจริตชนก็ไม่ปฏิบัติเช่นนั้น.

'พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น' นำทีม ตร.ลงพื้นที่พังงา-ภูเก็ต เพื่อหาข้อมูลเชื่อมโยงหลักฐาน คดีคนร้ายปล่อยมัลแวร์แฮกตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสิน สูญเงินกว่า 12 ล้านบาท 28 ส.ค. 2559 20:25 28 ส.ค. 2559 21:58 ไทยรัฐ