วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อังเกลา แมร์เคิลเสียศูนย์ (1)

09.00-12.00 น. ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูดสถานการณ์โลกกับบทบาทการพัฒนาท้องถิ่น และ 13.00-16.00 น. พูดศักยภาพการบริหารในบริบทอาเซียนของผู้บริหาร รับใช้นักบริหาร อปท.2 คณะ ที่สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น จ.ปทุมธานี

18 สิงหาคม 2559 มีข่าวกระจายไปทั่วเยอรมนีว่า ตุรกีเป็นศูนย์กลางของกลุ่มมุสลิมติดอาวุธและขณะนี้หน่วยข่าวกรอง MIT ของตุรกีมีสายลับและเครือข่ายสายข่าวฝังตัวอยู่ในเยอรมนีมากถึง 6 พันคน

ข่าวนี้คงเป็นความจริงครับ เพราะคนที่ร้อนรนมากที่สุดคนหนึ่งก็คือ นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี ถึงขนาดนางแมร์เคิลออกมาพูดเมื่อ 23 สิงหาคม 2559 ว่า รัฐบาลคาดหวังว่าคนเยอรมันเชื้อสายตุรกีที่มาลงหลักปักฐานในประเทศนี้จะพัฒนาความจงรักภักดีต่อประเทศ

ไม่นึกนะครับว่า นางแมร์เคิลจะแสดงความสงสัยในความจงรักภักดีของพลเมืองของตน รัฐมนตรีทบวงการรวมตัวเยอรมนีออกมาด่านางแมร์เคิลทันทีว่าคนเยอรมันเชื้อสายตุรกีมีความรักชาติและไม่ควรถูกเข้าใจผิด

โฆษกการอพยพเยอรมนีของพรรคกรีนเยอรมันเฟาเคอร์ เบค ออกมาซัดนางแมร์เคิลเหมือนกันว่า การสงสัยว่าพลเมืองของตนเองรักชาติหรือไม่ เราจะพบได้จากรัฐบาลเผด็จการเท่านั้น คนเราไม่จำเป็นต้องมาแสดงออกเรื่องความจงรักภักดี แต่ควรสนับสนุนหลักการใหญ่ของประเทศที่ว่าด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิขั้นพื้นฐาน

ทุกครั้งที่มีข่าวแบบนี้ออกมา บางท่านอาจจะงุนงงสงสัยว่า เอพวกยุโรปเขาพูดถึงเรื่องอะไรกัน เมื่อก่อนผมก็งงเหมือนกันครับ จนกระทั่งเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว พ่อผมและทีมงานเปิดเลนส์ส่องโลกได้ไปตระเวนเยือนบ้านคนเยอรมันเชื้อสายตุรกี ซึ่งในขณะนี้ทั้งประเทศมีประมาณ 3 ล้านคน พบเลยครับว่า คนพวกนี้มี 2 โลก โลกเก่าในตุรกี และโลกใหม่ในเยอรมนี บางครอบครัวที่เรารู้จักก็ยังสั่งอาหารการกินมาจากตุรกี แต่พอพูดถึงเรื่องความรักประเทศ เรารู้สึกว่า คนเยอรมันเชื้อสายตุรกีพวกนี้รักประเทศเยอรมนีมาก

สถานทูตเยอรมนีในตุรกี และสถานทูตตุรกีในเยอรมนีต่างเป็นสถานทูตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เยอรมันตุรกีเป็นคนกลุ่มน้อยใหญ่สุดในเยอรมนี คนเยอรมันเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติใหญ่สุดในตุรกี แถมเยอรมนีเป็นประเทศคู่ค้าอันดับหนึ่งของตุรกี

ตุรกีก็คือมหาอาณาจักรออตโตมันในอดีต เยอรมนีก็คือมหาอาณาจักรปรัสเซียในอดีต สองอาณาจักรลงนามข้อตกลงการพาณิชย์และมิตรภาพและคบค้าสมาคมกันลึกซึ้งอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู ตอนสงครามโลกครั้งที่ 1 ทั้งคู่อยู่ฝ่ายเดียวกัน ร่วมรบกับศัตรูคู่อาฆาตอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่และก็แพ้ เยอรมนีแย่ไปนาน จนเป็นฐานให้ฮิตเลอร์สร้างตัวเป็นเผด็จการใหญ่ในสงครามโลกครั้งที่ 2 อาณาจักรออตโตมันก็ล่มสลายหายไป

มาถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ว่าตุรกี (ออตโตมัน) จะประกาศวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด (เพราะยังขยาดสงครามโลก) ก็ยังแอบขายแร่เหล็กโครเมี่ยมให้เยอรมนี แต่เยอรมนีก็แพ้อีก ฮิตเลอร์ฆ่าตัวตาย เยอรมนีพบความหายนะเกือบสิ้นประเทศ

เวลาผ่านไปไม่นาน เยอรมนีก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาได้อีก คราวนี้เศรษฐกิจเยอรมันรุ่งเรืองเฟื่องฟูเป็นอันมาก โรงงานเกิดขึ้นบานเบอะเยอะแยะ คนทั้งโลกสั่งสินค้าและเครื่องจักรจากเยอรมนี มากเสียจนคนเยอรมันก็มีไม่พอที่จะทำงาน รัฐบาลเยอรมนีตะวันออกสอดส่ายสายตาว่าจะเอาแรงงานจากประเทศไหนมาช่วย คิดอยู่นานก็ได้ข้อสรุปว่าต้องมาจากตุรกีเท่านั้น

ความที่สะสมองค์ความรู้และประสบการณ์ในฐานะหนึ่งในมหาอำนาจโลกมานานถึง 624 ปี คนตุรกีจึงทำงานได้เป็นที่น่าเชื่อถือประทับใจของพวกยุโรป หลายประเทศก็เลยมาขอแรงงานจากตุรกีเข้ามาทำงานในประเทศของตนกันใหญ่ รัฐบาลตุรกีลงนามส่งแรงงานไปเยอรมนีเมื่อ ค.ศ.1961 ไปออสเตรียเมื่อ ค.ศ.1964 ไปฝรั่งเศสเมื่อ ค.ศ.1965 และไปสวีเดนเมื่อ ค.ศ.1967

ลงนามได้ 4 ปีแล้ว แรงงานกลุ่มแรก 6,800 คน ก็เริ่มไปเยอรมนีเมื่อ ค.ศ. 1965 ไปทำงานในฐานะ Gastarbeiter หรือ Guest workers ที่แปลว่า แขกผู้มาช่วยทำงาน พวกตุรกีที่ไปทำงานในตอนนั้นไม่มีใครอยากอยู่เยอรมนีดอกครับ คิดว่าไปทำงานชั่วคราวประเดี๋ยวประด๋าว ได้เงินแล้วก็หอบกลับมาใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในตุรกี

พรุ่งนี้มาว่ากันต่อครับ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th  
www.nitipoom.media  
www.facebook.com/nitipoom.thailand 

28 ส.ค. 2559 11:22 ไทยรัฐ