วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าให้คน 50 ล้านสิ้นหวัง

หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี พูดถึง “ความสง่างาม” อย่างน้อยสองครั้ง ครั้งแรกกล่าวว่า ท่านมัวแต่สนใจประเด็นเดิม ว่านายกฯมาจากไหน จะมาจากไหนก็มาเถอะ สิ่งสำคัญต้องสง่างาม ครั้งที่สอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่า ต่อให้ทำงานหนักกว่านี้และไม่ได้เงินเดือน “ผมก็จะอยู่ แต่อยู่ด้วยกลไกประชาธิปไตยให้สง่างาม แต่จะมาอย่างไรยังไม่รู้”

นับเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีแสดงท่าทีที่ค่อนข้างชัดเจนว่าจะอยู่ต่อหลังการเลือกตั้งอยู่ด้วยกลไกประชาธิปไตยจะมาอย่างไรยังไม่รู้ แต่ต้อง “สง่างาม” คำว่า “สง่างาม” อาจวัดกันได้ 2 วิธี วิธีที่หนึ่งวัดด้วย “ความถูกต้องตามกฎหมาย” วิธีที่สอง วัดด้วย “ความชอบธรรม” มีคำถามว่านายกฯ ที่เข้ามาโดยรัฐประหารมีความสง่างามหรือไม่?

ในทางกฎหมาย การยึดอำนาจด้วยรัฐประหารเป็นความผิดกฎหมายอาญา แต่เมื่อยึดอำนาจได้แล้ว คณะรัฐประหารกลายเป็น “รัฏฐาธิปัตย์” เป็นผู้กุมอำนาจตัวจริง จึงออกกฎหมายนิรโทษให้ตัวเองได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อสร้าง “ความชอบธรรม” ให้ตนและคณะก็ได้ แต่จะมีความสง่างามมากน้อยแค่ไหน สังคมคือผู้ตัดสิน

หาก พล.อ.ประยุทธ์ต้องการเป็นนายกฯที่สง่างาม เข้าตามตรอกออกตามประตู ตามกลไกประชาธิปไตย วิธีที่สง่างามที่สุดคือตั้งพรรคการเมือง ส่งสมาชิกสมัคร ส.ส. และรวบรวมเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. และ ส.ส.ให้ได้อย่างน้อย 376 เสียงขึ้นไป จะได้เป็นนายกฯตั้งแต่การเลือกรอบแรก ส่วนวิธีที่สองไม่ต้องตั้งพรรค แต่รอเป็นนายกฯคนนอก

แต่กว่าจะเป็นนายกฯคนนอกได้ จะต้องผ่านหลายด่าน ด่านแรกทำอย่างไรจึงจะเลือกนายกฯรอบแรกล้มเหลว เพื่อเปิดทางไปสู่การประชุมรัฐสภา ให้ลงมติด้วยคะแนน 2 ใน 3 คือ 500 คะแนน ยกเว้นให้เลือกคนนอกเป็นนายกฯได้ ด่านสุดท้ายคือรวบรวมเสียงจากสองสภาให้ได้เกินกึ่งหนึ่งคือ 376 เสียงขึ้นไป ออกเสียงให้เป็นนายกฯคนนอก

การเป็นนายกฯคนนอกก็ถือว่าสง่างาม เพราะได้รับเลือกจากเสียงข้างมาก ของสมาชิกทั้งสองสภา จึงถูกต้องตามกฎหมายและมีความชอบธรรม แต่อาจสง่างามน้อยกว่าวิธีแรก สวนดุสิตโพลครั้งล่าสุดถามประชาชนว่า นายกฯควรมาจากไหน 55.04% ตอบว่ามาจากพรรคหรือคนนอกก็ได้ 32.61% อยากให้มาจากพรรค มีเพียง 12.35% ที่อยากได้นายกฯคนนอก

ขอฝากถึงบรรดากองเชียร์นายกฯคนนอกทั้งหลาย อย่าเพิ่งล้ำเส้นด่วนสรุปว่านายกฯต่อไปต้องเป็นคนนอกแน่นอน ขณะนี้ยังไม่มีการเลือกตั้ง ส.ส.ยังไม่รู้ว่าพรรคต่างๆ จะส่งใครเป็นนายกฯ ยังไม่ได้หาเสียงด้วยซ้ำ การฟันธงล่วงหน้าอาจทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 50 ล้านคนเกิดอาการเซ็ง ท้อแท้และสิ้นหวังจะเลือก ส.ส. 500 คนไปทำไม เพราะไม่มีสิทธิเป็นนายกฯ.

28 ส.ค. 2559 11:11 28 ส.ค. 2559 11:11 ไทยรัฐ