วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อาหารไทย “รสแท้” ลุยโลก เผย 13 เมนู “อร่อย” ต้นแบบ

โดย ซูม

เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้รับเชิญจากสถาบันอาหารกระทรวงอุตสาหกรรมไปร่วมงานกาลาดินเนอร์ เพื่อเปิดตัวเมนูอาหารไทย 13 เมนู รสมาตรฐานไทยแท้ ที่พร้อมจะส่งไปลุยทั่วโลก ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ถนนวิทยุ

แค่อ่านจดหมายเชิญก็น้ำลายสอแล้วครับ เพราะสถาบันอาหารจะนำอาหารทั้ง 13 เมนูไปขึ้นโต๊ะให้แขกเหรื่อได้รับประทานกันอย่างหนำใจ

ได้แก่ ส้มตำ, ผัดไทย, กะเพราหมู, ต้มยำกุ้งน้ำใส, ต้มยำกุ้งน้ำข้น, มัสมั่นไก่, สะเต๊ะไก่, ลาบหมู, ต้มข่าไก่, พะแนงเนื้อ, แกงเขียวหวานไก่ พร้อมด้วยทับทิมกรอบ และ ข้าวเหนียวมูนมะม่วงน้ำดอกไม้...ล้วนแต่เป็นเมนูโปรดของผมทั้งสิ้น

เสียดายที่ผมติดภารกิจอื่นอยู่ก่อนแล้ว ไม่สามารถไปร่วมงานได้ แต่ก็ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกว่าจะเขียนถึงโครงการนี้โดยไม่ชักช้า เพราะมีความชื่นชมและเอาใจช่วยมาโดยตลอด

ได้แก่โครงการที่มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “Authentic Thai Food for the World” หรือโครงการพัฒนาและส่งเสริมอาหารไทยรสแท้สู่ชาวโลกที่สถาบันอาหารกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

เป็นโครงการที่มีความคิดริเริ่มมาจากท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่อยากจะเห็นอาหารไทยที่ส่งไปจำหน่ายทั่วโลกในรูปแบบต่างๆ มีรสชาติเป็นอาหารไทยแท้ ซึ่งท่านเชื่อว่านอกจากจะขายดีกว่าแล้ว ยังเป็นการสร้างอัตลักษณ์อาหารไทยให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ว่ารสชาติอาหารไทยที่แท้จริงเป็นอย่างไร

ทางสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม จึงนำมาค้นคว้าทดลองเพื่อกำหนดมาตรฐานจนได้เมนูนำร่องมา 13 เมนู และนำมาจัดงานกาลาดินเนอร์แนะนำอย่างเป็นทางการดังที่ผมกล่าวไว้ตอนต้น

ผมเอง ตอนอ่านข่าวโครงการนี้แรกๆก็เกิดความห่วงใย เพราะหากเราปรุงอาหารไทยแบบรสไทยแท้ๆ อย่างที่คนไทยชอบรับประทานนั้น ไม่แน่ใจว่าชาวต่างชาติเขาจะรับประทานได้หรือไม่?

โดยส่วนตัวผมยังชอบอาหารไทยประเภทประดิดประดอยแต่งเติม ดัดแปลงโน่นนี่ให้ถูกปาก ถูกลิ้นชาวต่างชาติ ซึ่งอาจจะเสียรสไทยๆไปบ้าง แต่ถ้าขายได้หรือขายดี ก็น่าจะพอใจ

เพราะถ้าร้านอาหารไทยในต่างประเทศขายดี ก็จะสั่งวัตถุดิบจากประเทศไทยไปใช้เพิ่มขึ้น เกษตรกรไทยหรือเจ้าของโรงงานแปรรูปอาหารไทย หรือวัตถุดิบอาหารไทยก็จะส่งออกได้มากขึ้นเป็นเงาตามตัว

หากไปทำอาหารรสแท้ เกิดขายไม่ออก เพราะไม่ถูกปากฝรั่งร้านอาหารไทยก็จะต้องปิดตัวเอง และบรรดาวัตถุดิบด้านอาหารต่างๆจากบ้านเราก็จะพลอยส่งออกน้อยลงไปด้วย

แต่เมื่อเร็วๆนี้ผมได้อ่านหนังสือเรื่อง “มหัศจรรย์อาหารไทยในเบอร์ลิน” ของร้านอาหาร EDD’s ในเบอร์ลิน ที่บุกเบิกอาหารไทยมาตั้งแต่ปี 1982 โดยคุณ วรรณกร เหลืองนภา และประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งในปัจจุบัน

คุณวรรณกรยืนยันว่า ร้านอาหารที่เบอร์ลินปรุงแบบรสไทยแท้ๆ กลับเป็นที่ถูกอกถูกใจชาวเยอรมันจนขายดีมาก

ผมก็รู้สึกเบาใจขึ้นว่า อาหารไทยรสแท้ก็น่าจะขายได้เช่นเดียวกัน จึงหันมาเอาใจช่วยโครงการของสถาบันอาหารอีกแรงหนึ่ง

ก็ลุยไปทั้ง 2 แบบนี่แหละครับ จะรสแท้หรือรสไม่แท้ผิดเพี้ยนไปบ้าง (แต่ก็อย่ามากนัก) ขอให้อาหารไทยขายดี ร้านอาหารไทยกว่า 20,000 ร้านทั่วโลกขายดี และวัตถุดิบเพื่อการปรุงอาหารไทยจากประเทศไทยพลอยขายดีไปด้วย ผมก็พอใจแล้วครับ

ขอขอบคุณสถาบันอาหารอีกครั้งสำหรับการคิดค้นมาตรฐานความเป็นไทยสำหรับ 13 เมนูบุกเบิกดังกล่าวและขอเอาใจช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ทั้งเงินได้ทั้งกล่อง คือขายดีโกยรายได้เข้าประเทศไทยไปพร้อมๆกับชื่อเสียงเกียรติยศได้รับความนิยมยกย่องจากทั่วโลก

ที่ผมชอบที่สุดใน 13 เมนูแรกก็คือ “กะเพราหมู” ที่พวกเรามักล้อกันว่าเป็นเมนูสิ้นคิดของคนไทย คือคิดอะไรไม่ออกก็สั่งผัดกะเพราเอาไว้ก่อน...แต่สำหรับผมชอบเป็นชีวิตจิตใจ และรับประทานได้ทุกมื้อ

ยังเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ไปพิสูจน์ว่ามาตรฐาน “กะเพราหมู” ของสถาบันอาหารกับมาตรฐานลิ้นของผมต่างกันอย่างไรบ้าง...เอาไว้โอกาสหน้าโอกาสหลังนะครับท่าน ผอ.

ซูม

28 ส.ค. 2559 10:47 28 ส.ค. 2559 10:47 ไทยรัฐ