วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดุลยภาพใหม่บนฐานอำนาจ

ต่อให้งานหนักกว่านี้ไม่ได้เงินเดือนผมก็จะอยู่ แต่อยู่ด้วยกลไกประชาธิปไตย ให้สง่างาม แต่จะมาอย่างไรก็ไม่รู้เหมือนกัน”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.บอกนัยอนาคตทางการเมืองเอาไว้อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งคงไม่ใช่แค่เส้นทางจากนี้ไปจนถึงโรดแม็ปเพื่อให้มีการเลือกตั้งเท่านั้น

แต่น่าจะอยู่ยาวต่อไปเพียงแต่จะต้องเข้าสู่ระบบภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพียงแต่ยังไม่บอกว่าจะผ่านช่องทางไหน แต่ก็พอจะมองเห็นรำไรอยู่แล้ว

พูดง่ายๆว่าเปิดประตูอ้าซ่า

ต้องไม่ลืมว่าหลังจากเข้าอวยพรวันเกิดครบรอบ 96 ปี ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และได้รับการสนับสนุนและกำลังใจจาก “ทหารแก่” ให้ทำหน้าที่ต่อไปจนสำเร็จลุล่วง

นี่จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง

ยิ่งการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร โดยเฉพาะจากกองทัพบกที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผช.ผบ.ทบ.ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ไม่ใช่ พล.อ. พิสิทธิ์ สิทธิสาร เสธ.ทบ. ซึ่งเป็นตัวเต็งมาก่อนหน้านี้

มีชื่อ พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพน้อยที่ 1 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1

ซึ่งนายทหาร 2 คนนี้หากขึ้นดำรงตำแหน่งคุมกำลังสำคัญดังที่กล่าวมานี้ย่อมทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ฐานควบแน่นอย่างแท้จริง ทั้งจากวงศ์เทวัญ บูรพาพยัคฆ์และป่าหวายแห่งกองทัพที่ 5 เพียบพร้อมอย่างรอบด้าน

ที่ชัดเจนก็คือ ทั้ง พล.อ.เฉลิมชัย และ พล.ท.อภิรัชต์ ย่อมถือว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้ชีวิตทางราชการทหารมีโอกาสเติบโตไปสู่จุดสูงสุด

“บุญคุณ” นี้เป็นเรื่องที่ลืมไม่ได้ ความภักดีจึงมีล้นเปี่ยมเท่ากับว่าจะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีความมั่นใจในดุลอำนาจที่อยู่ในมืออย่างเต็มที่

หากไม่ได้รับการแต่งตั้งก็ไม่รู้ว่าจะถูกจับไปอยู่ที่ไหน อนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไปมิอาจคาดเดาได้

เท่ากับเป็นการสอดรับกับการที่บอกว่า “ผมจะอยู่ต่อ แต่อยู่ด้วยกลไกประชาธิปไตยให้สง่างาม”

แม้ว่าการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้จะมีเปิดเผยว่าทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯต่างยืนยันว่าร่วมกันตัดสินใจและไม่มีทางที่จะทะเลาะกัน ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนก็ตาม

แต่ผลจากการแต่งตั้งย่อมทำให้ พล.อ.ประยุทธ์สามารถถือดุลกองทัพและการเมืองเหนือกว่าที่ผ่านโดยสิ้นเชิง

เพราะก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าจะดูเหลื่อมๆกันอยู่ เพราะอำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายจะผ่านข้อเสนอและความเห็นชอบจาก “พี่ใหญ่” มากกว่า

หรือแม้แต่แวดวงตำรวจ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตรดูแลรับผิดชอบทั้งหมด โดยเฉพาะการโยกย้ายแต่งตั้งแต่ละครั้งที่ผ่านมามักจะเกิดปัญหามาตลอด

แม้กระทั่งการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมเรียกร้องให้มีการดำเนินการเป็นลำดับต้นๆ แต่ก็เป็นไปอย่างล่าช้าไม่ทันใจผู้คน

มิหนำซ้ำมิอาจปฏิเสธได้ว่าก็ไม่ต่างไปจากบริบทที่นักเลือกตั้งบริหารประเทศ

แล้วอุปสรรคปัญหามันมาจากไหนเล่าคงไม่ต้องบอก

ล่าสุดมีข่าวว่าก่อนที่จะเดินหน้าปฏิรูปตำรวจอย่างเป็นรูปธรรมการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจต่อไปนี้ พล.อ.ประยุทธ์จะขอเข้าไปดูด้วยตนเองเพื่อไม่ให้มีปัญหาอย่างที่ผ่านมา

เพราะถ้าหากนายกฯสามารถทำให้การโยกย้ายแต่งตั้งไร้ปัญหา มีความถูกต้องเหมาะสมและเกิดความเป็นธรรม

ถือว่าเป็นการเริ่มต้นปฏิรูปตำรวจและสร้างความพึงใจให้กับสังคม.

สายล่อฟ้า

28 ส.ค. 2559 10:23 28 ส.ค. 2559 10:23 ไทยรัฐ