วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิถีประชาธิปตาย

แนวความคิดเรื่องของ ประชาธิปไตย ในแต่ละสถานการณ์ มีความแตกต่างกันตามเพศ อายุ และวัย ความสำนึกในประชาธิปไตยแม้ประเทศที่มีประชาธิปไตยมานับร้อยปี บางครั้งก็ยังสับสนและขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง จึงต้องมีการ ดีเบต แสดงความคิดและทัศนคติให้ประชาชนตัดสินใจว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ซึ่งบางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องความถูกผิด เช่นการหาเสียงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนี้ คู่แข่งมีเพียง สองคนสองพรรคทำให้ประชาชนตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

การดีเบตถือว่าเป็นการต่อสู้กันด้วยแนวความคิด เป็นไปตามวิถีของประชาธิปไตย ใครที่สามารถชี้แจงเหตุผลให้ชาวบ้านได้เข้าใจมากกว่ากันก็จะได้รับชัยชนะไป ไม่ต้องมากังวลว่าจะมีการซื้อเสียง หรือหาทางป้องกันการซื้อเสียงหรือทุจริตการเลือกตั้งอย่างที่ร่างรัฐธรรมนูญของประเทศไทยกำลังต่อรองกันว่า ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมจะเป็นผลดีหรือผลเสียต่อพรรคการเมืองอย่างไร จะทำให้ประเทศไทยต้องมีพรรคเล็กพรรคน้อยมากขึ้น มีช่องทางในการต่อรองและเรียกรับผลประโยชน์กันมากขึ้น

การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มจำนวน สนช.จาก 220 คนเป็น 250 คนเพียงเหตุเพราะว่า มีกฎหมายปฏิรูปและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจะต้องเข้าสภา เลยต้องเพิ่มปริมาณ สนช. ซึ่งก็แสดงว่าทุกวันนี้การทำงานของสภา คำนึงถึง ปริมาณมากกว่า คุณภาพ และใช่ว่าการเพิ่มจำนวน สนช.มากขึ้นแล้วจะทำให้ กฎหมายได้รับการพิจารณาเสร็จเร็วขึ้น อยู่ที่ความตั้งใจของ สนช. มากกว่า จะ 100 คน 200 คนหรือ 300 คนไม่ใช่ประเด็น

วิธีการที่หักด้ามพร้าด้วยเข่า ใช้อำนาจพิเศษ แก้ไขกฎ ระเบียบและวิธีการตามอำเภอใจ ถึงจะขานชื่อว่าเป็นอำนาจตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว แต่ก็ไม่ใช่อำนาจที่ได้รับฉันทามติจากประชาชนอยู่ดี

วันนี้วิถีประชาธิปไตยในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปไม่คำนึงถึงกรอบและวิธีการตาม หลักประชาธิปไตย อะไรก็ได้ให้อยู่ในรัฐธรรมนูญ หรือเป็นกฎหมายก็แล้วกัน นึกอยากจะได้อะไรก็ไปบรรจุกันไว้ในรัฐธรรมนูญ ต้องการจะทำอะไรก็ไปเขียนไว้ในกฎหมาย

ก็ถือว่าเป็นการถูกต้องชอบธรรมแล้ว

อำนาจสามฝ่าย นิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ กลายเป็นอำนาจสมมติ หรืออำนาจเทียม อำนาจที่แท้จริงคืออำนาจพิเศษที่ใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน

ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงที่มาและวิธีการ

ต่อไปนี้ จะเป็น รัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจหรือรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลที่มาจากการแต่งตั้ง ก็ถือว่า เป็นรัฐบาลที่ชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยได้เช่นกัน

การแปลงเจตนารมณ์ในหลักการของระบอบประชาธิปไตยทุกวันนี้ จะเป็นอันตรายสำหรับการเมืองการปกครองในวันข้างหน้า เช่น สามารถที่จะชุมนุมล้มรัฐบาลและตั้งรัฐบาลขึ้นมาได้เอง อย่างถูกต้องชอบธรรม.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com 

28 ส.ค. 2559 10:15 28 ส.ค. 2559 10:15 ไทยรัฐ