วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ท้า‘บิ๊กตู่’ตั้งพรรค

รอให้ส.ว.ลากตั้งไม่สง่า สนช.ย้อนนักการเมือง วันหนึ่งจะกวักมือเรียก

ตั้งพรรคการเมืองลงสนามมาเลย นักการเมืองท้า “บิ๊กตู่” พท.ย้อนปากบอกไม่เล่นการเมือง แต่พฤติกรรมสวนทาง ระบุจะเป็นนายกฯต่อ ต้องลงสนามเลือกตั้งและชนะด้วยเสียงข้างมาก ถ้าพิงหลัง ส.ว.ลากตั้งกระเตงเข้ามาไม่สง่างาม ขาดความชอบธรรม ยันนักการเมืองไม่เคยกลัวเมื่อถึงเวลาปี่กลองเชิด แต่กติกาต้องแฟร์ “ปึ้ง” หันหอกจี้พวกเดียวกัน แนะนักการเมืองปฏิรูปตัวเองด้วย อย่าเล่นหยุมหยิมให้ชาวบ้านรำคาญ ปชป.ร่วมดักคอตีปลาหน้าไซอย่าใช้ออปชั่น ส.ว.ลากตั้ง เจอครหาสืบทอดอำนาจ ถอดรหัสคำพูดนายกฯ มีเซ็ตซีโร่แน่ ด้าน “พีระศักดิ์” ย้อนแย้งนักการเมือง วันหนึ่งอาจเป็นคนกวักมือเรียก “บิ๊กตู่” เข้ามาเอง ส่วน “วันชัย” แนะนายกฯอย่าหวั่นไหวคำเสี้ยมเหน็บแนมนักการเมือง ระบุไม่จำเป็นต้องตั้งพรรคให้เปลืองตัว นั่งนิ่งๆรอ ส.ว.ลากตั้งหามเสลี่ยงมาอัญเชิญเป็นนายกฯคนนอก โพลยังให้น้ำหนักนายกฯ จากบัญชีพรรคการเมืองมากกว่าคนนอก

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เอ่ยวลีเด็ด วรรคทอง เมื่อวันที่ 26 ส.ค. จะอยู่ต่อไปด้วยกลไกประชาธิปไตยให้สง่างาม จนเกิดเสียงซุบซิบแกมตั้งคำถามว่า จะอยู่อย่างไร ด้วยวิธีการไหน และจะยาวนานแค่ไหน หรือหมายความว่าจะเป็นนายกฯอีกครั้งหลังการเลือกตั้งครั้งหน้านั้น

พท.จี้ “บิ๊กตู่” ตั้งพรรคลงเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปรยว่าจะอยู่เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปตามกลไกประชาธิปไตยว่า พล.อ.ประยุทธ์เคยพูดมาตลอดว่าไม่อยากเล่นการเมือง แต่ตอนนี้เปลี่ยนไป พฤติกรรมขณะนี้กำลังเล่นการเมืองอยู่ชัดเจน ส่วนตัวเห็นว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกฯต่อต้องทำให้เห็นว่าไม่ได้มาจากคนนอก ถึงจะดูดี ถ้ายังถูกมองว่าต่อท่ออำนาจ มาด้วยกลไกพิเศษ จะไม่สง่างาม ไหนๆร่างรัฐธรรมนูญก็ผ่านประชามติมาแล้ว ก็ควรที่จะตั้งพรรคการเมืองไปเลย แล้วลงสนามเล่นตามกติกา ถ้าชนะได้เสียงข้างมากจากประชาชน แบบนั้นทุกฝ่ายจะยอมรับ แต่ถ้าใช้กลไก ส.ว.ลากตั้งกระเตงกันไปก็จะขาดความชอบธรรม อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์พิสูจน์ตัวเองผ่านสนามเลือกตั้ง จะได้รู้กันไปเลยว่าตลอดระยะเวลาที่บริหารประเทศมาและที่จะทำต่อไปจนครบโรดแม็ปเป็นเวลา 4 ปี ประชาชนเขาคิด อย่างไร เพราะการทำประชามติที่ผ่านมายังไม่ได้ชี้ชัดว่าประชาชนต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ

อย่าใช้ 250 ส.ว.ลากตั้งคอยดันหลัง

นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า ตามกระบวนการที่มีอยู่ถ้าให้ ส.ว. 250 คน ที่มาจาก คสช.ดันหลังให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ จะสง่างามได้อย่างไร จุดนี้จะเป็นจุดที่โดนโจมตีอย่างหนัก ดังนั้นถ้าต้องการความสง่างาม พล.อ.ประยุทธ์ต้องตั้งพรรคการเมือง ลงสู่สนามเลือกตั้ง ประกาศนโยบายให้ประชาชนทั้งประเทศเป็นผู้ตัดสินว่าจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯหรือไม่ ไม่ใช่ให้ ส.ว.ลากตั้งลากมาเป็นนายกฯ

ถ้าลงสนามนักการเมืองไม่เคยกลัว

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ดูจากอาการตั้งแต่ร่างรัฐธรรมนูญ ทำประชามติ และอีกหลายเรื่อง มันไม่เกินความคาดหมายที่ พล.อ.ประยุทธ์จะประกาศอย่างนั้น คิดอยู่ในใจนานแล้วเป็นโรดแม็ปที่เขาวางไว้เป็นอย่างนั้น เวลานี้เริ่มชัดขึ้นยุทธศาสตร์ชาติไหนๆทำออกมาแล้ว ถ้าไม่อยู่ไม่สามารถทำได้อย่างนั้น ก็ต้องคุมเอง อย่างนั้นไม่ถูกใจ แต่บอกไว้เลยว่าถ้ามาเป็นนักการเมืองความแน่นอนไม่มี เมื่อถามว่า ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์จะส่งผลให้นักการเมืองหวั่นไหวหรือไม่ในการเลือกตั้ง นายชัยเกษมตอบว่า การเมืองไม่มีใครกลัวใคร เพราะทุกอย่างอยู่ที่ประชาชน บางทีคนที่วางแผนเอาไว้ อาจคิดว่าจะเป็นอย่างนั้น แต่สุดท้ายอาจไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ก็ได้ เพราะฉะนั้นไม่มีใครวิตกกังวลเท่าไหร่ ถ้าทุกอย่างออกมาแฟร์ การเลือกตั้งแฟร์ ตนคิดว่านักการเมืองไม่มีใครกลัวใคร ไม่ว่าพรรคไหนก็ตาม

กล้าๆโชว์ตัว ชูนโยบายให้ชัด

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์อยากสง่างาม ก็ให้ตั้งพรรคการเมืองรวบรวมสมาชิกพรรคขึ้นมาเลย คิดว่าคงมีคนพร้อมใจสมัครเป็นจำนวนมาก แล้วประกาศรายชื่อผู้ที่จะเป็นนายกฯ ออกนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง และเสนอชื่อเป็นนายกฯในการเลือกครั้งแรก ไม่ต้องรอการเลือกนายกฯรอบสอง จะเป็นความสง่างามตามรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ส่วนกรณีการเพิ่มจำนวนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นว่าไม่มีความจำเป็น ที่ผ่านมา สนช.ผ่านกฎหมายได้เป็นจำนวนมาก การเพิ่มจำนวนดังกล่าวนอกจาก สนช. 30 คนแล้ว ยังมีทีมงานที่ต้องเข้ามาอีกจำนวนมาก ถือเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ

ตามอัดเพิ่ม สนช.ปูนบำเหน็จ

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี สนช.มีมติเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 เพิ่มจำนวน สนช. จาก 220 เป็น 250 คนว่า การอ้างว่าตั้ง สนช.เพื่อเร่งรัดการร่างกฎหมายลูก 10 ฉบับฟังแล้วไม่น่ามีน้ำหนัก เพราะ สนช. ที่มีอยู่ก็ทำหน้าที่ได้อยู่แล้วที่ผ่านมาเมื่อมีกฎหมายเข้าสภาฯ สนช.ก็ไม่ได้แก้อะไรมาก และต่อให้ตั้งอนุกรรมาธิการพิจารณากฎหมายลูกพร้อมกัน 10 ฉบับ ฉบับละ 15 คน ก็ยังมีคนพออยู่ ส่วนตัวมองว่าการเพิ่มจำนวนดังกล่าวเพื่อรองรับข้าราชการที่เคยทำงานร่วมกับ คสช.และกำลังจะเกษียณอายุราชการ เหตุผลนี้น่าจะมีน้ำหนักมากกว่า เพราะถือเป็นบำเหน็จความชอบคนที่เคยร่วมงานกัน

“ปึ้ง” จี้นักการเมืองปฏิรูปตัวเอง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ กล่าวว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะกลับมาเป็นนายกฯอีกอย่างสง่างามตามวิถีทางประชาธิปไตยภายใต้กฎกติกาตามรัฐธรรมนูญ ก็ขอแสดงความยินดีและขอต้อนรับ และเห็นว่าวันนี้นักการเมืองไม่ควรที่จะไปพะว้าพะวงอยู่กับกฎกติกาตามรัฐธรรมนูญมากนัก เพราะจะทำให้ประชาชนรู้สึกเบื่อหน่ายรำคาญใจและมองว่าพวกเรานักการเมืองเล่นไม่เลิก เอาแต่คอยออกมาติติงแต่เรื่องที่ดูหยุมหยิมไร้สาระ วันนี้นักการเมืองควรจะสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นกับประชาชน เพราะตกเป็นจำเลยของสังคมเอาแต่ทะเลาะเบาะแว้ง นักการเมืองต้องหันมาปฏิรูปปรับปรุงและพัฒนาตนเองเพื่อสร้างความศรัทธาให้กลับคืนมา ควรออกไปเยี่ยมเยียนชาวบ้านเพื่อจะได้รวบรวมข้อมูลจัดเตรียมทำนโยบายของพรรค เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์น่าจะอนุญาต เพราะตามโรดแม็ปก็จะให้มีการเลือกตั้งในปี 2560 อยู่แล้ว

ติง “สมคิด” อย่าบิดเบือนตรรกะ ศก.

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า การส่งออกที่แท้จริงในปีนี้ติดลบตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา และหากนับปีที่แล้วก็จะติดลบ 19 เดือนติดกันแล้ว เท่ากับตลอดช่วงการบริหารงานของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ยังแก้ไขไม่ได้ แต่กลับออกมาบอกว่าเศรษฐกิจไทยยืนได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพิงการส่งออก ซึ่งไม่น่าจะใช่แนวคิดทางเศรษฐกิจที่ถูกต้อง เพราะการส่งออกมีสัดส่วนถึง 70 เปอร์เซ็นต์ สูงสุดของรายได้ประชาชาติ หากรัฐบาลไม่สามารถฟื้นการส่งออกได้เศรษฐกิจไทยก็จะโตได้น้อย และจะไม่มีแรงขับเคลื่อน รัฐบาลควรเร่งฟื้นฟูการส่งออกและการลงทุน ไม่อยากให้เสนอแนวคิดที่บิดเบือน หากนักลงทุนต่างประเทศไม่เชื่อมั่น ปัญหาเศรษฐกิจก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขอฝากคำถามไปถึงทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า เศรษฐกิจจะโตอย่างต่อเนื่องได้อย่างไรถ้าการส่งออกไม่ฟื้นและการลงทุนไม่เพิ่ม จะหวังพึ่งแต่การลงทุนภาครัฐและการท่องเที่ยวจะสามารถขยายเศรษฐกิจให้ยั่งยืนได้หรือไม่ หากตอบไม่ได้ก็สมควรแล้วที่จะมีการปรับ ครม. เศรษฐกิจ

ช่วยดูแลปากท้องชาวบ้านบ้าง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลประจำปี 2559 และการขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฯ ให้มีสมาชิก สนช.ไม่เกิน 250 คนว่า ประชาชนลุ้นและเอาใจช่วยให้ผู้มีอำนาจและเครือข่ายบริหารความขัดแย้งภายในให้ลงตัว จะได้หันมาดูแลและแก้ไขปัญหาของประเทศและประชาชนบ้าง เมื่อพวกท่านประสบความสำเร็จในการเปิดตำแหน่งให้มากขึ้น ทั้งการรองรับข้าราชการทหารที่เกษียณ หรือปลอบใจคนอกหักที่พลาดตำแหน่งสำคัญในกองทัพ คงทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มพวกท่านลดลงไปได้บ้าง จะได้มีเวลาหันมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ข้าวยากหมากแพง พืชผลการเกษตรราคาตกต่ำ แค่ 2 สัปดาห์ราคาข้าวตกลงอย่างมาก ขณะที่โลกขาดแคลนและต้องการข้าว ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งกระทบคนในหลายพื้นที่ รวมถึงคนกรุงเทพฯและปริมณฑล อย่ามุ่งแก้ปัญหาให้แต่พวกพ้องของท่านแต่ต้องแก้ปัญหาและช่วยเหลือประชาชนด้วย

ปชป.ดักคอใช้ ส.ว.ลากตั้งไม่สวย

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ระบุว่า จะอยู่ต่อตามกลไกประชาธิปไตยว่า ต้องถามว่าทำไมนายกฯคิดเช่นนั้น เพราะผลโพลพบว่าประชาชนชื่นชม ชื่นชอบ และเห็นว่าท่านมีผลงาน เมื่อท่านอยากทำงานต่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ก็ต้องสนับสนุน เพราะนักการเมืองที่มีอยู่มันเลวหมด มีแต่คนไม่ดี สังคมไม่ไว้วางใจ เมื่อนายกฯประกาศเช่นนี้ตามกลไกมีอยู่ 2 ประตู คือ 1.ให้ท่านตั้งพรรคการเมืองและประกาศตัวให้พรรคการเมืองนั้นเสนอชื่อท่านเป็นนายกฯตามบัญชีว่าที่นายกฯ 3 ชื่อ อย่างนี้ถือว่าถูกต้องและสง่างามที่สุด 2.เข้ามาโดยเป็นนายกฯคนนอกช่องทางนี้แม้ทำได้ แต่ไม่สง่างามเหมือนช่องทางแรกเพราะอาจถูกครหาว่าสืบทอดอำนาจ แต่ไม่ถือว่าผิดกติกาเพราะมีกฎหมายรองรับ เพราะผ่านประชามติแล้วจึงต่อว่าท่านไม่ได้

จี้ใช้ ม.44 สั่งแม่น้ำ 5 สายอย่าโลภ

นายนิพิฏฐ์กล่าวด้วยว่า อยากขอให้นายกฯใช้คำสั่งมาตรา 44 สั่งให้คนในแม่น้ำ 5 สายทั้งหมด รับเงินเดือนหรือผลตอบแทนทางเดียว เพราะที่ผ่านมานักการเมืองที่ถูกตราหน้าว่าเลว ก็รับเงินเดือนทางเดียว เช่น ถ้าเป็นรัฐมนตรีก็ต้องสละเงินเดือน ส.ส.รับเงินเดือนรัฐมนตรีเพียงตำแหน่งเดียว หากจะปฏิรูปก็ขอให้เริ่มต้นโดยการปฏิรูปเรื่องใกล้ตัวเองก่อน สิ่งที่ขอนี้ขอตามหลักการของช่วงก่อนการปฏิรูป ที่เรารับเงินเดือนทางเดียว แต่พอเข้าสู่ยุคปฏิรูป เขากลับรับเงินเดือน 2 ทาง เพราะคนที่เป็นทั้ง สนช. สปท. ครม. กรธ. และ คสช. ส่วนใหญ่สวมหมวกหลายใบกันทั้งสิ้น

ชี้สัญญาณนายกฯโยงปมเซ็ตซีโร่

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุว่าจะอยู่ต่อด้วยกลไกประชาธิปไตยว่า ไม่แปลกใจ และคิดว่ากรณีการเซ็ตซีโร่พรรคการเมืองเกี่ยวพันกันแน่นอน เพื่อเปิดทางให้มีการตั้งพรรคการเมืองที่ตั้งใหม่ที่สนับสนุนทหารเข้ามาแข่งขันกับพรรคการเมืองเดิม แต่ยืนยันว่าตนยังสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้เป็นนายกฯ หากพรรคประชาธิปัตย์ได้รับการเลือกตั้งมีเสียงมากเป็นอันดับหนึ่งในการตั้งรัฐบาล ส่วนใครหรือพรรคการเมืองใดจะเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯก็สุดแล้วแต่

“ไก่อู” แจงย้ำเจตนารมณ์ “บิ๊กตู่”

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวในงานมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ วันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า “ต่อให้งานหนักกว่านี้ ไม่มีเงินเดือนก็จะอยู่ แต่อยู่ด้วยกลไกประชาธิปไตยให้สง่างาม” ว่า ไม่อยากไปแปลใจความ แต่เท่าที่ เคยฟังนายกฯ ชี้แจงกับข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ ชัดเจนว่าจะทำงานตามโรดแม็ป ตราบใดที่ยังมีความสงบเรียบร้อย ทุกอย่างก็เป็นตามนั้น มีการเลือกตั้ง ก็หมดหน้าที่ของเรา แต่หากระหว่างนี้มีความพยายามสร้างความวุ่นวาย ต้องทำให้สงบเรียบ ร้อยก่อน ถึงจะสามารถเกิดการเลือกตั้งได้ นายกฯเคยตอบคำถามเหล่านี้ชัดเจนแล้วว่า ประเด็นทางการเมือง ใครจะเป็นนายกฯ ใครจะอยู่ต่อ อยู่สั้น อยู่ยาว ท่านไม่อยากไปคิด และไม่อยากไปชี้แจง ตอบโต้ ตอนนี้หน้าที่ของท่าน คือนายกฯและหัวหน้า คสช. ทำงานตามโรดแม็ปให้เต็มกำลัง เรื่องวันหน้าก็เป็นเรื่องของวันข้างหน้า ใครจะว่าอย่างไรก็ว่าไป เมื่อถามว่า นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า คำพูดนายกฯ เป็นเพราะผลสำรวจความคิดเห็นต่างๆ มีคะแนนนิยมดี

พล.ต.สรรเสริญ ตอบว่า นายกฯไม่รู้สึกอินไปกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ท่านมีหน้าที่อย่างเดียวคือการทำตรงนี้ให้เป็นไปตามที่ได้พูดไว้กับพี่น้องประชาชน ทำวันนี้ให้ได้ นั่นคือความปรารถนาที่สุดของท่าน

ย้อนนักการเมืองอาจกวักมือเอง

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. คนที่ 2 กล่าวถึงกรณีหลายฝ่ายกำลังจับตา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จะกลับมาเป็นนายกฯ คนนอกหลังการเลือกตั้งว่า กลไกของร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการประชามติมีข้อดี สามารถปลดล็อกมาตรา 7 ในอดีตที่เป็นชนวนให้เกิดการเดินขบวนประท้วง โดยกำหนดให้เลือกนายกฯนอกบัญชี หากฝ่ายการเมืองตกลงกันไม่ได้ ส่วนที่ฝ่ายการเมืองกังวลว่า พล.อ.ประยุทธ์จะกลับมาเป็นนายกฯ อีกนั้น คงไม่ต้องไปกังวล ถ้าหากกลไกของรัฐธรรมนูญใหม่เดินไปตามระบบกติกา ถึงเวลานั้นหากนักการเมืองตกลงกันไม่ได้แล้ว เรตติ้งความนิยม ความศรัทธาของ พล.อ.ประยุทธ์ยังดีอยู่ พรรคการเมืองเอง อาจจะคำนึงถึงเสียงเรียกร้องประชาชน แล้วเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯก็ได้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมานายกฯพูดมาตลอดว่าจะไม่ตั้งพรรคการเมืองลงเลือกตั้ง ท่านไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ ซึ่งตนเชื่อแบบนั้น

“วันชัย” แนะ “บิ๊กตู่” อย่าตั้งพรรค

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า อย่าไปตกอกตกใจกับคำเสี้ยมเหน็บแนมตามสันดานนักการเมือง คำพูดนักการเมืองไม่เคยจริงใจกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ อยู่แล้ว ถามว่าวันนี้จำเป็นหรือไม่ที่ พล.อ.ประยุทธ์จะมาตั้งพรรคการเมืองลงเลือกตั้งเอง ตนคิดว่าไม่จำเป็น ถ้ารัฐสภา ส.ส. และ ส.ว.สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ท่านก็ควรจะรับ อย่าปฏิเสธ ถือเป็นความสง่างามในรัฐสภา เพราะ ส.ส. หรือ ส.ว. มีทั้งตัวเเทนประชาชนจาก สาขาอาชีพ ต้องใช้เสียงข้างมากของคนเหล่านี้ ไม่ใช่เลือกกันส่งเดช

รอ ส.ว.ชงนิ่มๆเสียบจังหวะสอง

“หากท่านตั้งก็เท่ากับว่า กำลังจะเดินไปสู่หลุมพรางทางการเมือง อาจไปไม่ถึงดวงดาว อาจจะถูกโจมตีกล่าวหาต่างๆนานา โดยสะดุดขาตัวเองเปล่าๆ มีอดีตให้เห็นเป็นตัวอย่างว่าคนที่ทำการปฏิวัติแล้วตั้งพรรคลงเล่นการเมือง ไม่เคยไปรอด ล้มกลางคันเเทบทุกราย หรือ พล.อ.ประยุทธ์จะดูตัวอย่างสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษก็ได้ ที่ไม่จำเป็นต้องลงเลือกตั้ง แต่ก็อยู่เป็นนายกฯ ถึง 8 ปี ขอให้บริหารจัดการประนีประนอมอำนาจทั้งในและนอกสภาให้ได้ ทุกฝ่ายก็น่าจะเดินได้ ดูจากผลประชามติประชาชนสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์กลายๆอยู่แล้ว หากนับจากวันนี้ยิ่งสร้างผลงานไปเรื่อยๆ ถึงเวลาเลือกตั้งจะมีเสียงเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ สานต่อภารกิจต่อไปอีก 4 ปีแน่ๆ” นายวันชัยกล่าว

กรธ.คาดส่งร่างให้ศาล รธน. 29 ส.ค.

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรธ.จะนัดประชุมกันในวันที่ 29 ส.ค. เพื่อหาข้อสรุปและตรวจทานร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้ง หลังจากที่ได้ปรับแก้ให้สอดคล้องกับคำถามพ่วงไปแล้ว โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ฝากการบ้านให้ กรธ. แต่ละคนสำรวจและพิจารณาความเห็นของบุคคลต่างๆ ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยต่อการปรับปรุงบทบัญญัติมาตราดังกล่าว หากพบความบกพร่องของถ้อยคำ ก็ให้มาบอกเพื่อจะได้แก้ไขให้เกิดความชัดเจน ส่วนตัวคิดว่าหากไม่มีอะไรต้องแก้ไขจะสามารถส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ในวันที่ 29 ส.ค. สำหรับการเขียนคำปรารภเพื่อใช้สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น นายมีชัยได้ฝากให้ฝ่ายเลขานุการ กรธ. ไปพิจารณาทำเนื้อหาว่าจะเติมข้อความอย่างไร โดยรายละเอียดจะเป็นการเติมข้อความที่เกี่ยวเนื่องกับผลการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และเนื้อหาที่ประชาชนให้การยอมรับคำถาม ประกอบฯ ทำให้ต้องปรับแก้ในบทเฉพาะกาลไปจากเนื้อหาเดิมที่ กรธ.ได้ทำมา

กกต.ร่าง ก.ม.ลูกเสร็จแล้ว 2 ฉบับ

นายบุญส่ง น้อยโสภณ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับว่า ล่าสุด ร่างเสร็จแล้ว 2 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยสาระสำคัญของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองนั้นจะทำให้จัดตั้งพรรคยากขึ้น และยุบพรรรคยากเช่นเดียวกัน โดยจะสามารถยุบได้จาก 2 สาเหตุเท่านั้น คือ พรรคการเมืองที่มีเจตนา ล้มล้างระบอบประชาธิปไตย และพรรคการเมืองที่ปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อหลักประชาธิปไตย โดยทั้ง 2 ฉบับจะนำเข้าที่ประชุม กกต.พิจารณาในวันที่ 29 และจะทยอยส่งให้ กรธ.พิจารณาได้ก่อน ส่วนฉบับที่ยังร่างไม่เสร็จ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาให้สอดคล้องและมีความเหมาะสมกับรัฐธรรมนูญ ที่ได้กำหนดให้ กกต.มีทั้งหมด 7 คน ส่วน ส.ว.ถือเป็นฉบับที่ต้อง ระมัดระวัง เพราะวิธีการได้มาซึ่ง ส.ว.มีความซับซ้อน

โพลชี้นายกฯ ควรมาจากพรรคการเมือง

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,167 คน ระหว่างวันที่ 22-26 ส.ค. เรื่องประชาชนคิดอย่างไรกับการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรี เมื่อถามความเห็นเรื่องนายกฯคนนอก พบว่าร้อยละ 76.69 เป็นเรื่องสำคัญที่คนสนใจ อยากรู้จะมีนายกฯคนนอกจริงหรือไม่ ร้อยละ 70.61 เป็นวิธีการสรรหารูปแบบใหม่ ที่ทำให้พรรคการเมืองและนักการเมืองได้รับ ผลกระทบ และร้อยละ 67.52 ควรให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและเป็นหน้าที่ของฝ่ายที่เกี่ยวข้องพิจารณา เมื่อถามว่าประชาชนคิดว่านายกฯควรมาจากที่ใด พบว่า ร้อยละ 55.04 คน จากพรรคการเมืองหรือคนนอกก็ได้ เพราะขึ้นกับตัวบุคคล หากเป็นคนดี มีความสามารถก็ควรให้โอกาส แต่ขอให้เป็นประชาธิปไตย ร้อยละ 32.61 มาจากพรรคการเมืองที่เสนอชื่อเข้ามา เพราะเป็นวิธีสากล ไทยใช้วิธีนี้มานาน จะได้เป็นผู้แทนที่มาจากการพรรคการเมืองอย่างแท้จริง และร้อยละ 12.35 มาจากคนนอกที่มีการเสนอชื่อเข้ามา เพราะเปิดโอกาสให้คนนอกที่มีความสามารถเข้ามาทำงาน อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง อยากให้แต่ละพรรคเว้นวรรค

เชื่อบ้านเมืองกำลังเดินถูกทาง

เมื่อถามว่าประชาชนพึงพอใจสภาพการเมืองไทยขณะนี้มากน้อยเพียงใด พบว่า ร้อยละ 37.68 ค่อนข้างพอใจ เพราะการเมืองไทยกำลังเดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดี มีการตรวจสอบ ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 33.77 ไม่ค่อยพอใจ เพราะ ยังขาดความสามัคคี ถูกปิดกั้น ควบคุมสิทธิเสรีภาพ ร้อยละ 15.40 ไม่พอใจ เพราะปัญหาการเมืองฝังราก ลึกมานาน มุ่งหวังแต่อำนาจและผลประโยชน์ และร้อยละ 13.15 พอใจมาก เพราะรัฐบาลควบคุมดูแล เข้มงวด ไม่มีความวุ่นวาย ต่างชาติให้ความเชื่อมั่นมากขึ้น กำลังจะมีการเลือกตั้ง

มาตรา 44 ยังจำเป็นต้องมีอยู่

ขณะที่กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง ความจำเป็นของมาตรา 44 กับสถานการณ์บ้านเมือง หลังผ่านการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,176 คน พบว่า ร้อยละ 75.0 เห็นว่ามาตรา 44 ยังจำเป็นกับสถานการณ์บ้าน เมืองในปัจจุบัน ร้อยละ 19.0 เห็นว่าไม่จำเป็น และ ร้อยละ 6.0 ไม่แน่ใจ เมื่อถามว่ามาตรา 44 จะสร้าง ความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ให้แก่นานาประเทศหรือไม่ พบว่าร้อยละ 56.2 เห็นว่าจะสร้างความเชื่อมั่น ร้อยละ 30.4 เห็นว่าจะไม่สร้างความเชื่อมั่น และร้อยละ 13.4 ไม่แน่ใจ และเมื่อถามว่าวิตกกังวลมากน้อยเพียงใดต่อ สถานการณ์ความไม่สงบต่างๆ เช่น เหตุระเบิด การก่อการร้าย ในประเทศไทย พบว่าร้อยละ 53.5 วิตกกังวลค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ร้อยละ 42.4 วิตกกังวลค่อนข้างมากถึงมากที่สุด และร้อยละ 4.1 ไม่แน่ใจ

“บิ๊กจิ๋ว” งดจัดงานเลี่ยงขัดแย้ง คสช.

พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์ หรือ เสธ.หมึก คนสนิทของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ชวลิตยกเลิกการสนทนาธรรมกับเจ้าอาวาสวัดยานนาวาในวันที่ 27 ส.ค.ว่า มีคำสั่ง จาก คสช. เป็นหนังสือส่งมาที่บ้านพักของ พล.อ.ชวลิต เนื้อหาขอร้องให้ พล.อ.ชวลิตเลื่อนการสนทนาธรรมไปก่อน เมื่อ พล.อ.ชวลิต เห็นหนังสือดังกล่าวแล้วก็ไม่อยากเกิดความขัดแย้ง หรือมีปัญหากับทาง คสช. จึงตัดสินใจดังกล่าว จริงๆแล้วท่านก็ไม่ได้จะไปทำอะไร แค่ต้องการไปสนทนาธรรมกับพระอาจารย์ที่วัด สาเหตุที่เลือกวัดยานนาวาก็เพราะว่าวัดเป็นศูนย์กลางของประชาชน เป็นสถานที่ที่ประชาชนพักใจ

เสวนาทบทวนประวัติศาสตร์ปาหี่

วันเดียวกัน เวลา 13.00 น. ที่ห้อง 803 อาคาร อเนกประสงค์ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ มีการจัดเสวนา “ขบวนการประชาธิปไตยไทย จะไปต่ออย่างไรดี” มีแกนนำกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้าน คสช. ทั้งกลุ่มมวลชน และเอ็นจีโอ เข้าร่วม นายบริบูรณ์ เกียงวรางกูร แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงบ้านโป่ง จ.ราชบุรี กล่าวว่า ผลประชามติที่ออกมา เป็นการเกี้ยเซี้ยของฝ่ายผู้มีอำนาจ เพื่อให้ได้กลับไปเป็น ส.ส. การเกี้ยเซี้ยของฝ่ายนำแต่ละฝ่าย เกิดขึ้นมานานแล้ว ที่ผ่านมาคนเสื้อแดงจึงถูกนักการเมืองหลอก และร้อยละ 90 ของคนเสื้อแดง ยังเป็นเพียงนักต่อสู้เพื่อนักการเมือง ขณะนี้ฝ่ายผู้มีอำนาจกำลังพยายามกำจัดคนเสื้อแดงให้สลายไปจากสังคม ครั้งหนึ่งเคยเดินทางไปคุยกับคนระดับซุปเปอร์บิ๊กที่ต่างประเทศ เขาชงกาแฟให้กิน แล้วบอกว่าให้เราหยุดก่อน สู้ไปก็หมดเงิน ไม่ก็ตาย สิ่งที่เห็นทุกวันนี้จึงเป็นปาหี่ และข่าวลวง คนที่ติดคุก สุดท้ายก็ไม่มีใครติดคุกจริงๆ ดังนั้นอนาคตใครจะสู้ต่อ ต้องเป็นนักสู้เพื่อประชาธิปไตยจริงๆ ไม่ใช่เพื่อนักการเมืองอีกต่อไป แนวทางที่ควรทำคือเพาะหว่านเชื้อประชาธิปไตยลงไปในหมู่นักเรียน นักศึกษา ให้คนเหล่านี้เข้าร่วมกับคนเสื้อแดง ในกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในคอนโทรลนักการเมืองให้ได้

ปรับรูปแบบสร้างพลังมวลชน

นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นศ.คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ กล่าวว่า ที่ผ่านมาคนถอดใจไปมีเยอะ จากนี้กลุ่มที่ทำกิจกรรมเคลื่อนไหว ต้องมาพบปะพูดคุยกัน ถือเป็นช่วงเวลาที่เติมเต็มใจกัน ต้องรักษาการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์แนวใหม่ไว้ ปรับวิธีให้ดึงคนออกมาร่วมให้มากขึ้น กิจกรรมที่มีพื้นฐานง่ายๆอาจจะต้องทำ เพื่อเป็นกระแสหล่อเลี้ยงมวลชน ใช้เทคนิค ไม่ให้ถูกจับจากหน่วยงานความมั่นคงของ คสช. แม้ไม่คิดชวนคนให้มาจับอาวุธต่อสู้ หรือสามารถทำให้คนออกมาไล่ทหารได้เหมือนปี 35 แต่ก็จะใช้กลไกของเขามาทำลายตัวเขาเอง

ไฟเขียว “ไผ่ ดาวดิน” เรียนต่อ

พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี รองหัวหน้ากองยุทธการมณฑลทหารบกที่ 23 (มทบ.23) ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ขอนแก่น เปิดเผยว่า หลังจากที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 23 จ.ขอนแก่น ได้พิจารณาอนุมัติให้ประกันตัวนายจตุรภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ผู้ต้องหาในคดีขัดคำสั่งหัวหน้า คสช.จากการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ตามที่ทนายความและครอบครัวยื่นขอประกันตัวด้วยวงเงิน 10,000 บาท โดยให้เหตุผลที่ผู้ต้องหาต้องศึกษาต่อในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) และปัญหาเรื่องสุขภาพจากอาการเจ็บป่วยตลอดระยะเวลาที่ถูกคุมขังนั้น หลังจากปล่อยตัวไปแล้ว มทบ.23 ได้รับการประสานงานจากคณะนิติศาสตร์ ในการขอเอกสารรับรอง เพื่อให้นายจตุรภัทร์ได้เข้ารับการศึกษาต่อ ซึ่ง พล.ต.ชาญชัย ว่านเครือ ผบ.มทบ.23 ได้ลงนามในเอกสารยืนยันส่งกลับไปให้กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการเปิดโอกาสให้กับนายจตุภัทร์ได้ศึกษาต่อ ถือเป็นแนวทางการสร้างความสมานฉันท์และสร้างปรองดองให้เกิดขึ้นในพื้นที่ จากนี้ไปเหลือเพียงขั้นตอนการประชุมของคณะกรรมการประจำมหาวิทยาลัยฯ ที่จะพิจารณาอนุมัติว่าจะสามารถศึกษาต่อได้หรือไม่

“ดา ตอร์ปิโด” ได้รับอภัยโทษ

นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกระแสโลกโซเชียลที่มีการเปิดเผยว่า น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด ผู้ต้องโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ถูกศาลตัดสินจำคุก 15 ปี ได้รับอภัยโทษจนถูกปล่อยตัวที่ทัณฑสถานหญิงกลางบางเขน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องการปล่อยตัว แต่ทราบเพียงว่า น.ส.ดารณีอยู่ในกลุ่มผู้ต้องขัง 12,000 คน ที่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษ โดยเป็นกลุ่มที่รับสิทธิปล่อยตัวทันที

ด้านนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่า น.ส.ดารณี ได้รับการอภัยโทษและเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้นำมาลดโทษ จนมีกำหนดปล่อยตัววันที่ 27 ส.ค.นี้

ตั้งพรรคการเมืองลงสนามมาเลย นักการเมืองท้า “บิ๊กตู่” พท.ย้อนปากบอกไม่เล่นการเมือง แต่พฤติกรรมสวนทาง ระบุจะเป็นนายกฯต่อ ต้องลงสนามเลือกตั้งและชนะด้วยเสียงข้างมาก... 28 ส.ค. 2559 04:34 28 ส.ค. 2559 04:36 ไทยรัฐ