วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตุ๋นหยดสุดท้าย! ‘กิมเอ็ง’ โดนป.ตะครุบตัว

มีอดีตฉาวโฉ่คดีเครื่องราชฯ เป็นพี่สาวแท้ๆของ ‘หญิงไก่’ หลอกนักธุรกิจสูญเกือบ3ล.

กองปราบฯซุ่มออกหมายจับตามรวบตัว “กิมเอ็ง แซ่เตียว” หรือ “นางกมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร” อดีตผู้ต้องหาคดีเครื่องราชฯ

เมื่อปี 2530 หลังออกจากคุกยังไม่เลิกนิสัยเดิมหลอกลวงเงินสดเกือบ 3 ล้านบาท จากเหยื่อเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่ง อ้างว่าสามารถขอพระราชทานเครื่องราชฯ ได้ ค้นห้องพักพบเอกสารหลักฐานและพยานวัตถุอีกเพียบ เบื้องต้นดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงและข้อหาปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม ส่วนความผิดตาม มาตรา 112 ต้องรอผลตรวจพิสูจน์หลักฐานที่พบก่อน ส่งฝากขังศาลอาญาไม่มีคนมาประกันคุมตัวนอนคุกทัณฑสถานหญิงกลางทันที

“นางกิมเอ็ง”อดีตผู้ต้องหาคดีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ถูกจับดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงเปิดเผยขึ้น ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 ส.ค. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รอง ผบช.ก. พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมแถลงข่าวจับกุมนางกมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร หรือแม่ตุ่ม ชื่อเดิมนางกิมเอ็ง แซ่เตียว อายุ 62 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ ตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 1563/2559 ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2559 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง และข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม พร้อมของกลางเหรียญที่ระลึกเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา กำไลข้อมือเงินมีข้อความ “Long Live The King” จับกุมผู้ต้องหาได้ในพื้นที่ ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางมีคำสั่งที่ 131/2559 ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 และ 136/2559 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2559 แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับนางมณตา หรือไก่ หยกรัตนกาญ ข้อหาแจ้งความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ค้ามนุษย์ และหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานในชั้นพนักงานสอบสวน ระหว่างการสืบสวนสอบสวนมีผู้เสียหายมอบพยานหลักฐานและให้ข้อมูลว่า ยังมีผู้ต้องหาที่มีพฤติการณ์ลักษณะคล้ายนางไก่ คาดว่าน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกับนางกิมเอ็ง แซ่เตียว อดีตผู้ต้องหาคดีหลอกลวงผู้อื่นให้บริจาคเงิน อ้างว่าสามารถขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ถูกศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพิพากษาตัดสินจำคุก 6 ปี ต่อมาพ้นโทษจึงเปลี่ยนชื่อนามสกุลหลายครั้ง ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น ดร.กมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร หรือแม่ตุ่ม

พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าวต่อไปว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งเผยแพร่วีดิทัศน์สารคดีเฉลิมพระเกียรติ มีภาพนางกมนทรรศน์ให้สัมภาษณ์เชิงกล่าวอ้างว่า เคยตามเสด็จฯและเป็นบุคคลใกล้ชิดกับบุคคลชั้นสูง อีกทั้งเป็นผู้ปรุงอาหารถวายในพระราชวัง สร้างภาพทางสังคม หรือสาธารณะให้ผู้พบเห็นเชื่อว่า เป็นผู้ใกล้ชิดบุคคลชั้นสูง แสดงตนเป็นตัวแทนประกอบพิธีต่างๆที่เกี่ยวข้องกับโครงการเฉลิมพระเกียรติ และจัดงานวันเกิดอย่างยิ่งใหญ่ มีผู้แต่งกายเป็นเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังนำของขวัญและแจกันดอกไม้ อ้างว่าได้รับพระราชทานมามอบให้นางกมนทรรศน์ เพื่อให้บุคคลที่มาร่วมงาน หรือผู้พบเห็นหลงเชื่อ จากนั้นชักชวนให้ร่วมทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสต่างๆ มีผู้เสียหายหลายคนหลงเชื่อมอบเงินสด หรือโอนเงินเข้าบัญชีนาง กมนทรรศน์ ขณะนี้มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์รวมมูลค่าเสียหาย 2,979,300 บาท หลังจากได้รับเงินแล้วนางกมนทรรศน์นำหนังสือทรงขอบคุณที่อ้างว่าออกโดยสำนักพระราชวังมาให้เหยื่อ เบื้องต้นตรวจสอบแล้วพบเป็นของปลอม

พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รอง ผบช.ก.กล่าวเสริมว่า เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม เวลา 09.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมนางกมนทรรศน์ขณะหลบหนีไปในพื้นที่ ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ก่อนขยายผลค้นห้องพักย่านลาดพร้าว 60 พบทรัพย์สินมีค่าจำนวนมาก อาทิ เหรียญที่ระลึกเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าเป็นของแท้ หรือของที่นางกมนทรรศน์ปลอมแปลงขึ้น อีกทั้งจะตรวจสอบว่าบุคคลที่นำดอกไม้มาให้นาง
กมนทรรศน์เป็นบุคคลของสำนักพระราชวังจริงหรือไม่ ส่วนคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากการสอบปากคำเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา รวมทั้งจะขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวหมดแล้ว

หลังแถลงข่าว พนักงานสอบสวนทำประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือนางกมนทรรศน์แล้ว พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป.สั่งให้พนักงานสอบสวนนำตัวนางกิมเอ็งไปฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญารัชดาทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจับกุมนางกมนทรรศน์ ได้ที่ จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ บก.ป.และ บก.ปอท.นำหมายศาลไปตรวจค้นห้องเลขที่ 80/100 และห้องเลขที่ 80/110 คอนโด ป.ธนาทาวเวอร์ ซอยลาดพร้าว 60 แขวงและเขตวังทองหลาง ที่ห้องเลขที่ 80/100 ชั้น 9 เป็นห้องที่นางกมนทรรศน์อาศัยอยู่คนเดียว ตรวจค้นพบเอกสารและภาพถ่ายหลายรายการ เป็นภาพลักษณะเป็นตัวแทนบุคคลชั้นสูงในการรับบริจาค รวมทั้งมีวัตถุมงคลและวัตถุโบราณมีค่าจำนวนมากอยู่ในห้อง อาทิ เครื่องถ้วยชามเบญจรงค์ งาช้าง ดาบ และรูปปั้น จึงตรวจยึดเอกสารและของมีค่าบางส่วนที่มีตราสัญลักษณ์เพื่อนำไปตรวจสอบว่าเป็นของจริงหรือทำปลอมขึ้น

ส่วนห้องเลขที่ 80/110 ชั้น 10 เป็นห้องว่าง เมื่อก่อนเคยเป็นห้องของอดีตสามีนางกมนทรรศน์ ขณะนี้ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำ นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นางกมนทรรศน์เปลี่ยนชื่อและนามสกุลมาตลอด เริ่มจากชื่อเดิมคือ นางกิมเอ็ง แซ่เตียว หลังจากถูกจำคุกคดีเครื่องราชฯเมื่อปี 2530 ออกมาแล้ว ปี 2537 เปลี่ยนชื่อเป็น ดวงฤทัย จารุดวงหทัย ต่อมาเมื่อปี 2539 เปลี่ยนเป็น ดวงหทัย จารุดวงหทัย แล้วเปลี่ยนทั้งชื่อและนามสกุลเป็น ณัฐนันทน์ คำเฉย ในปี 2547 กระทั่งปี 2548 เปลี่ยนชื่อและนามสกุลอีกครั้งเป็น กมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร จนถึงปัจจุบัน

สำหรับประวัตินางกิมเอ็งเคยตกเป็นข่าวโด่งดังเมื่อปี 2529-2530 คดีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เริ่มจากสำนักราชเลขาธิการ เมื่อปี 2529 ตรวจสอบพบรายการขอรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ในส่วนของผู้ทำคุณประโยชน์แก่ทางราชการกว่า 750 รายการ ที่ระบุบริจาคเงินและสิ่งของให้วัดและโรงเรียนต่างๆ โดยมีใบอนุโมทนาบัตรระบุจำนวนเงิน 1,400 ล้านบาท ส่อเค้าไม่ถูกต้อง เนื่องจากเมื่อสุ่มตรวจสอบไปยังแหล่งที่มาของใบอนุโมทนาบัตร ต่างระบุว่าไม่ได้รับบริจาคตามที่อ้าง ทำให้ทุกหน่วยงาน ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวทั้งหมด จากการสอบสวนของกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงพระราชปัญญาโกศล หรือเจ้าคุณอุดม รองเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสขณะนั้น ก่อนถูกสึกจากการเป็นพระและดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ขยายผลคดีไปถึงนางกิมเอ็ง แซ่เตียว ตรวจค้นบ้านพักพบบัญชีรายชื่อและรูปถ่ายแต่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์จำนวนมาก เมื่อตรวจสอบย้อนหลังกลับไม่ปรากฏชื่อนางกิมเอ็งในราชกิจจานุเบกษา แถมยังพบหลักฐานเชื่อมโยงกับเจ้าคุณอุดม นางกิมเอ็งทำหน้าที่เป็นนายหน้าหาคนดังในสังคมมาให้เจ้าคุณอุดม และชอบนำสายสะพายเครื่องราชอิสริยาภรณ์มาสวมใส่แอบอ้างหลอกลวงเหยื่อ กระทั่งตำรวจชุดสืบสวนได้พยานปากสำคัญคือ “นางไก่” หรือนางมณตา หยกรัตนกาญ น้องสาวของนางกิมเอ็ง เนื่องจากนางไก่รู้ถึงอุปนิสัยและพฤติกรรมหลอกลวงของพี่สาวอย่างดี นอกจากนี้ นางไก่ยังเป็นโจทก์แจ้งความเอาผิดนางกิมเอ็งฐานฉ้อโกงด้วย

ที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวนกองปราบนำตัวนางกมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร หรือนางกิมเอ็ง แซ่เตียว อายุ 62 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ ข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม พี่สาวของนางมณตา หรือไก่ หยกรัตนกาญ อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูง มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก พนักงานสอบสวนระบุในคำร้องสรุปว่า ระหว่างเดือน ส.ค.53 - 30 ส.ค.55 ผู้ต้องหาแอบอ้างกับผู้บริหารบริษัทฮุยเหลียง สกรีน พริ้นติ้ง จำกัด ผู้เสียหายว่า มีความใกล้ชิดสนิทสนมและปรุงอาหารถวายบุคคลในสถาบันเบื้องสูง สามารถขอพระราชทานเครื่องราชฯให้ได้ จนผู้เสียหายหลงเชื่อยอมมอบเงินให้ผู้ต้องหา 17 ครั้ง รวม 2,979,300 บาท เพื่อแลกกับเครื่องราชฯซึ่งล้วนเป็นความผิดทางกฎหมาย

ต่อมาพนักงานสอบสวนกองปราบขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาจากศาลอาญาที่ จ.1563/2559 เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2559 จับกุมผู้ต้องหาได้จากบ้านพักใน ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ส่งพนักงานสอบสวนกองปราบแจ้งข้อหาดำเนินคดี พนักงานสอบสวนยังต้องสอบปากคำพยานอีก 8 ปาก รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาและอื่นๆ ด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอฝากขังผู้ต้องหานี้ไว้เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค.-7 ก.ย.นี้ ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงและเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ โดยไม่มีญาติของนางกิมเอ็งมายื่นคำร้อง และหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวไปควบคุมที่ทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป

เมื่อปี 2530 หลังออกจากคุกยังไม่เลิกนิสัยเดิมหลอกลวงเงินสดเกือบ 3 ล้านบาท จากเหยื่อเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่ง อ้างว่าสามารถขอพระราชทานเครื่องราชฯ ได้ ค้นห้องพักพบเอกสารหลักฐานและพยานวัตถุอีกเพียบ... 28 ส.ค. 2559 00:58 ไทยรัฐ