วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่อง 4 อาการก่อนเกียร์กระจายลาตายกลับบ้านเก่า

ซื้อรถมาก็เพื่อขับใช้งาน ยิ่งขับไกล ใช้รถปีนึงหลายหมื่นกิโลเมตร วิ่งขึ้นวิ่งลงทำงานหาเงิน ทำให้เกียร์ที่ต้องรับภารกรรมทำงานหนัก อาจเกิดอาการเน่าใน หรือมีปัญหาขึ้นมาได้ คนใช้รถส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่ช่างก็ไม่ทราบว่าอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเกียร์ออโต บ่งบอกถึงเกียร์ที่กำลังมีปัญหา มาลองอ่าน 4 อาการหลักๆ ที่เกียร์อายุเยอะชอบเป็นกันดีกว่า ทุกอาการมักเกิดขึ้นกับรถที่มีระยะการใช้งานหลักแสนกิโลเมตรขึ้นไป หรือหลายแสนกิโลเมตร แม้จะมีการดูแลบำรุงรักษาตามระยะเป็นอย่างดี ก็สามารถเกิดการสึกหรอภายในเกียร์ เช่น ชุดผ้าคลัตช์ ชุดวาล์ว ควบคุมแรงดัน จากการใช้งาน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ที่ไม่ปกติก็คือคุณจะต้องเสียเงินซ่อม หรือเปลี่ยนเกียร์ลูกใหม่ การแก้ไขซ่อมบำรุงเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในเกียร์ออโต เป็นเรื่องที่ต้องควักกระเป๋าเสียเงินกันไม่ใช่น้อยๆ เพราะต้องยกเกียร์ทั้งลูกออกมาทำการโอเวอร์ฮอล์ หนักหน่อยก็ยกเกียร์ลูกใหม่กันเลยทีเดียว เห็นบิลแล้วจะเป็นลม

1- เข้าเกียร์ D แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สตาร์ตเครื่อง ปลดเบรกมือ เลื่อนคันเกียร์ไปที่ D เพื่อขับเคลื่อนออกจากที่จอด แต่รถไม่เคลื่อนที่เหมือนอย่างเคย กดคันเร่งก็แล้วรถก็ยังไม่ไหลออกจากที่จอด อาการแบบนี้สำหรับเกียร์อัตโนมัตินั้น น้ำมันเกียร์อาจต่ำกว่าระดับปกติ หรือน้ำมันเกียร์รั่ว หรือแกนต่อของชุดส่งกำลังไม่ได้ปรับแต่งให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง คลัตช์สึกหรอเสียหาย หรือคลัตช์ไหม้ ไม่มีแรงดันของน้ำมันหล่อลื่นเกียร์ในปั๊มเดินหน้าของระบบส่งกำลัง เข้าเกียร์ D เดินหน้า หรือ R ถอยหลังแล้วกระตุก กระชากสนั่นหวั่นไหว กระตุกแต่ละทีเล่นเอาเสียวสันหลัง ปัญหาเกิดจากไม่เคยใส่ใจตรวจสภาพ และระดับของน้ำมันเกียร์ ของเหลวน้ำมันหล่อลื่นเกียร์ไม่ได้เปลี่ยนถ่ายตามระยะที่กำหนด อาการมักเกิดในช่วงออกรถในขณะที่เครื่องยังเย็นอยู่ หรือเมื่อใช้งานไปแล้วเครื่องร้อนอุณหภูมิได้ที่แล้ว แต่น้ำมันเกียร์ยังไม่ถึงอุณหภูมิที่ถูกต้อง (เกียร์เย็น) หรือน้ำมันเกียร์ร้อนเกินกว่าที่กำหนด การแก้ไขต้องเริ่มที่ตรวจวัดระดับน้ำมันเกียร์ รวมทั้งคุณภาพของน้ำมันเกียร์ ตามด้วยการตรวจเช็กระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ระดับของน้ำมันเกียร์


2- เกียร์ออโตไม่ยอมเปลี่ยนขึ้นเกียร์สูงจนว่าจะเร่งเครื่องเต็มที่
อาการลักษณะดังกล่าวเป็นไปได้ว่า กลไกควบคุมซึ่งเป็นส่วนประกอบภายในห้องส่งกำลังทำงานไม่เต็มที่ สึกหรอเสียหายจากอายุการใช้งาน หรือปรับตั้งไม่ถูกต้อง ข้อต่อหลุดหรือหัก ลิ้นควบคุมไม่ทำงานหรือปิดตาย ประเกนในลิ้นควบคุมรั่ว ฉีกขาด หรือติดตั้งไม่ถูกต้อง หรือมีรอยรั่วแถวเสื้อเกียร์

3- เกียร์เกิดอาการขี้เกียจไม่ยอมเปลี่ยน วิ่งอยู่เกียร์เดียว
เกียร์อัตโนมัตบางแบบ บางรุ่น เมื่อการทำงานเกิดความผิดพลาด ECU หรือสมองกลเกียร์ จะสั่งให้เกียร์ทำงานแค่เกียร์เดียว นั่นก็คือ เกียร์ 3 ตามด้วยการแจ้งเตือนเป็นสัญลักษณ์รูปเฟืองที่หน้าปัดมาตรวัด เพื่อเตือนให้เจ้าของรถรีบนำเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสอบ ไม่ควรขับใช้งานต่อไป เกียร์อาจเสียหายหนักกว่าเดิม ความสึกหรอเสียหายที่ทำให้เกิดอาการวิ่งเกียร์เดียวก็เป็นไปได้ตั้งแต่ระบบควบคุมอัตราเร็ว ชุดวาว์ลควบคุมเสีย เกิดการรั่วไหลขึ้นในห้องส่งกำลัง มีแต่เสียตังค์สถานเดียว

4- เกียร์เปลี่ยนช้า หรือเร็วกว่าปกติ
อาจเกิดจาก ECU ที่ควบคุมเกียร์ หรือสายเกียร์ (ในเกียร์รุ่นเก่า) ทำงานผิดพลาดหรือเสียหาย หรือน้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพ ไม่ได้เปลี่ยนน้ำมันเกียร์มานานมากจนจำไม่ได้แล้ว (น่าสงสารเกียร์ลูกนั้นจริงๆ) เกิดจากการปรับตั้งสายเกียร์ที่ไม่ถูกต้อง (ในรุ่นที่มีสายเกียร์) แก้ไขโดยการปรับตั้ง สำหรับเกียร์ออโตรุ่นที่ควบคุมระบบไฟฟ้า ต้องเคลียร์เมมโมรีของสมองเกียร์ (Transmission Control Module) หรือตรวจสอบวาล์วควบคุมทางเดินน้ำมันด้วยไฟฟ้า น้ำมันเกียร์อาจเก่า ใช้งานมานานจนเสื่อมสภาพ เกิดการอุดตันของทางเดินน้ำมันเกียร์ในสมองเกียร์ (Valve body) แก้ไขด้วยการถอดสมองเกียร์ (โดยช่างที่ชำนาญ) ออกมาล้างทำความสะอาด สาเหตุอื่น เช่น อาจมีการรั่วซึมภายในระบบเกียร์ของชุดเกียร์ต่างๆ เช่น แหวนกันน้ำมัน ลูกสูบวาล์ว (ลิ้นปิด/เปิด ทั้งแบบกลไกและไฟฟ้า) เกียร์ ไม่เปลี่ยน หรือเปลี่ยนบ้างไม่เปลี่ยนบ้าง ทำงานผิดๆ ถูกๆ ชุดโซลินอยด์วาล์วอาจสึกหรอเสียหาย จากอายุการใช้งาน และลักษณะของการขับขี่ อาจต้องทำการผ่าเกียร์เปลี่ยนอะไหล่ภายใน ซึ่งยังไงก็ไม่มีถูกอยู่แล้วล่ะครับ.

อาคมอาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th

Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

รับใช้มานานปีก็ต้องมีป่วยเป็นเรื่องธรรมดา ส่อง 4 อาการของเกียร์ออโตก่อนพัง 27 ส.ค. 2559 19:25 ไทยรัฐ