วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


เอ็มดีกรรมกร “เศรษฐา ทวีสิน” เกิดมาเพื่อปฏิวัติวงการอสังหาฯ

โดดเด่นทั้งชื่อและผลงาน “เศรษฐา ทวีสิน” เจ้าพ่อแสนสิริ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ปฏิวัติวงการ อสังหาฯไทยสู่ไฮเอนเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว ในการสร้างคอนโดมิเนียมตารางเมตรเป็นแสน และล่าสุดได้เรียกเสียงฮือฮาอีกครั้งกับผลงานระดับมาสเตอร์พีซ “โครงการ 98 WIRELESS” บนถนนวิทยุ มูลค่ากว่า 8,500 ล้านบาท

98 WIRELESS เป็นงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซในการถ่ายทอดงานฝีมือชั้นสูงของศิลปะโบซาร์ สู่แฟลกชิพคอนโดมิเนียมเวิลด์คลาส ที่สร้างบนทำเลทองเอ็กซ์คูลซีฟ ที่ดินผืนใหญ่ผืนสุดท้ายกว่า 2 ไร่บนถนนวิทยุ ซึ่งจะกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จะเสร็จสมบูรณ์ในเดือนตุลาคมนี้

หนึ่งในผู้บริหารที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแสนสิริ “เศรษฐา ทวีสิน” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ให้สัมภาษณ์ถึงผลงานภาคภูมิใจว่า “ย้อนเวลากลับไปเมื่อปี 2553 แสนสิริ ได้พื้นที่ 2 ไร่ บนถนนวิทยุ ข้างบ้านเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ความคิดแรกที่เกิดขึ้นคือ ทำอย่างไรจะทำให้ สิ่งที่เกิดบนพื้นที่ 2 ไร่นี้ ดีที่สุดในประเทศไทย เพราะถนนวิทยุเป็น ถนนเก่าแก่และเป็นหัวใจของกรุงเทพฯ รายล้อม ด้วยพื้นที่สีเขียว มีต้นไม้สวยๆและมีเฮอร์ริเทจ อย่างสถานทูตต่างๆ ซึ่งคงไม่ได้ย้ายไปไหน เรียกว่าเป็นยูนิคจริงๆ ที่ดินบนถนนวิทยุแปลงใหญ่ขนาดนี้ก็ไม่มีอีกแล้ว ฉะนั้นถ้าจะทำโครงการทั้งทีก็ต้องอย่าทำให้เสียของ ต้องทำให้ดีที่สุดเท่านั้น”

ดีที่สุดของแสนสิริคือแบบไหน

เราใช้เวลาในการสร้างสรรค์โครงการกว่า 5 ปี มองว่าที่ดินผืนนี้มีราคาสูงที่สุดในประเทศ ถ้าเปรียบกับนิวยอร์กก็เทียบเท่าย่านฟิฟท์ อเวนิว ย่านมหาเศรษฐีที่โด่งดังตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 โดยยุคนั้นมีศิลปะโบซาร์ (Beaux Arts) มีอิทธิพลอย่างสูงกับสิ่งก่อสร้างในนิวยอร์ก และอาคารสวยๆเหล่านั้น แม้จะผ่านไปกว่า 100 ปีก็ยังคงสวยงาม เราจึงนำดีไซน์นี้มาปรับใช้กับโครงการล่าสุด ที่จะเป็นคอนโดมิเนียมสไตล์โบซาร์ 25 ชั้น มีห้องพักรวมทั้งหมด 77 ยูนิต เราได้งานช่างปั้นหล่อผนัง โมลดิ้งฝีมือชั้นสูง จากทีมช่างฝีมือไฮ พาร์ค โมลดิ้ง ที่ทำให้พระราชวังบั๊กกิ้งแฮม และทำเนียบขาว และได้ร่วมมือกับ “Ralph Lauren Home” ในการออกแบบตกแต่ง จึงพูดได้ว่าเป็นโครงการ 98 WIRELESS by Ralph Lauren ซึ่งทางราฟ ลอเรน ต้องคัดสรรเหมือนกัน เขาไม่ใช่บริษัทเล็กๆที่ต้องการแจ้งเกิดในอุตสาหกรรมนี้ หินอ่อนที่เราใช้ก็เป็นหินอ่อนสีขาว ลายพิเศษ Statuarrio หินอ่อนหายากจากอิตาลี และเป็นที่ต้องการที่สุดในโลก ซึ่งเราไปดูที่เหมืองหินอ่อน ดูถึงการต่อลาย ไม่ใช่ว่าจับหินอ่อนลายนี้มาต่อกันปุบปับจนเต็มห้อง เราต้องมาตัดด้วยว่า สีที่ขาวนั้นคือ ขาวนวล หรือขาวจั๊วะ เส้นสีเทานั้นเป็นสีเทา หรือสีดำ มันมีรายละเอียดเยอะ ช่วงเริ่มต้นโครงการทีมผู้บริหารและสถาปนิกของเราต้องบินมาที่นิวยอร์ก ดูตึกต่างๆ และยังต้องมาคุยกับทีมดีไซเนอร์ชื่อดังของอเมริกาหลายครั้ง เพื่อให้โครงการนี้อยู่ภายใต้แนวคิดเดียวกันคือ The Best Comes as Standard



ตั้งใจจะทำโครงการนี้ให้เป็นประวัติศาสตร์หรือเปล่าคะ

ผมต้องให้ตัวมันเองเป็นตัวบอกมากกว่า เพราะวันนี้ผมมั่นใจว่า ไม่มีที่ไหนสเปกดีเท่าของเรา ผมมั่นใจว่าในเมืองไทยยังไม่มี แต่ว่ามันจะยั่งยืน มันจะไปได้ไกลขนาดไหน จะมีดีเวลลอปเปอร์กล้าลงทุนเยอะขนาดนี้หรือเปล่า อันนี้ต้องมาดู เพราะเราสร้าง benchmark ใหม่เสมอ

เลยมีที่มาว่า “แสนสิริ” ขายของแพง

ผมทำของดี ก็มีคนบอกว่า กำไรเยอะ เอาเปรียบ ผมการันตีได้ว่ากำไรผมไม่เยอะ มาร์จิ้นผมก็ 35% net profit 15% เหมือนเดิม มีคนต่อว่าไหนบอกว่าจะขายตารางเมตรละ 4.5 แสน ตอนนี้ ขาย 5 แสน ผมอยากบอกว่า อีก 5 หมื่น ผมไปเจอของราคาขึ้นตลอด ตอนที่ผมทำ 3 ปีที่แล้ว เลือกหินอ่อนลายนี้ วันนี้คอนโดฯที่เมืองจีนและอินเดียทำตามกันหมด จากราคาตารางเมตรละหมื่นกว่า กลายเป็นตารางเมตรละ 3 หมื่น ผมต้องใช้ตั้งหลายพันตารางเมตร หามาหลายปีแล้วยังขาดอีก 40 ตารางเมตร เพราะต้องไปคัดให้ลายมันต่อกัน เหมือนโครงการแรกของแสนสิริ “บ้านไข่มุก” ที่หัวหิน เมื่อ 26-27 ปีก่อน เราขายแพงมาก 7 ล้านบาท มีแต่ซัมบอดี้ที่มาซื้อ แต่ปีที่แล้วมีคนขายไป 80 ล้านบาท โดยไม่ได้ตกแต่งใหม่เลย ซึ่งผมว่ามันเหมือนเราซื้อพีซออฟอาร์ต อันนี้เป็นความภูมิใจของแสนสิริ บางทีเลยไม่ใช่แค่สเปกอย่างเดียว แต่เป็นทำเลที่ตั้งที่เป็นยูนิคไม่มีอีกแล้ว คือคนไม่รู้ก็คือคนไม่รู้ แต่ลูกค้าเรารู้ เราทำมาเยอะมาก กี่ร้อยโครงการก็ไม่รู้แล้ว ยอดขายต่อปี 3 หมื่นกว่าล้าน ลูกค้าเรามีเป็นหมื่นๆราย มาจากปากต่อปาก ไม่ได้โฆษณา

ความสำเร็จของแสนสิริ คือการบอกต่อปากต่อปาก

ใช่ครับ มาจากปาก ต่อปาก ถามว่าลูกค้าเป็น หมื่นคนไม่มีใครผิดหวังบ้างเหรอ มีครับ ลูกค้าโทร.หาผมตลอด ผมรับเองตลอด เดี๋ยวนี้ยิ่งเยอะ เยอะไม่ใช่เพราะเราห่วยนะ เยอะเพราะเราขายเยอะขึ้น ถ้ามีปัญหาแต่ผมจะจัดการทันที เวลาที่โทรศัพท์ผมดัง มีอยู่ 2 อย่าง คือ ถ้าตลาดดี โทรศัพท์ผมดังไม่หยุด มาขอดีลว่าลดได้เท่าไหร่ ถ้าตลาดไม่ดี เอาล่ะน้ำรั่ว ยามไม่ดี ขโมยขึ้นบ้าน ผมก็ครับๆๆ เดี๋ยวผมจัดการให้ น้ำรั่วตรงไหนปัญหามีแน่นอน ไม่ปฏิเสธว่าไม่มีปัญหา แต่เปอร์เซ็นต์ปัญหาน้อยลง ความสำเร็จของเราอยู่ที่ปากต่อปาก ผมเทคแคร์ลูกค้าตลอด เทคแคร์แม้กระทั่งซื้อไปแล้ว ของเสียก็ต้องจัดการให้ พร็อพเพอร์ตี้แมนเนจเมนท์ก็สำคัญ เราต้องจัดการให้ ผมไม่ได้ทำโครงการนี้โครงการเดียวแล้วตีหัวเข้าบ้าน ผมทำหลายโครงการ ผมทำธุรกิจนี้มา 30 ปี ถ้าคุณซื้อไป 20 ปีที่แล้ว ตอนยังหนุ่มเลย วันนี้มีครอบครัว ผมเทคแคร์เขาดี เขาจะไปซื้อโครงการ อื่นทำไม เขาก็ซื้อเพิ่ม 2 ห้องนอน 3 ห้องนอน ถ้าอยากขายอันเก่า ผมก็มีบริษัทพลัสรองรับอัน เก่าอีก คือวินวิน ทุกคนแฮปปี้ ผมเทคแคร์ทุกอย่าง การที่ไปบริษัทใหญ่ ดีอย่างคือเราทำธุรกิจต่อเนื่อง

ดูคุณเป็นเจ้านายที่ลุยดูงานทุกอย่าง

ผมเคยไปเลกเชอร์คอร์สอสังหาริมทรัพย์ ที่ป๊อปปูล่าร์มากตอนนี้ เด็กๆที่มาเรียน ลูกท่านหลานเธอทั้งนั้น ที่ไปเรียนเอาคอนเนคชั่น อยากจะทำเรียลเอสเตท แต่เขาไม่รู้หรอกว่างานเรียลเอสเตท เป็นงานสกปรก งานกรรมกร เสาร์อาทิตย์ผมตรวจไซต์ก่อสร้างตลอด ไปเขี่ยดูว่าหญ้าตัดไม่ตรงบ้าง ไปดูยามไม่โกนหนวด รองเท้าไม่มัน คือถ้าเกิดนายใหญ่ไม่ไปโชว์ให้เห็น อะไรจะเกิดขึ้น ธุรกิจนี้คือกรรมกร ผมคือกรรมกรตรวจไซต์ทุกวัน ถามว่าผมตรวจครบ 200 โครงการหรือเปล่า วันหนึ่งผมก็ตรวจได้ 7-8 โครงการ แต่อย่างน้อยลูกน้องผมได้เห็นว่านายมา คนที่จัดให้ผมแนะนำเด็กๆพวกนี้ ผมบอกเลยนะ คุณกลับไปช่วยที่บ้านคุณทำงานเถอะ อย่ามาทำอสังหาฯเลย ผมแกล้งทิ้งช่วง เขาก็ถามว่า ทำไม ผมบอกว่าคุณสู้ผมไม่ได้หรอก ผมให้ความรู้คุณหมดทุกอย่าง แต่คุณสู้ผมไม่ได้ เพราะประสบการณ์ไม่ได้ และงานนี้เป็นงานกรรมกร คุณเป็นลูกเจ้าสัว คุณกลับบ้านไปทำงานที่บ้านเถอะ กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ คุณไม่รู้หรอกว่าต้องเหนื่อยขนาดไหน

บ้านในฝัน ของคนทำ บ้านอย่าง “คุณเศรษฐา” เป็นอย่างไร

แต่ละคนมีความชอบต่างกันไป บางคนอยากอยู่คอนโด บางคนอยากอยู่บ้าน บางคนอยากอยู่ในหมู่บ้าน มันเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ใช่ว่าบ้านต้องหลังใหญ่ ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ ผมว่าไลฟ์สไตล์คนสมัยใหม่เปลี่ยนแปลงไปเยอะ นอกจากนี้ ที่อยู่อาศัยกลายเป็นหน้าตา ฉะนั้นบอกว่าอยู่ที่ไหน มันเป็นหน้าเป็นตาสำหรับผม ผมชอบมีบ้านอยู่ในหลายประเทศ ไม่อยากอยู่ที่ใดที่หนึ่งจำเจ ฉะนั้นเรื่องซีเคียวริตี้สำคัญ ถ้าเราทำงานอย่างนี้ ผมต้องบินไปทำธุรกิจไกลๆ นิวยอร์ก ลอนดอน ผมอยากปิดประตูแล้วไปเลย เรื่องหาบริวาร 3-4 คนมาดูแล มาปิดบ้าน, จูงหมาเดิน, ตัดหญ้า มันยาก การที่เราอยู่คอนโดจึงเป็นอะไรที่สะดวกสบาย

นี่คือเบื้องหลังความสำเร็จของแสนสิริ ที่มาจากใจผู้บริหารตัวจริง.


ทีมข่าวหน้าสตรี

โดดเด่นทั้งชื่อและผลงาน “เศรษฐา ทวีสิน” เจ้าพ่อแสนสิริ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ปฏิวัติวงการ อสังหาฯไทยสู่ไฮเอนเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว ในการสร้างคอนโดมิเนียมตารางเมตรเป็นแสน 27 ส.ค. 2559 12:27 27 ส.ค. 2559 12:34 ไทยรัฐ