วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พงศพัศ รับลูก ผบ.ตร.ปักหมุดนิติวิทยาศาสตร์ประจำโรงพัก

การปฏิรูปองค์กรตำรวจ

เป็นภารกิจเร่งด่วนที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ความสำคัญอย่างมาก และได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหอกเดินหน้าขับเคลื่อนมา
อย่างต่อเนื่อง และมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ

เป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการเห็นองค์กรตำรวจได้รับการปฏิรูป และเป็นไปเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

โดยเฉพาะ “การอำนวยความยุติธรรม” ในระดับสถานีตำรวจ

“ทีมข่าวอาชญากรรม” ยังคงเฝ้าติดตามกระบวนการปฏิรูปของตำรวจมาโดยตลอด ได้เห็นถึงความตั้งใจในการเดินหน้า “ปฏิรูปตัวเอง” ของนายและลูกน้องในทุกระดับ

ถือเป็นการระเบิดจากภายในโดยไม่ต้องรอให้ใครมาสั่งการ

พล.ต.อ.พงศพัศ ยืนยันกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า

“ท่าน ผบ.ตร.มุ่งมั่นเดินหน้า

ผลักดันและเร่งรัดในเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยเข้าใจดีถึงความต้องการและความคาดหวัง ทั้งจากสังคมและจากประชาชนโดยทั่วไป โดยยุทธศาสตร์การปฏิรูปองค์กรตำรวจ ได้กำหนดไว้รวม 10 ด้าน ครอบคลุมการบริหารจัดการในทุกๆด้าน ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติงานของตำรวจในทุกหน่วยมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการปฏิบัติงานในระดับสถานีตำรวจ ที่จะต้องมีการปฏิรูปและเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นโดยทันที”

พล.ต.อ.พงศพัศ ได้กล่าวถึงกระบวนการขับเคลื่อนว่า

“ผู้ช่วย ผบ.ตร. 10 ท่าน ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบในการติดตาม เร่งรัด และประเมินผล ล้วนเป็นผู้ที่มีองค์ความรู้และประสบการณ์ในงานแต่ละด้านเป็นอย่างดี และเชื่อว่าจะมีผลทำให้การปฏิรูปสามารถดำเนินไปตามแผนงานและกรอบระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้อย่างแน่นอน”

“โดยเฉพาะการปฏิรูปในระดับสถานีตำรวจ ที่จะต้องแล้วเสร็จภายใน 1 ปี ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันดำเนินการให้แล้วเสร็จตามเป้าหมาย โดยข้าราชการตำรวจทุกนาย ต่างเข้าใจดีถึง “กระบวนการเปลี่ยนผ่าน” และ “การเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้น” ซึ่งที่ผ่านมา ก็ได้ร่วมกันดำเนินการอย่างเต็มที่ มีผลทำให้การปฏิรูปทั้ง 10 ด้าน ก็มีความคืบหน้าไปมาก บางส่วนก็เร็วกว่ากรอบระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้”

อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่ “ทีมข่าวอาชญากรรม” เห็นว่าจะต้องติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ก็คงไม่พ้นเรื่องของ การปฏิรูประบบงานสอบสวนในระดับสถานีตำรวจ ซึ่งถือได้ว่ามีความสำคัญ เป็นเรื่อง ใกล้ตัว และส่งผลโดยตรงต่อการอำนวยความยุติธรรมในเบื้องต้นให้กับประชาชน

พล.ต.อ.พงศพัศได้กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า...

“แต่ละสถานีตำรวจ นอกจากจะต้องจัดทีมพนักงานสอบสวนแบบบูรณาการ เพื่อให้การบริการประชาชนในการรับแจ้งความอย่างเพียงพอ และบูรณาการงานสืบสวนสอบสวนให้มีความพร้อม โดยมีพนักงานสอบสวนหัวหน้าทีมทำหน้าที่บริหารคดี มีผู้ช่วยพนักงานสอบสวนประจำทีม ฝ่ายสืบสวน ฝ่ายป้องกันปราบปราม ฝ่ายจราจร พร้อมทั้งยานพาหนะและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆอย่างเพียงพอแล้ว...

สิ่งที่ท่าน ผบ.ตร. ต้องการให้เป็นส่วนหนึ่ง และเป็นส่วนสำคัญของทีมพนักงานสอบสวนแบบบูรณาการประจำสถานีตำรวจด้วยก็คือ เจ้าหน้าที่ชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ที่จะต้องอยู่ประจำและมีสถานที่ทำงานอยู่ในสถานีตำรวจ เพื่อให้มีความพร้อมในการออกไปปฏิบัติงานร่วมกับทีมพนักงานสอบสวนแบบบูรณาการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุเกิดความรวดเร็ว การรักษาและดูแลสถานที่เกิดเหตุเป็นไปอย่างถูกต้อง หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ก็จะไม่เสื่อมสภาพ ถูกทำลาย หรือสูญหาย ดังเช่นที่หลายๆ ฝ่ายเคยเกิดความกังวลใจ”

พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า

สถานีตำรวจที่อยู่ในระหว่างการปฏิรูประบบงานสอบสวนทั้ง 514 แห่ง จะต้องมีเจ้าหน้าที่ชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุอยู่ประจำแห่งละ 3 ชุด รวมทั้งสิ้น 1,542 ชุด โดยจะใช้นักวิทยาศาสตร์ทำหน้าที่หัวหน้าชุดจำนวน 1,542 นาย และผู้ช่วยนักวิทยาศาสตร์อีก 3,084 นาย ซึ่งขณะนี้ท่าน ผบ.ตร.ได้อนุมัติให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จใน 1 ปี โดยอยู่ระหว่างการกำหนดตำแหน่งเสนอ ก.ตร. พร้อมทั้งกำหนดแนวทางในการสรรหานักวิทยาศาสตร์ให้เข้ามาปฏิบัติงานในด้านนี้โดยด่วนต่อไปแล้ว

“สำหรับในพื้นที่ บช.น. ได้กำหนดให้ สน.บางเขน เป็นโรงพักแรกที่มีเจ้าหน้าที่ชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุมาอยู่ประจำ โดยจะลงพื้นที่ทำงานร่วมกับพนักงานสอบสวนตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยให้การตรวจสถานที่เกิดเหตุเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน การเก็บรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์ก็จะเป็นไปด้วยความรอบคอบและครบถ้วนมากขึ้น สร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่ายว่า พยาน หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เก็บรวบรวมได้ จะเพียงพอต่อการนำไปใช้พิสูจน์และยืนยันการกระทำความ ผิดของผู้ต้องหาหรือจำเลยได้เป็นอย่างดี”

“ทีมข่าวอาชญากรรม” เชื่อมั่นว่า การปักหมุด “งานนิติวิทยาศาสตร์ประจำโรงพัก” นอกจากจะเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของตำรวจไทยแล้ว ยังเป็นแนวทางการปฏิรูปองค์กรที่ขับเคลื่อนมาถูกทิศตรงทาง มีผลทำให้การอำนวยความยุติธรรมในระดับสถานีตำรวจ...

เป็นที่ยอมรับ มีความครบถ้วนสมบูรณ์ ถูกต้องรวดเร็ว

สร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย!!!

ทีมข่าวอาชญากรรม

27 ส.ค. 2559 12:19 ไทยรัฐ