วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สัญญาณชี้ว่าไม่ควรเลือกแต่งกับคนนี้

โดย เมอร์ลิน

ฟังไอเดียของเพลง “อย่า say yes” ของพี่แบงค์ แคช แล้ว แสดงว่าตีโจทย์สังคมสมัยนี้แตกเป็นเสี่ยงๆอยู่เหมือนกัน เพราะเดี๋ยวนี้ คนเราจำนวนมากขี้เหงาหรือไงไม่ทราบ เวลาเจอใครที่ตรงสเปก (หรือบางทีก็ไม่ตรงหรอก) เท่านั้นแหละก็เซย์ เยส ชักชวนพูดคุยและคบหากันแล้ว

แต่ “อย่า say yes” ของพี่แบงค์ อยากให้ระมัดระวังการเซย์ เยส อย่าได้ง่ายเกินไปนัก และอยากขอเติมให้ว่า เวลาเจอใคร เราอาจเริ่มจากการเป็นคนเพิ่งรู้จัก แล้วเปลี่ยนไปเป็นเพื่อน ต่อจากนั้นหากดีต่อกันและมีมิตรไมตรีสม่ำเสมอ มีโอกาสเจอกันบ้าง ได้พูดคุยแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ และถ้าคบแล้วมีความสุข แบบค่อยเป็นค่อยไป แล้วค่อยเซย์ เยสก็ยังไม่สาย ขอให้มีเวลาได้ศึกษาจิตใจและได้พูดคุยรู้จักความคิดเห็นของแต่ละฝ่ายกันก่อนค่อยเซย์ เยส หรือเซย์ โนก็ว่ากันไป การเซย์ เยสอย่างรวดเร็วไม่ใช่หนทางสู่สวรรค์แน่นอน

วันก่อนเจอเพื่อนคนนึง ถามขึ้นมาได้ว่า รักแรกพบมีจริงไหม? ทำเอาคนถูกถามมองบนไปแป๊บนึง เพราะของอย่างนี้ย่อมเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว แล้วที่ถามนี่แสดงว่าเพิ่งเจอกับตัวเองหยกๆใช่ไหมล่ะ?

เพื่อนบอกไม่ได้เกิดกับตัวเค้า แต่เป็นน้องของเค้าต่างหาก จึงเล่าให้ฟังว่า วันก่อนน้องขนิษฐาถูกเพื่อนๆชวนให้ไปดูละครของคณะที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ด้วยความที่เพื่อนของน้องเป็นศิษย์เก่าของที่นี่ จึงมีคนคอยตามเทกแคร์, จัดหาบัตรและที่นั่งให้เสร็จสรรพ พอหลังละครเวทีจบก็มีกลุ่มเพื่อนๆและพี่ๆตามไปหาอะไรทานด้วยกัน จนมีใครคนหนึ่งในกลุ่มทำให้น้องรู้สึกดีกับเค้าด้วยอย่างมากๆจนน้องเชื่อว่าเป็นรักแรกพบ โถๆๆ

แต่เราแซวไปว่า แล้วอีกฝ่ายเค้าคิดแบบเดียวกับน้องรึเปล่าล่ะ? หากไม่คิดแบบเดียวกัน อาจไม่ใช่รักแรกพบนะ มันจะกลายเป็น “รักเค้าข้างเดียว” มากกว่า ฮาๆ

กระนั้น น้องวัย 32 มั่นใจว่า เป็นรักแรกพบ เพราะทางเค้าก็มีทีท่าชอบพอน้องเช่นกัน

เอ้า....ถ้าจะคิดแบบนี้ก็ตามใจ เพราะรักแรกพบกับรักข้างเดียว มันมีเส้นบางๆขีดคั่นอยู่ ชนิดมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่รับรู้ได้ด้วยใจสิฮ้า

ในเมื่อเป็นรักแรกพบ ย่อมแสดงความยินดีปรีดาด้วยละนะ เพราะช่วงแรกรักนั้นมันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ฟูฟ่อง, ดีงาม, เห็นอะไรก็สีชมพูไปหมด เจ้าตัวจะมีความรู้สึกว่า โลกนี้โคตะระสดใสเลย โอ้.....

โลกนี้ช่างสวย งามน่าอยู่อย่างประหลาดชนิดที่ไม่เคยคิดแบบนี้มาก่อน! จึงขอให้บันทึกความทรงจำนี้ไว้ให้นานเท่านาน เมื่อคิดถึงมันเมื่อไหร่รับรองคุณคงอดยิ้มที่มุมปากไม่ได้ ความรักช่วยทำให้ชีวิตสดใสสวยงามเป็นใครก็ชอบทั้งนั้น

ในเมื่อความเลิฟเป็นสิ่งเลิศเลอหอมหวนชวนค้นหา แต่อย่าเพิ่งคิดว่า ความรักจะช่วยทำให้คนที่คุณรักกลายเป็นคนที่เฟอร์เฟกต์สำหรับคุณเชียว เพราะ รักไม่สามารถทำให้ใครคนที่คุณชอบ (และอาจชอบคุณด้วย) เป็นคนสมบูรณ์แบบอย่างที่คุณต้อง-การหรอก แต่ความรักอาจทำให้คนเราปรับตัวเข้าหากันได้

จึงอยากชี้ให้เห็นถึง สัญญาณของคนที่คุณไม่ควรเลือกมาคบและไปไกลถึงขั้นแต่งงานกัน เชียวนะ เพราะคนแบบที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ ใครคบหรือวิวาห์ด้วยก็เก๊กซิม เช่น......

คนแบบไหนน่ะรึ? ยกตัวอย่าง 1. ทำตัวเป็นเด็กกว่าวัยหรืออายุจริงนะสิฮ้า

บอกตามตรง ไม่แปลก หากใครอยากทำตัวเป็นเด็กในบางเวลาเช่นตอนเล่นจี๋จ๋ากับแฟน อีกอย่างทุกคนมีความเป็นเด็กอยู่ในตัว ทว่าในข้อนี้หมายถึงคนที่ ทำตัวเป็นเด็กตลอดเวลา อ่ะดิ

แล้วคิดดูสิว่า คนที่อยากเป็นเด็กกว่าวัยที่แท้จริง โอเคนะบางครั้งน่ารักดี แต่ถ้าขืนทำเป็นประจำ คุณว่า ควรเลือกมาเป็นแฟนไหมล่ะ? อย่าลืมนะ คนที่ชอบทำตัวงอแง ง้องแง้ง แบบเด็กๆ นอกจากขาดความรับผิดชอบด้วยประการทั้งปวงแล้ว ยังเอาแต่ใจตัวเอง และเผลอๆจะเป็นภาระให้คนที่เป็นแฟนมากกว่าซะด้วยซ้ำ ดังนั้นพวกที่แอ๊บแบ๊วมากๆก็อย่าไปเลือกเลย แบ๊วพอดีๆยังน่าสนกว่า

2. คนที่คิดถึงแต่ชีวิตตัวเอง อย่างนี้ก็ไม่น่าสอยมาเป็นแฟน

เพราะการคบกัน, ชอบกัน, รักกัน ต้องมีทั้ง “ให้” และ “รับ” สลับบทบาทกันตามแต่สถานการณ์ไหนจะเอื้ออำนวยให้เป็นอย่างไร? ดังนั้นหากคุณไปเจอคนที่จริงจังแต่จะรับมากกว่าให้ งั้นเตรียมโบกมือบ๊ายบายกันไปคนละทางเถอะ ขืนคบกันไป ก็ต้องถึงจุดแตกหักสักวันอยู่ดี

3. อยู่กับเค้าแล้วทำให้คุณไม่เป็นตัวของตัวเองรึเปล่า?

ถ้าใช่ นั่นแหละไม่ใช่คู่แท้ที่ควรคบหรือแต่งงานด้วย ยิ่งหากเวลาอยู่ด้วยกัน คุณกลับไม่รู้สึกสะดวกใจที่จะทำในสิ่งที่อยากทำอย่างเต็มที่ เวลานี้แหละจะทำให้คุณหวนคิดถึงชีวิตที่เคยอยู่คนเดียวที่สามารถทำอะไรก็ได้ขึ้นมาทันที แต่การอยู่กับอีกคนต้องปรับจูนเข้าหากันบ้าง ควรปรับทั้งสองฝ่าย หากไม่ก็เละตุ้มเป๊ะ.

@@@

เมอร์ลิน

27 ส.ค. 2559 11:48 27 ส.ค. 2559 11:48 ไทยรัฐ